กรุงไทย ชี้ เศรษฐกิจครึ่งหลังท้าทาย กดสินเชื่อแบงก์หดตัว รายใหญ่ชะลอลงทุนใหม่
ผยง ศรีวณิช
“ผยง” ซีอีโอ ธนาคารกรุงไทย มองเศรษฐกิจครึ่งหลังปี 68 มีความท้าทาย-ความเสี่ยงเพิ่ม กดดันสินเชื่อแบงก์ทรงตัว ชี้ รายใหญ่ชะลอลงทุนเพิ่ม รอนโยบายภาษีชัดเจน กลุ่มเอสเอ็มอี-รายย่อยยังเปราะบาง เผยส่งพอร์ตลูกค้าจากผลกระทบ Tariffs ให้ ธปท. แล้ว รอประมวลผลหาแนวทางช่วยเหลือร่วมกับสภาพัฒน์-คลัง
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า แนวโน้มการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 มองว่า มีความผันผวนและความเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยเศรษฐกิจยังคงมีความท้าทาย จึงมองว่าพอร์ตการเติบโตสินเชื่อไม่น่าจะขยายตัวมากนัก โดยรวมสินเชื่อน่าจะทรงตัว (Flat)
ทั้งนี้ สินเชื่อในกลุ่มธุรกิจรายใหญ่น่าจะลดลง เพราะว่าความมั่นใจในการลงทุนใหม่เพิ่มเติม อาจจะต้องรอความชัดเจนของนโยบายการขึ้นภาษีสินค้านำเข้า (Reciprocal Tariffs) ว่าจะมีผลกระทบต่อกลไกต่อระบบการทำธุรกิจของผู้ประกอบการอย่างไร ขณะที่กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ยังคงเปราะบางอยู่ และรายย่อยยังต้องการประคับประคองอยู่ แม้ว่าจะมีความต้องการสินเชื่อมากขึ้นในกลุ่มเปราะบาง แต่เป็นการประคับประคอง
อย่างไรก็ดี จะเห็นธุรกิจที่มาใช้สินเชื่อบ้านแลกเงิน (Home for Cash) มากขึ้น แต่โดยรวมสินเชื่อบ้านใหม่ยังลดลง
ส่วนประเด็นที่ ธปท.ให้ธนาคารสำรวจพอร์ตลูกค้าจากผลกระทบจากนโยบายการขึ้นภาษีสินค้านำเข้า (Reciprocal Tariffs) ปัจจุบันธนาคารกรุงไทยได้ส่งให้กับ ธปท.เรียบร้อย ซึ่งจะต้องรอ ธปท.ประมวลผลอีกครั้ง เนื่องจากแต่ละธนาคารมีพอร์ตสินเชื่อไม่เหมือนกัน โดยหลังจาก ธปท.ประมวลผลก็ต้องนำข้อมูลมหภาคมาพิจารณาร่วม จึงเป็นที่มาที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จะเข้าไปพบกับ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) กระทรวงการคลัง และ ธปท.เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือต่อไป
“โดยรวมเราเห็นธุรกิจดีกว่าในครึ่งหลังแน่นอน ซึ่งตอนนี้ภาพรวมตลาดคาดหวังว่ากลไกตลาดจะมีการลดดอกเบี้ย 1-2 ครั้ง และทิศทางเศรษฐกิจที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศออกมาตัว Driver มันคืออะไร ซึ่งภาพรวมเป็นไปตามที่เราคาด ซึ่งสินเชื่อแต่ละแบงก์คงไม่เหมือนกัน แต่ของเรามอง flat”
นายผยง กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ภายหลังได้รับใบอนุญาต (Lisense) จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นั้น โดยขั้นตอนกระบวนการจะเป็นไปตามเกณฑ์ของ ธปท.ที่ประกาศไว้ หลังจากนี้จะต้องมีการจัดทำคู่มือประชาชนยื่นให้กับ ธปท. และรอดูว่า ธปท.จะมีเกณฑ์อะไรเพิ่มเติมหรือไม่ แต่ทางด้านความพร้อมของธนาคารและพันธมิตรเต็มที่อยู่แล้ว
ส่วนประเด็นเกี่ยวกับ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี นั้น ธนาคารกรุงไทยในฐานะบริษัทแม่ของเคทีซียังคงยืนยันว่า ธนาคารยังคงถือหุ้นเคทีซีในสัดส่วนเท่าเดิมที่ระดับ 49.29% โดยไม่มีนโยบายในการปรับลดหรือเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
“วันนี้เรายังถือหุ้นเท่าเดิม และย้ำว่าที่ผ่านมาธนาคารกรุงไทยไม่เคยขายหุ้นเคทีซีเลย ยังไม่มีนโยบายที่จะปรับสัดส่วนการถือหุ้นเคทีซีในส่วนนี้ คงจะตอบได้เพียงเท่านี้ เพราะที่ผ่านมาตลาดและราคาหุ้นเคทีซีมีความปั่นป่วนพอสมควรมากแล้ว”