Skip to content

รู้จัก ‘อุปทูต’ รัฐลดระดับความสัมพันธ์ กระแสร้อนห้วงตึงเครียดไทย-กัมพูชา

21 มิ.ย. 2568 | 09:15น.
รู้จัก ‘อุปทูต’ รัฐลดระดับความสัมพันธ์ กระแสร้อนห้วงตึงเครียดไทย-กัมพูชา

‘อุปทูต’ กลายเป็นคำที่กลับมาอยู่ในความสนใจในห้วงความสัมพันธ์ตึงเครียดไทยกับกัมพูชา ‘ประชาชาติธุรกิจ’ ชวนทำความรู้จักคำศัพท์ทางการทูตคำนี้พอสังเขป

ตามข้อมูลในหนังสือคำศัพท์-คำย่อทางการทูตและการต่างประเทศ โดยสถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการ ระบุว่า Chargé d’ Affaires ภาษาฝรั่งเศส อ่านว่า  “ชาร์เย่ ดะ แฟร์” หรือตำแหน่งอุปทูต เดิมเรียกว่า อุปทูตประจํา ซึ่งในสมัยก่อนเรียกว่า Chargè d’ Affaires ad hoc บ้าง Chargè d’Affaires en pied หรือ Chargè d’ Affaires avec lettres บ้าง ปัจจุบันเรียกเพียงอุปทูต (Chargè d’ Affaires) เท่านั้น

รัฐผู้ส่งและรัฐผู้รับอาจจะตกลงกันให้มีหัวหน้าคณะผู้แทนเพียงระดับอุปทูตก็ได้ (ต่างกันกับตําแหน่งอุปทูตชั่วคราว)

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันตำแหน่งอุปทูต ถูกใช้เป็นมาตรการตอบโต้ในรูปแบบหนึ่งของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยประเทศคู่ขัดแย้งมักเรียกเอกอัครราชทูตกลับประเทศ ให้เหลือเพียงระดับอุปทูต ถือเป็นการลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต ระหว่างกัน

เอกอัครราชทูต Ambassador Extraordinary and Plenipotentiary หรือเรียกสั้นๆ Ambassador คือ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็ม หมายถึง เอกอัครราชทูตที่รัฐผู้ส่งแต่งตั้งไปยังรัฐผู้รับโดยมอบหมายอํานาจให้ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนของรัฐผู้ส่ง

ความแตกต่าง เอกอัครราชทูตกับอุปทูต กล่าวคือ เอกอัครราชทูตคือเจ้าหน้าที่การทูตระดับสูงสุด ซึ่งเป็นตัวแทนของประมุขของประเทศ ในขณะที่อุปทูตคือเจ้าหน้าที่การทูตระดับรองลงมา ซึ่งโดยทั่วไปจะทำหน้าที่หัวหน้าคณะผู้แทนการทูตเมื่อเอกอัครราชทูตไม่อยู่ หรือเมื่อความสัมพันธ์ทางการทูตยังไม่ได้รับการพัฒนาอย่างสมบูรณ์

นอกจากนี้ยังมีตำแหน่ง Chargé d’ Affaires ad interim อุปทูตรักษาราชการสถานเอกอัครราชทูต หรือ อุปทูตชั่วคราว ในกรณีที่ตําแหน่งของหัวหน้าคณะผู้แทนว่างลง หรือ หัวหน้าคณะผู้แทนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ของตนได้

อุปทูตชั่วคราวจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนเป็นการชั่วคราวได้ โดยหัวหน้าคณะผู้แทนจะแจ้งนามอุปทูตชั่วคราวให้กระทรวงการต่างประเทศของรัฐผู้รับทราบ หรือหากหัวหน้าคณะผู้แทนไม่สามารถแจ้งได้

กระทรวงการต่างประเทศของรัฐผู้ส่งจะแจ้งนามอุปทูตชั่วคราวไปยังกระทรวงการต่างประเทศของรัฐผู้รับ

สำหรับความคืบหน้าในการตอบโต้ด้านการต่างประเทศของไทยต่อกัมพูชา ล่าสุดมีรายงานว่า รัฐบาลไทย โดยนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.การต่างประเทศ สั่งการให้นายตุลย์ ไตรโสรัส เอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ กลับประเทศไทยนั้น

อย่างไรก็ตาม กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงว่า กระทรวงการต่างประเทศ ได้เชิญทูตกลับมาเพื่อหารือข้อราชการตามปกติ ไม่ได้มีการตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับกัมพูชาแต่อย่างใด

สำหรับการเชิญทูตมาประชุมนี้ เป็นการเชิญมาหารือเพียงคนเดียว ขณะที่งานส่วนอื่นได้ดำเนินการตามปกติ ยังไม่ได้มีการลดระดับความสัมพันธ์แต่อย่างใด

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น ภายหลังเหตุการณ์ที่ทางฝ่ายกัมพูชาเปิดคลิปเสียงนายกรัฐมนตรีไทย กระทรวงการต่างประเทศถือว่าเป็นการกระทำที่กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอย่างร้ายแรง และได้เรียกเอกอัครราชทูตกัมพูชามารับทราบหนังสือประท้วงไปเมื่อ 18 มิถุนายน เพื่อแสดงความผิดหวังอย่างยิ่งต่อการกระทำของฝ่ายกัมพูชา