Skip to content

พิชัย เผย 3 เงื่อนไขเจรจาสหรัฐ ยันไม่ให้ไทยเสียเปรียบใคร ส่งข้อเสนอเพิ่ม 14 ก.ค.นี้

11 ก.ค. 2568 | 12:16น.
พิชัย เผย 3 เงื่อนไขเจรจาสหรัฐ ยันไม่ให้ไทยเสียเปรียบใคร ส่งข้อเสนอเพิ่ม 14 ก.ค.นี้

พิชัยแถลง 3 เงื่อนไขเจรจาภาษีสหรัฐ เผยดึง “ทักษิณ” เชื่อให้ข้อคิดเห็นได้ดี ยืนยันไม่ปล่อยไทยเสียเปรียบ พร้อมเตรียมสรุปมาตรการ-ผลกระทบรายเซ็กเตอร์ 14 ก.ค. ก่อนยื่นข้อมูลเสริมเพิ่มเติมก่อน 1 ส.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมกับทีมไทยแลนด์และทีมที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี เพื่อรับมือปัญหากรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แจ้งอัตราภาษีนำเข้า 36% ซึ่งใช้ระยะเวลานานเกือบ 3 ชั่วโมง

หลังจากนี้นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินออกมาส่งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เวลาประมาณ 10.55 น. ที่รถ และได้เดินทางออกจากบ้านพิษณุโลกทันที

ก่อนที่นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จะร่วมกันแถลงข่าว

นายพิชัยกล่าวว่า วันนี้ตนได้เชิญทีมที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลกและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อมาพูดคุยกรณีได้รับจดหมายจากสหรัฐอเมริกา จึงขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าเป็นการเลื่อนเวลาให้เรา ยังไม่ได้เจรจาถึงที่สุด วันนี้จึงมีการทบทวน เพราะยังมีเวลาถึงวันที่ 1 สิงหาคม เพื่อให้ได้ข้อยุติ ซึ่งมองว่าจะเป็นข้อยุติแบบกว้าง ๆ และยังต้องคุยกันอีกนาน

ซึ่งเมื่อวานนี้ได้มีการเรียกประชุมภาคอุตสาหกรรม สภาหอการค้า รวมถึงบริษัทใหญ่ ๆ ถึงผลกระทบและมาตรการรองรับ ซึ่งได้ข้อมูลมากพอสมควรและกลับไปทำการบ้านกัน ซึ่งคาดว่าจะได้ผลสรุปในวันจันทร์ 14 ก.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การทำงานระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐเดินไปได้อย่างเรียบร้อย จึงเป็นที่มาในการประชุมวันนี้ มานั่งคุยกัน ซึ่งในที่ประชุมเราได้ให้ข้อมูลทั้งหมด เพื่อให้รู้รายละเอียดว่าทำอะไรไปบ้าง รวมถึงท่าทีและความคิดเห็น เพื่อดูว่าหากเกิดผลกระทบอย่างไรและจะแก้ปัญหาได้อย่างไร

โดยสิ่งแรกที่เราจะคุยกับทางสหรัฐอเมริกา คือมุมมองในการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐอเมริกา ข้อที่ 1 คือจะต้องไม่ให้ผู้ผลิตภายในประเทศได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะภาคเกษตรฯ และภาคอุตสาหกรรมรายย่อย ข้อที่ 2 เราอาจต้องรับซื้อสินค้าเข้ามา ซึ่งจะได้โอกาสในการปรับตัว ซึ่งได้คุยกันว่าจะมีวิธีการปรับตัวอย่างไรที่จะทำให้สินค้าที่นำเข้ามาในประเทศไทยได้รับการกำกับดูแลให้ทั่วถึง และมีประสิทธิภาพมากที่สุด เหมือนเป็นการทบทวนตัวเอง

และข้อ 3 ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุด คือการรองรับมาตรการช่วยเหลือในหลายเรื่องซึ่งจะมีการไปทำการบ้านในรายละเอียด มีการกำหนดมาตรการกว้าง ๆ เอาไว้แล้ว

นายพิชัยกล่าวถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมในวันนี้ว่า ตนเป็นผู้เชิญนายทักษิณเข้าร่วมด้วยตนเอง เนื่องจากเห็นว่าเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจในประเด็นดังกล่าวเป็นอย่างดี และสามารถให้ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานได้

ทั้งนี้ ในการประชุมวันนี้ได้มีการหารือในหลายประเด็น ไม่ได้จำกัดเฉพาะมาตรการรับมือกับการขึ้นภาษีของสหรัฐเพียงอย่างเดียว พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไทยกำลังเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ให้ดีที่สุด ทั้งในด้านการชี้แจงและการเจรจากับทางการสหรัฐ โดยมาตรการของไทยสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนในทุกมิติ และหวังว่าจะไม่ให้ประเทศไทยต้องเสียเปรียบ

นายพิชัยระบุว่า จากข้อมูลที่ได้ สหรัฐแบ่งหมวดหมู่สินค้าที่จะเก็บภาษีออกเป็น 2-3 ประเภทใหญ่ ๆ เช่น สินค้าทั่วไปเริ่มต้นที่อัตราภาษี 10% โดยบางประเทศ เช่น เวียดนามอาจถูกเก็บเพิ่มเป็น 20% ส่วนสินค้าในหมวดอื่น ๆ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา อีกประเภทหนึ่งคือสินค้าผ่านทางที่มาจากการนำเข้าก่อนนำมาประกอบ หรือเพิ่มมูลค่าด้วยการใส่โลคอลคอนเทนต์

เชื่อว่าประเทศไทยมีระบบการควบคุมและตรวจสอบอย่างเข้มงวด ซึ่งรัฐบาลมั่นใจว่าสามารถบริหารจัดการได้ดี เมื่อเทียบกับบางประเทศที่อาจมีสัดส่วนสินค้าลักษณะนี้สูงกว่า ซึ่งอาจทำให้ถูกจัดเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่า

“หากมองในภาพรวมแล้ว เชื่อว่าผลกระทบที่ไทยจะได้รับจากมาตรการภาษีของสหรัฐไม่น่าจะรุนแรงมาก” นายพิชัยกล่าว

ทั้งนี้ สำหรับข้อมูลที่จำเป็นได้มีการส่งไปแล้วตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยในวันนี้เป็นการกลับมาทบทวนรายละเอียดอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าทิศทางที่ดำเนินการมานั้นถูกต้อง

“เราได้ตรวจสอบรายละเอียดในระดับรายการสินค้า เพื่อให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสิ่งที่เราดำเนินการนั้นมีเหตุผลและถูกต้อง ซึ่งสิ่งสำคัญต่อจากนี้คือการพูดคุยเพิ่มเติมกับผู้ปฏิบัติงานในภาคสนามผ่านระบบออนไลน์ เพื่อทำความเข้าใจว่า ยังมีประเด็นใดที่ต้องการให้เสริมเพิ่มเติมอีกหรือไม่” นายพิชัยกล่าว

ทั้งนี้ เมื่อถูกถามว่าจะมีการยื่นข้อมูลเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายพิชัยระบุว่าอาจมีการปรับปรุงบางจุดเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรดำเนินการอยู่แล้ว และหากจำเป็น ก็พร้อมที่จะเดินทางไปเจรจาด้วยตนเอง

อย่างไรก็ตาม การประชุมในวันนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดตัวเลขเป้าหมายอัตราภาษีที่แน่นอน เพราะหากไทยถูกเก็บภาษีสูงกว่า 20% เช่น 25% ก็อาจทำให้ไทยเสียเปรียบประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนาม ซึ่งรัฐบาลจะพยายามไม่ให้เกิดสถานการณ์เช่นนั้น

เมื่อสอบถามถึงประเภทสินค้าที่สหรัฐให้ความสนใจนำเข้าจากไทย นายพิชัยระบุว่า สหรัฐให้ความสนใจในสินค้าหลายประเภท โดยเฉพาะสินค้าเกษตร แม้จะมีมูลค่าไม่สูงมากนัก แต่เกี่ยวข้องกับประชาชนจำนวนมาก จึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากฝ่ายสหรัฐ