อนุทินรับถูก กกต.เรียกแจงคดีฮั้ว สว. พร้อม “เนวิน-กรรมการบริหาร” ลั่นพร้อมไปพิสูจน์ข้อเท็จจริง เตรียมคุย “อิ๊งค์” เคลียร์ข้อกล่าวหา อุบ ถกปมปรับ ครม. การขยับโควตาพรรคร่วมไม่ใช่อำนาจนายกฯ ต้องหารือระดับหัวหน้าพรรค
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยอมรับว่าได้รับหมายเรียกจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาคดีฮั้วเลือก สว. ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว โดยส่งไปที่บ้านที่จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นหมายเรียกแจ้งข้อกล่าวหา ว่าตนมีส่วนในการล้มล้างประชาธิปไตย มีส่วนทำให้เกิดการฮั้ว สว. แต่จำไม่ได้ว่าเรียกไปรับทราบข้อกล่าวหาวันไหน แต่ก็พร้อมชี้แจง และตนได้ให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการให้ เพราะเราไม่รู้เรื่องกฎหมายเชิงลึก
เมื่อถามว่านายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย โดนเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า นายเนวิน กรรมการบริหารพรรค และนายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ซึ่งรู้สึกว่ามีการเน้นไปที่กรรมการบริหารของพรรคภูมิใจไทย แต่ก็ไม่เป็นไร ทุกคนก็ต้องไปตามกฎหมายอยู่แล้ว ไปพิสูจน์ว่าข้อกล่าวหาเรื่องนี้จริงหรือเท็จอย่างไร
เมื่อถามว่าเรื่องนี้เป็นเป้าโจมตีทางการเมืองหรือไม่ ในการเขย่าพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินตอบทันทีว่า “แค่นี้ยังมองไม่ออกอีกหรอว่ามันเป็นเรื่องการเมืองหรือเปล่า”
เมื่อถามว่าหมายเรียกที่ออกมาในช่วงที่กระแสว่าจะยึดคืนกระทรวงมหาดไทยคิดว่าสองเรื่องนี้เกี่ยวข้องกันหรือไม่ นายอนุทินระบุว่า ถ้าจะมองว่ามันเกี่ยวก็เกี่ยวกันทั้งหมด ไม่มีปัญหาอะไร เรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย เราก็ทำตามกฎหมาย เราไม่ได้ทำผิดจะกลัวอะไร เราจะไปห้ามไม่ให้คนไม่กล่าวหา เราก็ห้ามไม่ได้
เขาอาจมีวัตถุประสงค์อะไรที่เราไม่สามารถทราบได้ ตัวเราเองก็ต้องมีความพร้อม ถ้าเราทำผิดอันไหนแก้ไขไม่ได้ก็ต้องรับผิดไป แต่ถ้าอันไหนเราทำไม่ผิดยังไงก็ไม่ผิด เพราะของพวกนี้มันต้องพิสูจน์ อย่างเรื่องของ สว.ก็พิสูจน์บทแรกมาเป็นปีแล้ว มีการออกหนังสือออกคำสั่งห้ามไม่ให้ผู้บริหารของพรรคภูมิใจไทย รัฐมนตรี และสมาชิกสภาผู้แทนฯ ของพรรคเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
เมื่อถามว่าจะขึ้นไปพบกับนายกรัฐมนตรีที่ตึกไทยคู่ฟ้าบ้างหรือไม่ นายอนุทินระบุว่า “กำลังนัดอยู่”
เมื่อถามว่าจะขึ้นไปเคลียร์เรื่องของการปรับ ครม.ใช่หรือไม่ นายอนุทินไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว ก่อนจะบอกว่า ข้อกล่าวเรื่อง สว.ยังไม่ใช่หมายเรียก แต่เป็นจดหมายให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา เราก็ไปรับฟังก่อนเพื่อชี้แจง แต่ต้องดูว่าที่ปรึกษาและทนายความจะให้คำแนะนำว่าอย่างไร ตนพูดเองไม่ได้ เพราะเป็นวิศวกร ไม่ใช่นักกฎหมาย
เมื่อถามย้ำที่ขึ้นไปหานายกรัฐมนตรีจะมีการคุยเรื่องปรับ ครม.หรือไม่ นายอนุทินระบุว่า “อุ้ย แล้วผมต้องบอกคุณเหรอ”
ส่วนการประชุมพรรคภูมิใจไทยวันนี้จะมีวาระอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทินระบุว่า ผู้สื่อข่าวไปพาดหัวซะน่ากลัว ที่บอกว่าจะไปเตรียมตัวประชุมหารือเรื่องปรับ ครม. ไม่เกี่ยว เพราะถ้าเกี่ยวกับการปรับ ครม. หรือถ้าจะมี ก็ไม่เกี่ยวกับการประชุมพรรค เพราะหากจะได้มติจากพรรค ต้องเป็นกรรมการบริหารพรรค
ถ้าถึงเวลาที่แจ้งว่าจะมีการปรับ ครม. ก็จะมอบหมายให้หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคไปดำเนินการ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้รับแจ้งอะไร ตนดูข่าวมาเมื่อเช้าที่บอกว่าเรียกประชุม สส. เหมือนจะไปล้มทับจับศึกกับใคร แต่ที่เรียกประชุมเพราะใกล้จะเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้วเป็นเรื่องของกรรมาธิการการงบประมาณ ไม่ใช่การกำหนดท่าที เพราะคงไม่ต้องเรียกมาทั้งพรรค
เมื่อถามถึงการปรับ ครม. หากนายกฯ มีความประสงค์จะให้เปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มองว่าจะเป็นอำนาจของท่านนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทินระบุว่า อันนี้มันไม่ใช่เป็นเรื่องของพรรคร่วม รัฐบาลถ้ามีการหารือกันในเรื่องของการปรับตำแหน่ง มันไม่ใช่การหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรี แต่เป็นการหารือการระหว่างหัวหน้าพรรคกับหัวหน้าพรรค
เมื่อถามว่าเรื่องนี้มันจบตั้งแต่ดีลช็อกมินต์ใช่หรือไม่ นายอนุทินย้ำว่า “ผมก็ยังยืนยันเช่นนั้นอยู่”
เมื่อเวลา 14.55 น. นายอนุทินเดินลงจากตึกบัญชาการ 1 เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อเข้าพบ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
โดยสื่อพยายามสอบถามว่า เป็นการหารือเรื่องอะไร มีเรื่องการเมืองหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คุยหลายเรื่อง โดยจะรายงานเรื่องที่เพิ่งกลับมาจากจังหวัดอุบลราชธานี
เมื่อถามว่า ณ ตอนนี้พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ยังสามารถพูดกันลงตัวใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้คุยอะไรเลย
เมื่อถามย้ำว่า จะได้คุยกันวันนี้เลยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็แล้วแต่ท่าน