Skip to content

กรมอุตุนิยมวิทยา 7 วันข้างหน้า เตือนพายุเข้า-ฝนตกหนัก 19-24 ก.ค.นี้

17 ก.ค. 2568 | 19:45น.
กรมอุตุนิยมวิทยา 7 วันข้างหน้า เตือนพายุเข้า-ฝนตกหนัก 19-24 ก.ค.นี้

กรมอุตุนิยมวิทยา 7 วันข้างหน้า เตือนรับมือฝนตกหนักช่วง 19-24 ก.ค.นี้ อิทธิพลจากพายุดีเปรสชันทางด้านตะวันออกของฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มจะเคลื่อนผ่านตอนบนของประเทศฟิลิปปินส์ลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน และเคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือของไทย ส่งผลทำให้หลายพื้นที่ของไทย รวมกทม.และปริมณฑลมีฝนตกหนักถึงหนักมาก เฉลี่ย 60-80% ของพื้นที่ เสี่ยงท่วมฉับพลัน

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายอากาศทั่วไป ระหว่างวันที่ 17 – 23 กรกฎาคม 2568 ว่าในช่วงวันที่ 17 – 18 ก.ค. ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือตอนบน เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศลาวและเวียดนามตอนบน

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 19 – 23 ก.ค. ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคกลางด้านตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบน ประเทศลาวตอนบน และประเทศเวียดนามตอนบน

ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังค่อนข้างแรง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

อนึ่ง พายุดีเปรสชันบริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน จากนั้นจะเคลื่อนผ่านตอนบนของประเทศฟิลิปปินส์ลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน ในช่วงวันที่ 19 -22 ก.ค.2568

พยากรณ์ฝนสะสม 21 ก.ค. 2568
พยากรณ์ฝนสะสม 21 ก.ค. 2568

พายุดีเปรสชัน ที่มีศูนย์กลางอยู่ทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์

ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 20 – 23 ก.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางด้านตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

ส่วนชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองตลอดช่วง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดจากฝั่งในช่วงวันที่ 19 – 23 ก.ค.68

พายุดีเปรสชัน ที่มีศูนย์กลางอยู่ทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์

อัพเดตเส้นทางพายุดีเปรสชัน

กรมอุตุนิยมวิทยา ยังอัพเดตเส้นทางเดินพายุดีเปรสชันเช้าวันนี้ (17/7/68) : พายุดีเปรสชัน ที่มีศูนย์กลางอยู่ทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ในขณะนี้ มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซร้อน และคาดว่าจะเคลื่อนตัวทางตะวันตกเฉียงเหนือลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบนในช่วงวันที่ 19 ก.ค.68

จากนั้นจะเคลื่อนผ่านทางตะวันออกเกาะไหหลำและเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศจีนตอนใต้และ เวียดนามตอนบน จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำเมื่อเคลื่อนขึ้นฝั่ง และเคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือของไทย

อาจจะส่งผลกระทบให้มีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน ภาคกลางด้านตะวันตก รวมทั้งจะทำให้มรสุมมีกำลังแรงในช่วง 20 – 24 ก.ค.68 ยังต้องติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ข้อมูลเส้นทางของพายุหรือสถานการณ์นี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากยังมีปัจจัยอื่นๆมาเกี่ยวข้องในช่วงที่พายุกำลังเข้าใกล้ชายฝั่ง ใช้เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจและติดตามสภาพอากาศเบื้องต้น

พายุดีเปรสชัน ที่มีศูนย์กลางอยู่ทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์
พายุดีเปรสชัน ที่มีศูนย์กลางอยู่ทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์

คาดหมายอากาศรายภาค
วันที่ 17 – 23 ก.ค. 2568

ภาคเหนือ

ในช่วงวันที่ 18 – 23 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 20 – 23 ก.ค.

ในช่วงวันที่ 17 – 18 ก.ค. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 19 – 23 ก.ค. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 25 กม./ชม.
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 35 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในช่วงวันที่ 17 – 18 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 19 – 23 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ส่วนมากทางตอนบนของภาคในช่วงวันที่ 20 – 23 ก.ค. อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 25 กม./ชม.

ภาคกลาง

ในช่วงวันที่ 17 – 18 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 23 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34 – 36 องศาเซลเซียสลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 19 – 23 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ส่วนมากทางด้านตะวันตกของภาคในช่วงวันที่ 21 – 23 ก.ค. อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

ในช่วงวันที่ 17 – 18 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 19 – 23 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 – 40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 35 องศาเซลเซียส

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)

ในช่วงวันที่ 17 – 18 และ 22 – 23 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่

ส่วนในช่วงวันที่ 19 – 21 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากทางตอนบนของภาค

ในช่วงวันที่ 17 – 18 ก.ค. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 19 – 23 ก.ค.ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 – 40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 35 องศาเซลเซียส

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)

ในช่วงวันที่ 17 – 18 และ 22 – 23 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

ส่วนในช่วงวันที่ 19 – 21 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งส่วนมากทางตอนบนของภาค

ในช่วงวันที่ 17 – 18 ก.ค. ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 19 – 23 ก.ค. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 – 40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตรบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 34 องศาเซลเซียส

กรุงเทพและปริมณฑล

ในช่วงวันที่ 17 – 18 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 19 – 23 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 35 องศาเซลเซียส

คาดหมายสภาวะอากาศ กทม.และปริมณฑล 17-23 ก.ค. 2568
คาดหมายสภาวะอากาศ กทม.และปริมณฑล 17-23 ก.ค. 2568
มีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศลาวและเวียดนามตอนบน โดยมีพายุดีเปรสชันบริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์
แผนที่อากาศผิวพื้น : มีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศลาวและเวียดนามตอนบน โดยมีพายุดีเปรสชันบริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์

(ออกประกาศ 17 กรกฎาคม 2568)