Skip to content

ภูมิธรรม​ จ่อเด้ง​ผู้ว่าฯ​-​ผู้การจังหวัด​ เกียร์ว่าง-เอี่ยวค้ายานรก ตั้ง KPI 3 เดือน

17 ก.ค. 2568 | 14:44น.
ภูมิธรรม​ จ่อเด้ง​ผู้ว่าฯ​-​ผู้การจังหวัด​ เกียร์ว่าง-เอี่ยวค้ายานรก ตั้ง KPI 3 เดือน

มท.1​ จ่อเด้ง​ผู้ว่าฯ​-​ผู้การจังหวัด​เกียร์ว่าง​-เอี่ยวขบวนการค้ายาเสพติด​ ตั้งประเมินผลใน 3 เดือน​ หลังชาวบ้านถาม​รัฐบาลเอาจริงหรือไม่ เล็งใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน​ ชรบ. สร้างพลังมวลชน​ เครือข่ายตาสับปะรด​ สร้างธรรมนูญ​ร่วมกัน

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานเปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No​Drugs No Dealers” ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด​ โดยมีรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน

นายภูมิธรรม​ระบุว่า ปัจจุบันเราเผชิญกับอาชญากรรมจากภายนอกประเทศ ที่เล็ดรอดเข้าสู่ประเทศไทยตามแนวชายแดน ไม่ว่าจะเป็นการค้ามนุษย์​ ขบวนการคอลเซ็นเตอร์ การค้าสิ่งของผิดกฎหมาย​ และที่สำคัญคือการลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศ ยาเสพติดถือเป็นภัยร้ายแรงที่บ่อนทำลายประเทศมาอย่างยาวนาน แม้ว่าไทยจะไม่ได้เป็นต้นกำเนิดของยาเสพติด แต่เราก็ได้รับผลกระทบจากการลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านบริเวณชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ซึ่งเส้นทางของยาเสพติดเหล่านี้​ มีทั้งถูกนำเข้าเผยแพร่ระบาดในพื้นที่หมู่บ้านและชุมชน หรือถูกส่งต่อไปยังปลายทางประเทศที่ 3 แต่ไม่ว่าปลายทางของยาเสพติดจะไปสิ้นสุดที่ใดก็ตาม ยาเสพติดสร้างปัญหาทำลายชีวิตของคนในหมู่บ้านและชุมชน​ ทำลายความสงบสุขและความปลอดภัยของชุมชน​ อีกทั้งทำลายโอกาสดี ๆ ของคนรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไปไม่รู้จบ

ปัญหายาเสพติดจึงถือเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องขจัดออกไปบนผืนแผ่นดินไทยและรัฐบาลทำงานอย่างเข้มข้น จริงจัง และต่อเนื่อง โดยมาตรการและปฏิบัติการต่าง ๆ ทั้งการกำหนดแผนปฏิบัติการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดปีงบประมาณ พ.ศ 2568 ซึ่งจะมีการกำกับ ติดตาม และประเมินผลตรวจชี้วัดอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ปฏิบัติการ Seal Stop Safe ผลึกกำลังในพื้นที่ 14 จังหวัด 51 อำเภอชายแดน เริ่มภารกิจตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ทำให้ได้เห็นถึงความสำเร็จในการปฏิบัติงานอยู่เสมอ ซึ่งตนขอชื่นชมและขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน นอกจากนี้ยังมีการดำเนินงานแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ต้นแบบ ธวัชบุรีโมเดล​ และท่าวังผาโมเดล จนรัฐบาลได้ขยายผลไปสู่พื้นที่ 10 จังหวัดนำร่อง

นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินงานแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ต้นแบบ​ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานครและในภูมิภาคทั้ง 76 จังหวัด 878 อำเภอ โดยจะต้องอาศัยความร่วมมือของข้าราชการทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการเข้าถึงประชาชน เราจึงจะสามารถขจัดปัญหายาเสพติดไปได้อย่างแท้จริง

และเมื่อ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตนได้มอบนโยบายและได้เน้นย้ำถึงเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด​แก่ผู้บริหาร ผู้ว่าราชการจังหวัด และข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย​ ซึ่งเป็นฟันเฟืองหลักในการนำนโยบายของพรรค ของรัฐบาล​ ไปปฏิบัติให้ประชาชนได้รับรู้ เข้าใจ และสัมผัสได้ถึงความตั้งใจในการดำเนินงานของรัฐบาล​ ผ่านกลไกในระดับจังหวัด อำเภอ​ ตำบล​ หมู่บ้าน​ ทั่วประเทศ

และในวันนี้รัฐบาลจะผลักดันวาระการแก้ไขปัญหายาเสพติดซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ​ ให้เป็นวาระของจังหวัด​ อำเภอ​ หมู่บ้าน ชุมชนทั่วประเทศ ผ่านปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด โดยมีเป้าหมายและตัวชี้วัดว่า ภายใน 3 เดือนนี้หมู่บ้านและชุมชนที่มีปัญหาเรื่องยาเสพติดจะต้องเริ่มแก้ไขปัญหา วางกลไกของชุมชน และประกาศตนเป็นหมู่บ้านชุมชนปลอดยาเสพติด​ ที่จะต้องไม่มีทั้งผู้ค้าและผู้​เสพ​

การดำเนินงานดังกล่าวที่กล่าวมานี้​ จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของจังหวัด และฝ่ายปกครอง นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจ​ นำโดยผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข นำโดยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ครบถ้วนในทุกมิติ นับตั้งแต่การป้องกันไม่ให้มียาเสพติดเข้าสู่ประเทศ การปราบปรามการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน ตลอดจนการฟื้นฟูคนดีกลับสู่สังคม ตนจึงขอเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนเร่งรัดดำเนินการ

นอกจากนี้ ตนอยากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้การตำรวจภูธรจังหวัดจับมือกัน ร่วมการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เห็นผลเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน หรือจะต้องบูรณาการร่วมกันกับทุกหน่วยงานโดยเฉพาะในด้านการประสานแลกเปลี่ยนข้อมูลการวางกำลังร่วมและการจัดกำลังเพื่อสนับสนุนภารกิจ​

ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องเป็นผู้ว่าฯ CEO ที่เป็นเจ้าภาพในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหายาเสพติด​ บนข้อมูลจากสถานการณ์จริง และแน่นอนว่าแต่ละจังหวัดก็มีบริบทของพื้นที่ที่แตกต่างกันไป ดังนั้น ผู้ว่าฯจะต้องรู้สภาพปัญหาและเงื่อนไขความท้าทายที่เกิดขึ้นในจังหวัดของตน พร้อมทั้งนำปัญหามาเป็นแนวทางแก้ไขที่ตอบโจทย์พื้นที่

นอกจากนี้ อยากให้มีการทบทวนเป้าหมายการดำเนินการที่เกิดขึ้นในทุกระยะ เพื่อให้การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การทำงานเป็นเอกภาพ​ และมีประสิทธิภาพสูงสุด การดำเนินงานจะต้องใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทยที่มีความเข้าใจและเข้าถึงประชาชนมาดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ​ ตำบล และหมู่บ้าน ซึ่งจะต้องมีการมอบหมายภารกิจให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน​ เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานเรื่องยาเสพติด

โดยการดำเนินงานจะมีทั้งการสกัดกั้น​ เฝ้าระวัง​ ตรวจตรา​ และเอกซเรย์ทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่สถานบันเทิงหากพบผู้เสพยาเสพติดขอให้นำเข้าสู่การบำบัดรักษา นอกจากนี้ ยังต้องมีการนำกลไกปกครองมาใช้ในการหาข่าวในพื้นที่อีกด้วย เพื่อขยายผลไปสู่การจับกุมผู้ค้ายาเสพติด และนำตัวมาดำเนินการตามกฎหมาย ตลอดจนต่อยอดไปสู่การทำลายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดทั้งระบบต่อไป​ โดยเฉพาะผู้ค้ารายใหญ่

สำหรับการบำบัด รักษา ฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติด ขอให้ยึดหลักผู้เสพคือผู้ป่วย ที่ต้องได้รับการรักษา ซึ่งมีหลายรูปแบบ และจำแนกตามกลุ่มของผู้ป่วย​ พร้อมกันนี้ขอให้ทางจังหวัดให้ความสำคัญกับการดำเนินงานฟื้นฟูสภาพทางสังคม เพื่อให้ผู้ป่วยที่ผ่านการบำบัดได้มาฟื้นฟูสมรรถนะและศักยภาพให้สมบูรณ์มากก่อนที่จะกลับเข้ามาใช้ชีวิตในสังคม โดยไม่กลับมาใช้ยาเสพติดซ้ำอีก โดยสามารถนำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ซึ่งเป็นภาคส่วนที่ใกล้ชิดกับประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและสนับสนุนการดำเนินงานในจุดนี้

ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญส่งผลให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเกิดผลสัมฤทธิ์ คือพลังของประชาชน ซึ่งภาครัฐจะต้องเข้าไปมีส่วนสนับสนุนให้ประชาชนรวมพลังกันเพื่อต่อต้านยาเสพติด ตนขอให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านทุกคนรับเป็นผู้นำ​ โดยอาจมีการกำหนดกติการ่วม หรือ​ธรรมนูญ​หมู่บ้าน​ เรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ทุกคนรับทราบและปฏิบัติตาม ในการเดินทางไปหมู่บ้านหลายครั้ง ตนพบกับประชาชนซึ่งประสบความทุกข์เรื่องยาเสพติด​

แต่สิ่งหนึ่งที่ประชาชนกังวลใจคือ ตกลงรัฐบาลเอาจริงหรือไม่ ถ้ารัฐบาลเอาจริงเขาก็พร้อมที่จะร่วม ซึ่งปัญหาที่ผ่านมานอกจากปัญหาของอาชญากรที่สร้างอาชญากรรมเข้ามาแล้ว มีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ของรัฐในหลายส่วน หลายระดับ ทำให้ปัญหายาเสพติดไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปกครอง​ หรือแม้แต่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านบางส่วน ซึ่งการที่จะเป็นผู้ดำเนินการจัดการกลับเป็นผู้มีส่วนร่วมสนับสนุน หรือแม้กระทั่งทำเองโดยตรง ในศูนย์กลางการทำงานของพวกเรา ขณะนี้มีรายชื่อของระดับเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ตั้งแต่หมู่บ้านขึ้นมา

ฉะนั้น วันนี้เราได้เห็นแล้วว่าปัญหายาเสพติดกระทบกับเรารุนแรงมากแค่ไหนและทุกข์ของประชาชนที่เห็น วันนี้รุนแรงมากจนกลายเป็นสิ่งที่กล่าวถึงกันไปทั่วทุกประเทศ อยากให้คิดว่า หากในครอบครัวมีลูกหลานติดยาเสพติด กลายเป็นอาชญากร เราได้เห็นภาพที่พ่อยิงลูกยิงแม่ สิ่งเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นในสังคมไทย ปัญหาเกิดขึ้นเพียงว่าอยากได้เงินนำไปซื้อยาเสพติดมาเสพ ลุกลามเข้าไปหมด

ปัญหายาเสพติดถือเป็นปัญหาพื้นฐาน แต่เวลาพูดสิ่งที่เขารู้สึกมากและสะเทือนใจคือลูกหลานเขาติดยาเสพติด และเขารู้หมดว่าในหมู่บ้านใครค้า ใครสนับสนุน

นาย​ภูมิธรรม​ย้ำว่า​ วันนี้ที่เรียกมาทั้งหมดที่มาพูดคุยกัน คืออยากขอความร่วมมือให้ช่วยกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง​ ตนไม่เชื่อว่าพลังของส่วนราชการทั้งหมด หรือคนไทยทั้งหมดจะแก้ไขปัญหายาเสพติดไม่ได้ ปัญหามีอยู่อย่างเดียวคือ เราเอาจริงหรือเปล่า​ แต่เรากล้าที่จะทำแล้วหรือยัง ปัญหาเราเยอะแยะมาก สิ่งที่เราได้พูดถึง อยากให้กำลังใจคนที่ทำงาน แต่หลายส่วนกล้าหาญมาก กล้ากระทำสิ่งต่าง ๆ โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ใช้อำนาจหน้าที่ในการทำงาน

เพราะฉะนั้นเราต้องควบคุมพวกเรากันเอง และร่วมมือกับชาวบ้าน รวมพลังกันตนคิดว่าปัญหายาเสพติด​แก้ได้ เพราะฉะนั้นในการทำเหล่านี้เรามีทั้งคุณทั้งโทษ ถ้าพบว่าใครเมินเฉยนิ่งเฉย ทั้งระดับจังหวัด ผู้การ ผู้ว่าฯ ระดับอำเภอในอำเภอ ถ้าเราไม่รักพื้นที่ชุมชนที่เราอยู่แล้ว เราจะไปรักใครได้ เราไม่รักประเทศชาติแล้วเราจะอยู่กันอย่างไร เพราะฉะนั้นถ้ามีปัญหา อย่างน้อยในช่วง 3 เดือนนี้​จะแสดงให้เห็นและจะทำต่อไป ติดขัดที่ตรงไหน

ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงเรามีมาตรการจับดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ผู้ว่าฯ​ นายอำเภอ​ ผู้กำกับ ผู้การจังหวัดถ้าสามารถแก้ไขปัญหาและมีส่วนร่วม ในการดำเนินการขั้นแรกจะย้ายออกจากพื้นที่​ และดำเนินคดีตามสภาพความผิดที่เกิดขึ้น ไม่ต้องรอให้กระบวนการต่าง ๆ เป็นตัวชี้วัดที่มีอยู่ และการข่าวเรามีทั้งหมด เราดำเนินการไปแล้ว และสามารถที่จะยืนยันได้ ตรงนี้ตนไม่ได้คิดว่าจะเป็นเรื่องการมาข่มขู่กัน แต่ถ้าเราไม่ใช้กฎเหล็กในการแก้ไขปัญหา

เรามีทั้งคนที่ทำดี ให้สามารถทำหน้าที่ให้ดีขึ้น ใครที่มีส่วนร่วมได้รับผลประโยชน์ และมีปัญหาเราจะจัดการทันที โดยการย้ายออกจากพื้นที่ จึงอยากฝากให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องรับรู้รับทราบ ว่ามาตรการเหล่านี้เป็นมาตรการที่ทำให้เห็น และจะใช้ความเข้มข้นนี้ต่อเนื่องต่อไป และจะมีมาตรการไปถึงส่วนที่เกี่ยวข้อง

และมากกว่า Seal Stop Safe 14 จังหวัดนั่นคือ อำเภอดำเนินการทั่วประเทศ​ เพราะเราพบยาเสพติดจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง เพราะฉะนั้นเราไม่ได้ดูชายแดนอย่างเดียว ชายแดนเป็นเรื่องสกัดกั้นไม่ให้สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้น

นาย​ภูมิธรรม​ยังกล่าวอีกว่า​ ถ้าผู้ว่าฯหรือผู้การฯใกล้เกษียณไม่มาทำงาน​ หรือไม่ใกล้เกษียณแต่มีส่วนร่วมในการรักษาผลประโยชน์ เราพบอยู่หลายจุดหลายจังหวัด นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเราจะทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง​ สำหรับตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตนได้ข้อมูลการข่าวจากเรื่องยาเสพติดมีมาก ถ้าพบว่ามีแหล่งต่าง ๆ ที่สร้างปัญหาก็จะย้ายเลย ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรและจังหวัด อำเภอ หรือผู้ที่มีอิทธิพลเกี่ยวข้องทั้งหมด นี่คือนโยบายที่เคร่งครัดที่จะดำเนินการใน 3 เดือนนี้ให้ได้ผลอย่างชัดเจน

นาย​ภูมิธรรม​ยังกล่าวอีกว่า​ กำนัน​ ผู้ใหญ่บ้านสามารถสนธิกำลังกับ ชรบ.ที่มีอยู่ถึง 6-7 แสนคน ซึ่งล้วนเป็นแบบผู้ที่อยู่ในหมู่บ้าน​ ตนเชื่อว่าเขารู้หมด​ เพราะฉะนั้นกำนันผู้ใหญ่บ้านและชุด ชรบ.ถือเป็น​กำลังสำคัญและเป็นหัวใจในการแก้ไขปัญหา ถ้าท่านรวมตัวกันสร้างพลังมวลชนขึ้นมาให้เป็นตาสับปะรด​ในทุกพื้นที่ ตนเชื่อว่าจะได้ค้นพบแหล่งต่าง ๆ ได้มาก ก็ฝากความหวังไว้ที่พลังของชุมชน ให้มีส่วนร่วมจึงจะสามารถแก้ไขปัญหาวิกฤตได้เอง ส่วนราชการจะสนับสนุนส่งเสริมให้เต็มที่ เข้มงวดเข้มข้นกับผู้บังคับบัญชาในระดับต่าง ๆ

นายภูมิธรรม​ยังระบุอีกว่า​ อยากให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชุด ชรบ. และเครือข่ายชุมชน เข้าไปมีส่วนในการสกัดกั้น ไม่ให้มีผู้ค้ายาเสพติดลักลอบในชุมชนและเฝ้าระวังไม่ให้มีผู้ที่เสพยาเสพติดและผู้มีอาการคุ้มคลั่ง การดำเนินการเหล่านี้จะช่วยให้ชุมชนปลอดภัย​ และอยากให้มีการปรับรูปแบบการดำเนินงานให้เป็นจังหวัดสีขาว เช่นธวัชบุรีโมเดลที่เกิดผลสำเร็จ พร้อมทั้งอยากให้จังหวัดที่อยู่บริเวณชายแดนนำรูปแบบการดำเนินการดังกล่าวไปปรับใช้ให้เหมาะกับสภาพปัญหาและบริบทของพื้นที่

นายภูมิธรรม​เน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัด ตำรวจภูธรชุดแรก ผู้บังคับการตำรวจภูธรทุกจังหวัด​ ต้องร่วมกันทำงานอย่างใกล้ชิด​ เพื่อให้การดำเนินงานครอบคลุมในทุกมิติทุกพื้นที่ และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ส่วนปฏิญญายับยั้งยาเสพติดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดได้แสดงพลังร่วมกันวันนี้ จะเป็นคำมั่นสัญญาที่ทั้งสองคนจะร่วมกัน แก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ของตนเองให้ประสบความสำเร็จ เพราะสุดท้ายผลลัพธ์คือความสำเร็จของประชาชน