TIPCO ชี้แจงตลาดหลักทรัพย์ฯ 3 ผู้ถือหุ้นเดิมตระกูล “ทรัพย์สาคร” ขายหุ้นให้ “COLAS SA” ที่เป็นผู้ถือหุ้น TASCO อยู่แล้ว กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ TIPCO สัดส่วน 23.9999% ยันไม่มีประเด็นขัดแย้งทางผลประโยชน์
บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPCO แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้แจงการซื้อขายหุ้น Big Lot และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น โดยระบุว่า บริษัทได้รับแจ้งจากผู้ถือหุ้นจำนวน 4 ราย ได้ซื้อขายหุ้นของบริษัท ผ่านระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บนกระดานรายใหญ่ (Big Lot Board) ประจำวันที่ 10 มิ.ย. 2568 จำนวนรวม 115,819,113 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 23.9999 ของทุนชำระแล้วของบริษัท
ทั้งนี้ การทำรายการได้มา หรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของบุคคลดังกล่าวข้างต้น เป็นการทำรายการโดยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยผู้ซื้อและผู้ขายไม่ใช่ผู้ที่เกี่ยวข้องกัน และไม่เข้าข่ายการทำคำเสนอซื้อ ตามประกาศคณะกรรมการตลาดทุนที่ ทจ. เรื่องหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ (ฉบับประมวล) แต่อย่างใด
นอกจากนี้ TIPCO ยังได้กล่าวด้วยว่า ได้พิจารณาเกณฑ์ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ต่อกรณีผู้ถือหุ้นรายใหม่ (COLAS SA) ที่เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 23.9999% ของบริษัท ซึ่งผู้ถือหุ้นรายดังกล่าวก็ถือหุ้น 31.09% ในบริษัท ทิปโก้ แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) (TASCO) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมของบริษัทเกิน 10% ทำให้เข้าข่ายอาจจะไม่เป็นไปตามกลไกการป้องกันประโยชน์ที่ขัดแย้ง ดังนี้
1. ตามข้อมูลของบริษัท ผู้ถือหุ้นเดิม (ผู้ขาย) ได้แสดงเจตจำนงที่จะขายหุ้นในบริษัท โดยที่ COLAS SA ทราบถึงเจตจำนงนี้และมีควานสนใจในการลงทุนในบริษัท จึงตกลงที่จะซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมผ่านระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯ บนกระดานรายใหญ่ (Big Lot Board) ประจำวันที่ 10 มิถุนายน 2568
2. หลังจากการเข้าซื้อหุ้น COLAS SA ได้แสดงเจตจำนงที่จะแต่งตั้งกรรมการตามสัดส่วนการถือหุ้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการแต่งตั้งกรรมการที่เสนอโดย COLAS SA ตามข้อมูลที่ดีที่สุดของบริษัท นอกเหนือจากการแต่งตั้งกรรมการที่เสนอแล้ว COLAS SA ยังไม่มีแผนที่จะแต่งตั้งผู้บริหารหรือเปลี่ยนนโยบายธุรกิจของบริษัทแต่อย่างใด หากมีการเปลี่ยนแปลงที่ต้องเปิดเผยตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง บริษัทจะประกาศผ่านระบบข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
3. บริษัทพิจารณาแล้วพบว่าทั้งในส่วนของบริษัท บริษัทร่วม และ COLAS SA ต่างมีขอบเขตธุรกิจ และมีผลิตภัณฑ์ รวมถึงลูกค้าที่แตกต่างกัน บริษัทจึงเชื่อว่าสถานการณ์นี้ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การถือหุ้นของ COLAS SA ในบริษัทควรนำมาซึ่งความมั่นคงเช่นเดียวกับที่นำมาให้ TASCO จากการลงทุนระยะยาวของ COLAS SA
4. มีการบริหารจัดการที่เป็นอิสระจากกันในส่วนของผู้บริหารของแต่ละบริษัท (บริษัท บริษัทร่วม และ COLAS SA) อีกทั้งยังกำหนดให้มีการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ด้วยการปฏิบัติตามนโยบายจริยธรรมทางธุรกิจ โดยมีการกำหนดข้อพึงปฏิบัติของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่าง ๆ โดยเฉพาะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งเน้นเรื่องการควบคุมที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบทางลบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มอื่น ๆ
5. บริษัทและบริษัทร่วม ต่างมีคณะกรรมการตรวจสอบที่มีบทบาท และหน้าที่ความรับผิดชอบในการดูแลให้เกิดการปฏิบัติตามมาตรการขจัด หรือป้องกันการเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่กำหนดไว้จากการควบคุมดูแลตามปกติ และโอกาสในการเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในอนาคต อีกทั้งคณะกรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระของบริษัท และบริษัทร่วมเป็นคนละชุดกัน โดยไม่มีบุคคลใดดำรงตำแหน่งซ้ำกันระหว่างสองบริษัท
บริษัทขอยืนอันว่าจะดำเนินมาตรการป้องกันการเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น อันเป็นการรับผิดชอบต่อผู้ลงทุน และผู้ถือหุ้นผ่านกลไกการติดตามให้เป็นไปตามมาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด
