Skip to content

‘ธนา’ มองเศรษฐกิจไทย หมดยุคโปรโมชั่น ‘แม่น้ำเปลี่ยนทิศ’ โลกไม่เหมือนเดิม

25 มิ.ย. 2568 | 19:33น.
‘ธนา’ มองเศรษฐกิจไทย หมดยุคโปรโมชั่น ‘แม่น้ำเปลี่ยนทิศ’ โลกไม่เหมือนเดิม

‘ธนา เธียรอัจฉริยะ’ มองภาพเศรษฐกิจไทย หมดยุคโปรโมชั่น ตอนนี้ “แม่น้ำเปลี่ยนทิศ” ทัวริส-ตลาดหุ้น-ประชากรไทย ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ซ้ำโดนแพลตฟอร์มต่างชาติยึดอย่างสมบูรณ์

ธนา เธียรอัจฉริยะ ผู้บริหาร-ที่ปรึกษาธุรกิจ-เจ้าของเพจเขียนไว้ให้เธอ กล่าวในงานสัมมนา Prachachat Exclusive Forum 2025 “คนพลิกวิกฤต” ว่า ปีนี้น่าจะเป็นปีที่เศรษฐกิจดีที่สุดในรอบ 5 ปีต่อจากนี้ แม้ทุกอย่างจะมีโอกาส แต่ก็มีเสียงสะท้อนเป็นจำนวนมากถึงสภาพเศรษฐกิจในช่วงนี้

อย่างไรก็ตาม มีบางธุรกิจที่ดี เช่น มอเตอร์ไซค์ โทรศัพท์มือถือ เพราะเป็นธุรกิจเกี่ยวกับเงินผ่อน ที่ดาวน์น้อย ที่ดีเพราะขับเคลื่อนด้วยเงินผ่อน แต่โดยภาพรวมเศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดี ยกตัวอย่างเช่น ร้านชาบูของตัวเองก็ได้รับผลกระทบ จากการที่นักท่องเที่ยวจีนหาย

มีแนวคิดอันหนึ่งของ “สุรชัย พุฒิกุลางกูร” Illustrator มือ 1 ของโลก แม้จะมีคนเก่ง ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่เขาก็สามารถหนีคนอื่นได้ตลอดเวลาเช่นกันด้วยการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ทำให้ยังเป็นอันดับ 1

สุรชัย พุฒิกุลางกูร มีเเนวคิดหนึ่งที่น่าสนใจคือ “แม่น้ำเปลี่ยนทิศ” ที่ได้มาจากมรดกที่ดินรกร้างของคุณปู่ริมแม่น้ำยม ซึ่งแต่ก่อนคุณปู่มี Business Model ไว้ว่าจะทำโรงน้ำแข็ง และมีเรือมารับ แต่ปัจจุบัน แม่น้ำกลับเปลี่ยนทิศ ทำให้กลายเป็นที่ดินรกร้าง

ในโลกนี้จึงมีทั้งน้ำขึ้นน้ำลง เศรษฐกิจเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง ถ้าบางอย่างเปลี่ยนทิศไปแล้วแต่ยังสังเกตไม่ออก ก็จะวอดวายได้ ต้องสังเกตธุรกิจตัวเอง

ที่เปลี่ยนทิศไปแล้วในเมืองไทย คือ ทัวริส จะไม่กลับมาเหมือนเดิมแน่ ๆ ไม่ใช่เพราะเราไม่มีเสน่ห์ แต่เราไม่มีความสามารถในการกลับไปได้

เนื่องจากมีคู่แข่งมากขึ้น และประสบปัญหาสแกมเมอร์ที่หลอกลวงนักท่องเที่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งแต่แท็กซี่ที่ทุกคนเห็นปัญหา ถ้าแก้ไม่ได้ ก็คงไม่สามารถแก้อะไรได้แล้ว ที่ผ่านมาจึงเหมือนโปรโมชั่น คงไม่กลับมาเหมือนเดิมแล้ว

ธนา เธียรอัจฉริยะ

“ทัวริส เราเหมือน CBD ของกรุงเทพฯ ที่แต่ก่อนคือวังบูรพา แต่ตอนนี้คือพารากอน ซึ่งประเทศไทยกำลังจะกลายเป็นวังบูรพาด้านการท่องเที่ยว”

ต่อมาที่เปลี่ยนทิศคือเรื่องประชากร อัตราการเกิดต่ำมาก และน้อยลงเรื่อย ๆ ประชากรก็จะหด และผู้สูงอายุจะเยอะขึ้น ถ้าทำธุรกิจเกี่ยวกับผู้สูงอายุก็อาจจะดี

อีกอย่างที่เปลี่ยนทิศคือ ตลาดหุ้นไทย จากการคุยกับผู้รู้ เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับภาวะเติบโตต่ำ และตลาดหุ้นไทยขึ้นได้ด้วยต่างชาติ ทุกคนก็ไม่เห็นอะไรในสายตาอยู่แล้ว ดีมานด์จากต่างชาติจึงไม่มีแน่นอน นอกจากนี้ นักลงทุนไทยก็สามารถไปลงทุนต่างประเทศได้ง่ายขึ้น แม้จะมีเงินจากรายย่อยและสถาบันต่าง ๆ อยู่ แต่ก็ไม่ได้ซัพพอร์ตตลาดหุ้นไทย

นอกจากนี้ ปัจจุบันยังถูกยึดครองโดยแพลตฟอร์มต่างชาติอย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นตัวกลางที่มีอำนาจสูงสุดระหว่างการซื้อขาย ทั้งการช็อปปิ้ง จองโรงแรม ดีลิเวอรี่ และเม็ดเงินโฆษณา ก็เป็นแพลตฟอร์มต่างชาติทั้งสิ้น

“เมื่อยึดได้แล้ว ก็จะขึ้นราคา เดี๋ยวนี้ใครค้าขายในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจะรู้ว่าออนไลน์และออฟไลน์เริ่มเท่ากันเเล้ว และ Business Solutions ต่าง ๆ ราคาก็ขึ้นปีละ 20% และจะขึ้นไปเรื่อย ๆ ซึ่งเราเปลี่ยนไม่ได้แล้ว”

หลาย ๆ อย่างเริ่มเปลี่ยน จะเรียกว่าเป็นเทรนด์ก็ได้ เพราะแม่น้ำเปลี่ยนทิศหลายอย่าง

ธนากล่าวอีกว่า ได้ฟัง “ดร.สันติธาร เสถียรไทย” สะท้อนมุมหนึ่งได้ดีมาก ว่า ทั้งโลกไม่ใช่แค่เมืองไทย ตั้งแต่ ค.ศ. 1945 หรือหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึง ค.ศ. 2025 ระยะเวลา 80 ปีที่ผ่านมานั้น ถือเป็นโลกปกติ หรือ “โลกโปรโมชั่น” กล่าวคือ เป็นชีวิตที่ดี สงบ ฟรีเทรด และแทบไม่มีสงคราม

แต่หลังจากนี้ โลกจะกลับสู่ความวุ่นวาย และสงคราม เป็นโลกที่ Unpredictable และจะตามมาด้วย 3 อย่างคือ Nationalism, Protectionism และการเจรจา โดยปัจจุบันการเจรจา ไม่ใช่การเจรจาแบบตรงไปตรงมา

ยกตัวอย่างเช่น การเจรจาล่าสุดระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐอเมริกา นิปปอน สตีล ได้รวมกับยูเอส สตีล โดยสหรัฐขออำนาจสูงสุดในการตัดสินใจเรื่องเหล็ก เพราะเป็นยุทธศาสตร์ แล้วประเทศไทยควรจะเอาอะไรไปแลก

“โลกจะกลับไปสู่ยุคปกติ เราผ่านยุคโปรโมชั่นมาแล้ว อันนี้ก็เป็นแม่น้ำเปลี่ยนทิศ เราไม่คิดว่าจะกลับเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว” ธนากล่าว

ช่วงหนึ่ง ธนา ให้คำแนะนำว่า สำหรับผู้ประกอบการ คิดว่าตอนนี้ถึงเวลาของเถ้าแก่ คิดแบบเถ้าแก่ คือการลงแรง ลงรายละเอียด ทำงานอย่างหนัก

“คุณบุญคลี ปลั่งศิริ เคยบอกไว้ว่า เถ้าแก่ต่างกับมืออาชีพตรงไหน มืออาชีพต้องทำอะไรมีเหตุผล เถ้าแก่ไม่ต้อง ดังนั้นมันถึงจะมีกระบวนการคิดใหม่ๆ ตัดสินใจได้ มืออาชีพมันต้องเอามาเปรียบเทียบอะไรต่างๆ และมันก็จะไปเหมือนคนอื่นอยู่ดี”

“ต้องสวมวิญญาณ เถ้าแก่ขึ้นมาเยอะๆ ไม่ต้องมีเหตุผลก็ได้ แต่ทำเพื่อลูกค้าเป็นหลัก” ธนา กล่าว

ธนา เธียรอัจฉริยะ

ธนา เธียรอัจฉริยะ