เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ดัชนีท่องเที่ยวครึ่งปีหลังพุ่ง ! ดันรายได้-นักท่องเที่ยวปี’61 โตทะลุเป้า

02 ก.ค. 2561 | 11:30น.

สัมภาษณ์

แม้ว่าตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทยในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมาจะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปกติเล็กน้อย เนื่องจากการแข่งขันและต้นทุนการบริหารและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ก็ยังเชื่อมั่นว่าดัชนีความเชื่อมั่นจะปรับตัวสูงขึ้นและเข้าสู่ระดับปกติได้ในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “อิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก” ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ถึงความเชื่อมั่นและคาดการณ์แนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ไว้ดังนี้

“อิทธิฤทธิ์” บอกว่า จากการคาดการณ์แนวโน้มของกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ พบว่า ในช่วงไตรมาสที่ 3 นี้มีนักท่องเที่ยวไทยวางแผนเดินทางในประเทศร้อยละ 25 ซึ่งใกล้เคียงกับระยะเดียวกันปีก่อนเช่นกัน ส่วนตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

โดยประเมินว่าปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติคือ การเดินทางที่สะดวกรวดเร็วและง่ายขึ้น รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัวดีขึ้น พร้อมกับแผนการประชาสัมพันธ์พื้นที่จากหน่วยงานภาครัฐที่มีอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

จึงค่อนข้างมั่นใจได้ว่า แนวโน้มของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลังจะยังคงดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น ซึ่งหากเทียบกับเป้าหมายเดิมที่วางไว้ที่รายได้ 3 ล้านล้านบาทนั้น ยังเชื่อมั่นว่าจะได้มากกว่าเป้าที่วางไว้แน่นอน

“ถึงตอนนี้เราคาดการณ์ว่า ภาพรวมทั้งปีสำหรับปี 2561 นี้ประเทศไทยเราจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 39.74 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.53 เมื่อเทียบกับปี 2560 และสร้างรายได้ที่ประมาณ 2.09 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.54 เมื่อเทียบกับปีก่อน”

นั่นหมายความว่า หากรวมกับเป้าหมายรายได้จากตลาดในประเทศ หรือไทยเที่ยวไทยอีกประมาณ 1 ล้านล้านบาท จะทำให้รายได้รวมของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยในปีนี้อยู่ที่ราว 3.09 ล้านล้านบาท

“อิทธิฤทธิ์” บอกอีกว่า นอกจากแนวโน้มของอุตสาหกรรมโดยรวมที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว ปัจจุบันโครงสร้างพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวยังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วด้วย โดยมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตัวเอง (FIT) มีสัดส่วนถึง 70% จากเดิมที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเดินทางเข้ามาเป็นกรุ๊ปทัวร์ในสัดส่วนสูงถึงประมาณ 70% เดินทางด้วยตัวเองเพียงแค่ 30% เท่านั้น

จากโครงสร้างพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไปนี้ ได้ส่งผลให้ในพื้นที่ท่องเที่ยวหลักของไทยมีการพัฒนาด้านการรองรับนักท่องเที่ยวได้มากยิ่งขึ้น เช่น มีการลงทุนในธุรกิจโรงแรม ที่พักมากยิ่งขึ้น ทั้งในพื้นที่ท่องเที่ยวเมืองหลักและในเมืองรอง ขณะเดียวกัน ยังมีการลงทุนในกิจกรรมการท่องเที่ยว และมีรูปแบบการทำแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีพัฒนาการ ฯลฯ

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนสนับสนุนให้การท่องเที่ยวของไทยมีความหลากหลาย และสามารถรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน

“ตอนนี้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้าถึงข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวของไทยได้ดียิ่งขึ้นทั้งในพื้นที่เมืองหลักและเมืองรอง รวมทั้งจะสามสารถจองห้องพักออนไลน์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่ง่ายขึ้น”

ดังนั้น สิ่งที่อยากนำเสนอให้ภาครัฐเร่งพัฒนาคือ ระบบการคมนาคมขนส่งให้มีมาตรฐานและเชื่อมต่อระบบการเดินทางต่าง ๆ เข้าได้ด้วยกัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวได้สะดวก รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพสถานที่ท่องเที่ยว และสถานประกอบการในพื้นที่ท่องเที่ยวให้เป็นไปตามมาตรฐานสอดคล้องกับความสามารถในการรองรับของพื้นที่ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้นโยบายที่มีความสัมพันธ์กับการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องและเข้าถึงทุกพื้นที่

ขณะเดียวกัน ในส่วนของผู้ประกอบการก็ควรพัฒนาคุณภาพสินค้าและการให้บริการให้อยู่ในมาตรฐานสากล สร้างเครือข่ายการทำงานในระดับพื้นที่ให้มีกลไกในการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อปรับตัวพร้อมต่อสถานการณ์การท่องเที่ยวและกระแสที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ท่องเที่ยว นักท่องเที่ยว