คลังเบิกร่องกู้ ADB สร้างถนน 4 เลน วงเงินกว่า 3.4 พันล้านบาท ยันกู้ได้ดอกเบี้ยถูกใกล้เคียงแหล่งเงินอื่นแม้เป็นประเทศรายได้ปานกลางกู้ เล็งเจรจากู้ทำรถไฟฟ้าสายสีส้มต่อ “อภิศักดิ์” แนะ ก.คมนาคมตีปี๊บผลงานรัฐบาล “บิ๊กตู่” ทำโครงสร้างพื้นฐานมากสุด
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้ลงนามสัญญากู้เงินจากธนาาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) วงเงินไม่เกิน 99.40 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือไม่เกิน 3,404 ล้านบาท สำหรับโครงการก่อสร้างทางสายหลักเป็น 4 ช่องจราจร (ระยะที่ 2) 2 เส้นทาง ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 22 ช่วงอำเภอหนองหาน-อำเภอพังโคน ช่วงสกลนคร-นครพนม (กิโลเมตรที่ 180-213) และ ทางหลวงหมายเลข 23 ช่วงร้อยเอ็ด-ยโสธร ของกรมทางหลวง
“เราไม่ได้กู้ ADB มา 8-9 ปีแล้ว โดยหลักการเจรจาเงินกู้ครั้งนี้ เราก็ไปเจรจาว่าประเทศไทยพัฒนาแล้ว ถ้าเราจะกู้แบบเดิม คือเขาคุมการเบิกเงินกู้ทีละงวด ในบางช่วงเงินที่เราเบิกมา พอเปลี่ยนเป็นเงินบาทแล้ว ปรากฏว่าดอกเบี้ยแพง ไม่คุ้มที่เราจะทำ ก็เลยบอกว่าขอเบิกทั้งก้อน แล้วมาดูแลเองได้หรือไม่ ซึ่งเราสามารถทำสว็อปหรืออื่น ๆได้ ก็จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทย โดยทาง ADB ก็ใช้เวลาพิจารณาอยู่หลายเดือน บอร์ด ADB ก็เห็นด้วย ซึ่งก็เป็นแนวทางให้ประเทศที่มีรายได้ปานกลางสามารถกู้ ADB เพิ่มเติมได้ ในอัตราดอกเบี้ยที่ถูก ใกล้เคียงกับแหล่งอื่น” นายอภิศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้ เงินกู้โครงการนี้ มีระยะเวลากู้ 13 ปี มีระยะเวลาปลอดชำระเงินต้น 3 ปี อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่เฉลี่ยแล้วประมาณ 2.5% ซึ่งจะเบิกเงินกู้จาก ADB ในช่วง 2 เดือนนับจากนี้ โดยจะพิจารณาจังหวะที่เหมาะสม หลังจากนั้นก็ให้ทางกระทรวงคมนาคมทยอยเบิกไปใช้
นายอภิศักดิ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ทางไทยยังมีแผนเตรียมกู้เงินจาก ADB สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่เป็นโครงการให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) และต้องมีการใช้วงเงินกู้ส่วนหนึ่ง แต่วงเงินยังอยู่ระหว่างพิจารณาอีกครั้งว่าจะเป็นเท่าใด
รมว.คลัง กล่าวด้วยว่า รัฐบาลชุดนี้ ถือว่าทำโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมมากกว่าชุดอื่น ๆ เพียงแต่ทางกระทรวงคมนาคมไม่ได้ประชาสัมพันธ์เท่าที่ควร จึงอยากให้มีการรวบรวมโครงการเหล่านี้ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ตามแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม คิดเป็นมูลค่า 2.3 ล้านล้านบาท ซึ่งถึงขณะนี้มีการทยอยลงทุนคืบหน้าไปได้มาก
สำหรับเงินกู้จาก ADB ก้อนนี้สืบเนื่องมาจากโครงการก่อนหน้าที่ไทยเคยกู้ ADB สร้างถนนหมายเลข 12 เพชรบูรณ์-หล่มสัก และ หมายเลข 359 เส้นพนมสารคาม ซึ่งทาง ADB ก็เห็นว่า การก่อสร้างและเบิกจ่ายเงินเป็นไปตามแผน รวมถึงคุณภาพโครงสร้างพื้นฐานก็เป็นไปตามมาตรฐาน จึงต้องการให้เป็นตัวอย่างแก่การกู้เงินของประเทศอื่นๆ ด้วย