สปาร์คเคิลเผยคนไทยยกยาสีฟันเป็นบิวตี้รูทีนเหมือนสกินแคร์-เมกอัพ โดยต้องการความเป็นพรีเมี่ยมและมัลติฟังก์ชั่น ขณะที่ยาสีฟันสมุนไพรและยาสีฟันเพื่อฟันขาวดีมานด์สูงตามกระแสสุขภาพและสังคมสูงวัย
มากกว่าแค่ของใช้ในห้องน้ำ
นางสาวนันทวรรณ สุวรรณเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตยาสีฟันแบรนด์สปาร์คเคิล (SPARKLE) ฉายภาพว่า ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากในประเทศไทยมีมูลค่ารวมกว่า 17,160 ล้านบาทในปี 2567 โดยเฉพาะตลาดยาสีฟันที่มีมูลค่าสูงถึง 9,357 ล้านบาท เติบโตขึ้นประมาณ 7.4% และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในปี 2568 ถึง 8.3%
ปัจจัยที่ผลักดันการเติบโตนี้มาจากความต้องการผลิตภัณฑ์ “พรีเมี่ยม” และ “มัลติฟังก์ชั่น” ซึ่งตอบโจทย์ทั้งความสะอาดของช่องปาก ความขาวของฟัน ลมหายใจหอมสดชื่น เพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีและเพิ่มความมั่นใจ
นอกจากนี้ ผู้บริโภคเริ่มมองว่ายาสีฟันเป็นส่วนหนึ่งของบิวตี้รูทีนและไลฟ์สไตล์สุขภาพที่ต้องใส่ใจเหมือนสกินแคร์หรือเมกอัพ ไม่ใช่เพียงแค่ของใช้ในห้องน้ำ
ยาสีฟันสมุนไพร-ฟันขาว ดีมานด์แรง
สำหรับเทรนด์มาแรงในตลาดยาสีฟันขณะนี้ จะเป็นความนิยมยาสีฟันสมุนไพรหรือยาสีฟันธรรมชาติ ซึ่งเติบโตต่อเนื่อง โดยมีสัดส่วนถึง 37% ของตลาด ด้วยแรงหนุนจาก 2 ปัจจัยคือ การให้น้ำหนักกับส่วนผสมออร์แกนิก-ส่วนผสมจากธรรมชาติ รวมถึงปลอดสารเคมีและการขยายตัวของกลุ่มผู้สูงวัย
ส่วน “ยาสีฟันเพื่อฟันขาว” มีสัดส่วน 11% แต่มีอัตราการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักทุกปี เพราะผู้บริโภคไทยให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และบุคลิกภาพมากขึ้น ฟันขาวจึงกลายเป็นอีกหนึ่งอาวุธลับของการเสริมความมั่นใจ
ดึง “หลิงหลิง คอง” เป็นพรีเซ็นเตอร์ เจาะ Gen Y และ Gen Z
นางสาวนันทวรรณกล่าวต่อไปว่า แม้ตลาดยาสีฟันจะเติบโตสูง แต่การแข่งขันดุเดือดด้วยเช่นกัน เพื่อรับมือบริษัทจึงตัดสินใจดึงนักแสดงชื่อดังระดับเอเชีย อย่าง “หลิงหลิง คอง” มาร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ เพื่อปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดูทันสมัย และเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นอย่าง Gen Y และ Gen Z มากขึ้น
ทั้งนี้เพื่อใช้ภาพลักษณ์สวยเฉียบ ฟันขาว และรอยยิ้มสดใส ถือเป็นตัวแทนของผู้หญิงยุคใหม่ที่มีทั้งความมั่นใจ มีคลาสแต่เข้าถึงง่าย มาย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ที่พร้อมปรับตัวและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่
พร้อมกับจัดกิจกรรม Lucky Fans กับหลิงหลิง คอง เพื่อสร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และสร้างฐานผู้ใช้ใหม่ในกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ซึ่งจะทำให้แบรนด์ Sparkle ไม่ใช่แค่แบรนด์ยาสีฟัน แต่เป็นเพื่อนคู่ใจในชีวิตประจำวัน

ตั้งเป้าปี 2025 โตเกิน 20%
จากการดำเนินงานตามแผนงานที่วางไว้ บริษัทคาดว่าสิ้นปี 2025 จะมียอดจำหน่ายภายใต้แบรนด์ Sparkle เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% โดยมีผลิตภัณฑ์ยาสีฟันเป็นเรือธงในการผลักดันยอดขาย พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และแผนการตลาดใหม่ ๆ ที่สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคออกมาอย่างต่อเนื่อง