‘ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด’ เสร็จแล้ว จ่อฟังความเห็น ก่อนชงวิปรัฐบาล
ภาครัฐ-เอกชน พบนายกฯ รวมพลังร่วมแก้ฝุ่น PM 2.5 ด้าน ‘จักรพล’ เผย กมธ.วิสามัญฯ พิจารณา ‘ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด’ จบแล้ว เตรียมรับฟังความเห็นสาธารณะ ก่อนชงวิปรัฐบาล บรรจุระเบียบวาระถกต่อวาระ 2-3 หลังเปิดสมัยประชุมสภา
น.ส.อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) พร้อมด้วย นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด และอดีต สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ผู้แทนภาคเอกชน เข้าพบ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงพลังความร่วมมือการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จากนั้น น.ส.อ้อนฟ้า ได้มอบหมายให้ นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข เลขาธิการ ก.พ.ร. และนายจักรพล ร่วมกันแถลงข่าว
นางอารีย์พันธ์กล่าวว่า นโยบายรัฐบาลเน้นการทำภาครัฐระบบเปิด หรือ Open Government งานทุกอย่างที่เป็นประเด็นปัญหาวิกฤตจะได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จากการดำเนินการมาเป็นเวลา 3 ปี ร่วมกับภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน
พบว่า การแก้ปัญหา PM 2.5 ต้องมี 7 องค์ประกอบ คือ 1.แผนการบูรณาการโดยเอาพื้นที่เป็นจุดศูนย์กลาง 2.ฐานข้อมูลต้องมีประสิทธิภาพ 3.ปัญหาที่ดินทำกินที่ประชาชนไม่มีความมั่นใจว่าจะปลูกพืชเศรษฐกิจได้หรือไม่ จึงมีการย้ายที่ และปลูกพืชระยะสั้น 4.การแก้ปัญหาเผาภาคการเกษตร 5.การแก้ปัญหาเผาในภาคป่าไม้
6.การกำจัดเศษวัสดุว่าจะนำเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใดเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องนี้ และ 7.การนำภาคเอกชนเข้าร่วม ซึ่งขณะนี้เราสามารถดึงความร่วมมือจากภาคเอกชนเข้ามาได้ถึง 13 บริษัท โดยมองว่าการลงทุนเป็นการช่วยสังคม และมีเจตนารมณ์ที่จะแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เพื่อคืนอากาศบริสุทธิ์ให้กับประชาชน

ด้านนายจักรพลกล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด ว่า ขณะอยู่ในชั้นการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งที่ประชุมคณะ กมธ.วิสามัญฯ ได้ส่งให้กฤษฎีกา ไปวิเคราะห์ความถูกต้องเสร็จเรียบร้อย
และเมื่อเปิดสมัยประชุมสภา ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.เป็นต้นไป จะเข้าสู่ขั้นตอนการประชาพิจารณ์ (Public Hearing) เพื่อฟังความคิดเห็นของประชาชน ผ่านเว็บไซต์ของสภา ภายใน 10-15 วัน หากไม่มีปัญหาต้องแก้ไขถือว่าเสร็จสิ้นขั้นตอนของ กมธ.จากนั้น จะเป็นการเสนอคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เพื่อบรรจุระเบียบวาระนำเข้าสู่การพิจารณาของสภา วาระ 2-3 ต่อไป
“เรายืนหยัดต่อสู้ที่จะทวงคืนอากาศสะอาดให้กับประชาชนชาวไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำงานร่วมกันทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ฝ่ายนิติบัญญัติถือเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาได้และหากมีภาคประชาชนที่เข้มแข็งร่วมมือกับรัฐบาลเชื่อว่าปัญหานี้จะคลี่คลายไปได้” นายจักรพลกล่าว