Skip to content

CEO KUNNA-anitech เปิดฮาวทู ’บุกธุรกิจจีนให้ปัง‘

13 ก.ค. 2568 | 15:41น.
CEO KUNNA-anitech เปิดฮาวทู ’บุกธุรกิจจีนให้ปัง‘

2 นักธุรกิจรุ่นใหม่ “พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี” ผู้ก่อตั้ง Smart ID Group และแบรนด์ anitech พร้อมด้วย “ณชา จึงกานต์กุล” เจ้าของแบรนด์ KUNNA เผยเคล็ดลับทำธุรกิจบุกจีนให้ปัง ในงาน “Thai-Chinese Golden Fest 2025 เทศกาลร้อยเรื่องราวไทย-จีน” ระหว่างวันที่ 11-13 ก.ค. 68 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค อาคาร West ชั้น 2

ในวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน เครือมติชนจัดงาน “Thai-Chinese Golden Fest 2025 เทศกาลร้อยเรื่องราวไทย-จีน” ระหว่างวันที่ 11-13 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.00-18.00 น. ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค อาคาร West ชั้น 2 พระโขนง กรุงเทพฯ

โดยมีไฮไลต์สำคัญในวันสุดท้ายของงาน คือ ทอล์กพิเศษ “Brands Go China: บุกจีนให้ปัง ธุรกิจไทยต้องรู้” ซึ่งนำเสนอโดยผู้ประกอบการรุ่นใหม่ 2 ท่าน คือ พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี ผู้ก่อตั้ง Smart ID Group และแบรนด์ anitech พร้อมด้วย ณชา จึงกานต์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท คันนา โกรเซอรีส์ จำกัด

ณชา จึงกานต์กุล เปิดเผยว่า การเข้าใจภาษาจีนทำให้เธอเข้าใจความเป็นคนจีนลึกซึ้งยิ่งขึ้น เข้าถึงรากเหง้าวัฒนธรรม และอยากเรียนรู้ว่าเขาใช้ชีวิตอย่างไรถึงอยู่รอดมาได้

โดยเธอเล่าว่าเคยเห็นสินค้าจากไทยในซุปเปอร์มาร์เก็ตเป็นเพียงทุเรียนเกรดรอง ทำให้รู้สึกว่าเกษตรไทยควรจะเป็นที่หนึ่ง แต่พอออกมานอกประเทศถึงรู้ว่าเขาไปไกลกว่าเรามาก จึงตั้งใจว่าหากเราชอบอาหารมาก และสามารถสร้างอานุภาพได้ขนาดนี้ เราก็ต้องสร้างมูลค่าให้กับอาหารไทยได้เหมือนกัน

สินค้าตัวแรกของคันนา คือ ลูกเดือยนำไปอบกรอบ-ปรุงรส สามารถขึ้นห้างพารากอนได้ แต่หลังจากนั้นถึงได้เรียนรู้ในสิบปีแรกที่นำไอเดียจากจีนมาขาย ดันไปถูกต้องใจกับนักท่องเที่ยว ทำให้เธอตั้งคำถามว่า หากเขาจะเป็นลูกค้าในอนาคต เขาจะยอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อเราด้วยอะไร

ส่งออกความเป็นไทยสู่ตลาดจีน

ณชา แบ่งเป็น 3 ยุคใหญ่ ยุคแรกนักท่องเที่ยวจีนมาพร้อมกับเครื่องคิดเลข โดยคิดราคาแบบหารเศษเพื่อหาราคาที่ถูกที่สุดในตลาด ซึ่งคันนาเปลี่ยนความเข้าใจให้กับคนจีนว่า ถูกไม่ใช่สิ่งที่ถูกที่สุด แต่คือสิ่งที่ซื้อไปแล้วไม่อายใคร เป็นของดีที่เลือกมาแล้ว

ยุคที่สองนักท่องเที่ยวเริ่มมีกำลังในการจ่ายเงิน แต่ผู้เล่นในตลาดเดียวกันก็เพิ่มขึ้น จึงต้องทำให้สินค้ามีความแตกต่างมากขึ้น จึงดีมานด์ราคาได้ พร้อมจ่ายในสิ่งที่จีนยังไม่มีมากขึ้น เช่น ผลไม้ GI ยุคที่สามคือเศรษฐกิจโลก ที่แม้แต่จีนก็ยึดตัวเบอร์มากขึ้น และมองหาความคุ้มค่า สมราคา สิ่งที่ทำคือ จากของที่พรีเมียมสุดๆ มาปรับราคา-แพ็กเกจ เพื่อให้ซื้อง่าย ขายคล่อง และสนุกสนานในการทาน

“สิ่งที่ทำให้จีบใจลูกค้าจีนได้ ต้องตอบโจทย์ ถูก เร็ว ดี”

ทำดีซ้ำๆ จนเกิดการบอกต่อเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเมื่อคนจีนรู้สึกว่าดี มีคนบอกต่อ อแวร์เนสยิ่งกว้างขึ้น รวมไปถึงการใส่ภาษาจีนในการทำโฆษณา ซึ่งแม้ในกลุ่มโซเชียล เสียงหงส์ วีแชท จนได้อยู่ในลิสต์ must have ของนักท่องเที่ยวจีนในที่สุด

ณชา แนะว่า การทำธุรกิจในจีน ข้อควรระวังคือ ลิขสิทธิ์ ต้องจดทะเบียนชื่อแบรนด์ให้ครอบคลุม และการเข้าใจคนจีนว่าทุกสิ่งคือรางวัลของเราเสมอ เวลาไปจีนอยากให้ไปเพื่อเรียนรู้และปรับตัว

จีน Supply Chain โลก

พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี บอกเล่าว่า ตนไม่ได้สนใจในการทำธุรกิจเลย แต่ตอนเริ่มทำงานได้ไปทำสตาร์ทอัพที่ฝรั่งเศส โดยเพื่อนได้พูดไว้ในช่วงปี 2000 ว่า จีนจะมาเป็นอันดับหนึ่ง

จุดเปลี่ยนคือ การทำสตาร์ทอัพต้องมีการผลิตที่ต้องใช้การเชื่อม ซึ่งตอนนั้นไทยเป็นเบอร์ต้นในการทำ OEM ในตอนนี้เองได้รู้จักกับ Supply chain management ซึ่งไทยไม่มีอะไรเลย จนต้องไปดีลกับสิงคโปร์เพื่อทำเซมิคอนดักเตอร์ จึงทำให้สนใจและได้ไปจีนในที่สุด

และในตอนที่ได้ไปเยี่ยมชมโรงงานก็รู้เลยว่าจีนครองโลกแน่ๆ เพราะโรงงานมีขนาดใหญ่มหึมาและมีโมโนเรลภายในโรงงานแบบที่สู้ไม่ได้เลย นอกเหนือจากนั้นยังมีเรื่อง Cluster management ที่จีนมีการจัดการอย่างดีเยี่ยม

ในยุคที่สิ่งอิเล็กทรอนิกส์เป็นเรื่องแพง ตนได้คุยกับเอนจิเนียร์คนจีนที่เก่งมากแต่เขาไม่เข้าใจเรื่องคุณภาพ เริ่มทำ R&D ซึ่งเป็นที่มาของการสร้างแบรนด์โดยทำความรู้จักจากการที่เคยเป็นลูกจ้าง ซึ่งสินค้าตัวแรกคือเมาส์คอมพิวเตอร์ สิ่งที่อยู่เบื้องหลังของแบรนด์คือ Supply chain management สิ่งที่แตกต่างคือ Quality management

จีนมีความพิเศษคือสามารถคัสตอมได้หมด ตั้งแต่พรีเมียมสุดถึงราคา 1 บาท ด้วยวิธีทำแบบเต็ม Capacity แบบการคำนวณ Cost ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้เรียนรู้ตั้งแต่ครั้งไปที่จีน การจด Trademark ด้วยเช่นกัน เพราะได้เห็นของก็อปปี้ที่งานนิทรรศการ

พิชเยนทร์ กล่าวต่อว่า เพื่อเข้าใจจีนต้องดูตัวเลขหลักฐานเชิงประจักษ์ ว่าสิ่งที่จีนกำลังทำแล้วโลกไม่เข้าใจคืออะไร โดยได้ยกตัวอย่างตัวเลขนำเข้าและส่งออกของจีนเป็นตัวอย่าง ที่มีการนำเข้าน้อยลงและส่งออกสูงมากในช่วง 2022-2024 ซึ่งเห็นแคร็กเตอร์ของจีนจากการผลิต EV ได้ว่าพลังการผลิตสูงเพื่อขยายการสร้างงาน และเมื่อยอดขายตก จึงส่งออกในที่สุด เป็นที่มาว่าทำไมของจีนถึงราคาถูก

”อยากให้มองว่า จีนคือโอกาส เพราะมีการเปิดโอกาสตัวเองและสร้างงานจนกลายเป็น HUB ของคุณได้ อย่างแรกเราต้องเก่งในสินค้าของเราก่อน เพื่อกำหนดทิศทางของธุรกิจ คนจีนที่มองไกลมีเยอะมาก และต้องหาให้เจอ เขาจะช่วยดูแลความสัมพันธ์ให้ดีมากๆ ไม่ตีหัวเข้าบ้าน หากมีพาร์ทเนอร์เยอะนี่คือโอกาส เพราะหลากหลายปัญหาแก้ได้ด้วยการพูดคุยกันแบบ off record”

ท้ายนี้ พิชเยนทร์ แนะว่า การดีลกับคนจีน คนจีนก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน สิ่งที่เขาเป็นคือภาพสะท้อนของวิธีทำธุรกิจ ต้องดูว่าโรงงานมี Quality management หรือไม่ และต้องคุยกับเจ้าของให้ได้ เพราะต้องการรู้คุณค่าในการทำธุรกิจ ว่าเน้นตีหัวเข้าบ้านหรือเน้นความยั่งยืน รวมไปถึงการรู้เรา เรื่องการจดทะเบียนแบรนด์ที่ก็มีความสำคัญมากเช่นกัน

“เอาของไทยขายที่จีนยังไงก็ขายได้ แต่เอาวิธีการทำธุรกิจแบบไทยไปทำที่จีน ทำไม่ได้”