20 มิถุนายน ‘วันผู้ลี้ภัยโลก’ ประเทศไทยมีผู้ลี้ภัย จำนวนเท่าไร่ อยู่ไหนบ้าง ?
องค์การสหประชาชาติ กำหนดให้วันที่ 20 มิถุนายนของทุกปีเป็น ‘วันผู้ลี้ภัยโลก’ เพื่อระลึกถึงความเข้มแข็งของคนที่ถูกบังคับให้หนีออกจากประเทศบ้านเกิดจากความขัดแย้ง เปิดตัวเลขล่าสุดผู้ลี้ภายในประเทศไทย
องค์การสหประชาชาติ กำหนดให้วันที่ 20 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันผู้ลี้ภัยโลก (World Refugee Day) เพื่อระลึกถึงความเข้มแข็งและความกล้าหาญของผู้คนที่ถูกบังคับให้หนีออกจากประเทศบ้านเกิดจากความขัดแย้งและการประหัตประหาร
โดยวันผู้ลี้ภัยโลก เป็นโอกาสที่เราจะร่วมระลึกถึงความเข้มแข็งในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อีกครั้งของผู้ลี้ภัยแม้ต้องสูญเสียทุกอย่าง รวมถึงยังเป็นโอกาสในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ของพวกเขา และการมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของผู้คนจากทั่วโลกด้วยความเมตตา
ผู้ลี้ภัยในประเทศไทย
ข้อมูลจาก UNHCR ระบุว่าภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ผู้ลี้ภัย หมายถึง บุคคลที่จำเป็นต้องทิ้งประเทศบ้านเกิดของตนเอง เนื่องจากความหวาดกลัวอันมีมูลว่าจะถูกประหัตประหาร ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางเชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติ ความคิดเห็นทางการเมือง หรือการเป็นสมาชิกในกลุ่มสังคมเฉพาะ
วันนี้จำนวนผู้ลี้ภัยทั่วโลกพุ่งสูงเป็น 43.4 ล้านคน เป็นผู้ลี้ภัยในความดูแลของ UNHCR 31.6 ล้านคน โดย 5.8 ล้านคน ได้รับการพิจารณาเป็นผู้ลี้ภัยและได้รับการดูแลอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยราว 60 แห่ง ในตะวันออกกลางโดยสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (UNRWA) ซึ่งถูกก่อตั้งในปี พ.ศ. 2492
ปลายเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2567 มีผู้ลี้ภัยราว 86,000 คน ในประเทศไทย ได้แก่ ผู้ลี้ภัยจากเมียนมาราว 81,000 คน พักพิงอยู่ใน 9 ค่าย ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา และผู้ลี้ภัยในเขตเมือง ราว 5,500 คน ราว 40 สัญชาติ พักพิงอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯและในเขตเมือง
‘ผู้ลี้ภัย’ กับนิยามที่ใครหลายคนอาจยังไม่รู้
ข้อมูลจาก แอมเนสตี้ ระบุว่า ผู้ลี้ภัยหมายถึงกลุ่มคนที่เดินทางออกจากประเทศของตนเนื่องจากสงคราม ความรุนแรง การประหัตประหารหรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงอื่น ๆ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางเชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา หรือความคิดเห็นทางการเมือง ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่ไม่สามารถกลับไปยังบ้านเกิดได้เพราะหวาดหวั่นต่อภยันตรายเกินกว่าที่จะกลับไปได้ โดยในบางครั้งพวกเขาถูกเรียกว่าผู้ขอลี้ภัย (Asylum Seekers) จนกว่าคนคนนั้นจะได้รับสถานะเป็น “ผู้ลี้ภัย” จาก UNHCR สถานะของบุคคลที่เป็นผู้ลี้ภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการกับ UNHCR หรือรัฐบาลของประเทศที่รองรับผู้ขอลี้ภัย ผู้ลี้ภัยซึ่งไม่ยื่นคำร้องขอที่ลี้ภัยและบุคคลที่ยื่นเรื่องขอที่ลี้ภัยแต่ถูกปฏิเสธโดย UNHCR หรือหน่วยงานระดับชาติยังคงมีสถานะเป็นผู้ลี้ภัย
ผู้ขอลี้ภัย VS. ผู้ลี้ภัย
ผู้ขอลี้ภัย (Asylum Seeker) ต่างจากผู้ลี้ภัยตรงที่ผู้ขอลี้ภัยยังมิได้รับการรับรองสถานะผู้ลี้ภัยอย่างเป็นทางการตามอนุสัญญาฯว่าด้วยสถานะผู้ลี้ภัย พ.ศ. 2494
แรงงานต่างด้าว VS. ผู้ลี้ภัย
แรงงานต่างด้าวแตกต่างจากผู้ลี้ภัยตรงที่ว่า แรงงานต่างด้าวคือคนที่เดินทางออกนอกประเทศของตนโดยสมัครใจเพื่อที่จะไปทำงานในประเทศอื่น ๆ เพื่อโอกาสทางเศรษฐกิจของพวกเขา ขณะที่ผู้ลี้ภัยถูกสถานการณ์ทางการเมืองหรือทางสังคมในประเทศตนเองบังคับให้พวกเขาต้องหลบหนีออกจากประเทศ
เหยื่อการค้ามนุษย์ VS. ผู้ลี้ภัย
ด้วยสถานการณ์ความยากลำบากในการหนีออกนอกประเทศ มีหลายกรณีที่ผู้ที่แสวงหาที่ลี้ภัยจำนวนไม่น้อยตัดสินใจร่วมเดินทางกับกลุ่มลักลอบขนคนเข้าเมือง เพราะเชื่อว่าจะได้เดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการ แต่พวกเขากลับตกไปเหยื่อการค้ามนุษย์ โดยอาจถูกทำร้ายร่างกายจนอาจถึงแก่ชีวิต หากไม่ยอมทำตามคำสั่งของผู้ที่ทำการลักลอบเข้าเมือง และหากพวกเขาถูกทางการจับตัวไป พวกเขาอาจจะถูกดำเนินคดีในลักษณะลักลอบเข้าเมือง และถูกกักขังและส่งกลับไปยังประเทศต้นทาง
ปัญหา
แน่นอนว่าการแก้ปัญหาผู้ลี้ภัยที่ยั่งยืนคือ การยุติสงครามและความขัดแย้งที่รุนแรงต่าง ๆ หากแต่การแก้ปัญหาดังกล่าวต้องอาศัยเวลาที่ยาวนานมาก ในแต่ละวัน มีคนต้องลี้ภัยจำนวนกว่า 34,000 คนในระหว่างการลี้ภัย ผู้คนเหล่านี้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงมากมาย อันได้แก่
การเดินทางลี้ภัยที่อันตรายต่อชีวิต
หนทางการลี้ภัยของแต่ละคนนั้นมีได้หลากหลาย บ้างต้องเดินเท้าเป็นเวลาหลายวันเพื่อข้ามเขตแดนไปยังประเทศอื่น บ้างต้องหนีออกจากประเทศด้วยการลงเรือร่วมกับผู้คนอื่น ๆ จำนวนมาก พวกเขาต้องตกอยู่ในความเสี่ยงต่อความปลอดภัยทางร่างกายและชีวิต ดังที่เห็นในภาพเด็กน้อยผู้ลี้ภัยชาวซีเรียวัย 3 ขวบ ที่จมน้ำเสียชีวิตและถูกกระแสน้ำพัดมาเกยชายหาดแห่งหนึ่งในตุรกี เนื่องจากประสบเหตุเรือล่ม ขณะที่กำลังพยายามเดินทางเข้าไปยังสหภาพยุโรปตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปทั่วโลก
การถูกแสวงหาประโยชน์
มีผู้ลี้ภัยจำนวนไม่น้อยที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์หรือการค้ายาเสพติด ด้วยความที่พวกเขาหวาดกลัวจากการประหัตประหารในประเทศของตนเองจึงยินยอมที่จะเดินทางไปกลุ่มคนลักลอบเข้าเมือง เพราะเชื่อว่าจะสามารถจะช่วยให้ตนเองเดินทางลี้ภัยไปยังประเทศอื่นได้ หากแต่เมื่อพวกเขาถูกทางการจับได้ พวกเขาอาจถูกคุมขังไว้ยังสถานกักตัวคนเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายอย่างไม่มีระยะเวลากำหนด หรืออาจจะถูกส่งกลับไปยังประเทศต้นทาง ซึ่งจะทำให้พวกเขาตกอยู่ในอันตรายที่พวกเขาหนีจากมา ในบางประเทศ ผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัยถูกเลือกปฏิบัติ ด้วยเพราะพวกเขาแตกต่างจากพลเมืองในประเทศนั้น ๆ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางกายภาพหรือวัฒนธรรรมที่แตกต่าง และโดยเฉพาะในประเทศที่ไม่มีกฎหมายภายในให้ความคุ้มครองผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัยโดยเฉพาะ พวกเขาอาจถูกคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการถูกคุกคามทางเพศด้วยเช่นกัน
ตามหลักสิทธิมนุษยชน และหลักกฎหมายระหว่างประเทศ มนุษย์ทุกคนมีสิทธิที่จะได้ที่ลี้ภัยไปยังประเทศอื่นให้รอดพ้นจากการประหัตประหารที่เกิดขึ้นในประเทศที่ตนเป็นพลเมืองอยู่ได้ ตามอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพของผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติปี 2494 และพิธีสารเลือกรับว่าด้วยสถานภาพของผู้ลี้ภัย (Optional Protocol Relating to the Status of Refugee) ปี 2510 ได้ระบุสิทธิของผู้ลี้ภัยหลายประการ ซึ่งรัฐผู้เป็นภาคีในอนุสัญญาและพิธีสารดังกล่าวจะต้องปฏิบัติตามให้ผู้ลี้ภัยเข้าถึงสิทธิเหล่านั้น หากประเทศที่ให้การพักพิงลี้ภัยมีกฎหมายภายในเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยเป็นการเฉพาะ ผู้ลี้ภัยต้องได้รับสิทธิและหน้าที่ได้กำหนดไว้ตามกฎหมายภายในที่เกี่ยวข้องนั้น ๆ หากประเทศที่ให้การพักพิงไม่มีกฎหมายภายในกำหนดไว้ ประเทศนั้น ๆ ต้องปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยตามหลักมนุษยธรรม