ภูมิธรรมไม่กังวลศาล รธน.ให้เพิ่มพยาน ‘คดีฮั้ว สว.’ บอกไม่ได้ทำอะไรผิด งงข้อกล่าวหาอยู่ตรงไหน แค่เป็นประธานประชุม คกก.ดีเอสไอ ขอจบไม่พูดอีกเดี๋ยวถูกมองแทรกแซง
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) สั่งให้ยื่นบัญชีพยานเพิ่มเติมภายใน 15 วัน คดีที่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ยื่นตรวจสอบแทรกแซงคดีฮั้ว สว.ของดีเอสไอ ว่าเรื่องนี้ไม่มีปัญหา เพิ่งทราบเมื่อวานนี้ให้ฝ่ายกฎหมายดูแล ไม่น่าจะมีหลักฐานอะไรมาก เรื่องที่เกี่ยวข้องมีเพียงเรื่องเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดีเอสไอ
ส่วนมติของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลางชุดที่ 26 ของ กกต. ที่เห็นควรดำเนินคดีผู้ถูกกล่าวหา 229 คน คดีฮั้ว สว. จะเป็นพยานหลักฐานชั้นดี ที่จะชี้แจงใช่หรือไม่ เพราะมีเรื่องฮั้วเกิดขึ้นจริง นายภูมิธรรมกล่าวว่าเดี๋ยวให้ฝ่ายกฎหมายว่ากันไป ทุกอย่างได้ชี้แจงไปหมดแล้ว เมื่อให้เพิ่มพยานก็จะดูว่าสิ่งใดที่เป็นพยานที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายกฎหมายเตรียมการแล้วเสร็จจะคุยกับตนอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน นายภูมิธรรมกล่าวว่าไม่ได้เตรียมใครเป็นพยานเพิ่มเติม แต่ให้ฝ่ายกฎหมายดูตามความเป็นจริง
“เพราะผมยังไม่รู้เลยว่าข้อกล่าวหาผมมันอยู่ที่ตรงไหน เรื่องคดีฮั้ว สว.ผมก็ไม่ได้ดำเนินการอะไร เป็นเรื่อง สว.และดีเอสไอดำเนินการ”
นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า สิ่งที่ตนเกี่ยวข้องคือ ถูกร้องในฐานะประธานคณะกรรมการคดีพิเศษเรียกประชุม ซึ่งในการประชุมครั้งนั้นมีผู้เสนอความเห็นว่า มันเหมาะ ไม่เหมาะในการทำคดี ก็มีการถกเถียงกัน ความเห็นต่างในที่ประชุมครึ่งต่อครึ่ง ตนเพียงแต่ยุติการตัดสินปัญหาวันนั้น ให้แต่ละฝ่ายไปช่วยพิจารณาทบทวนอีกครั้ง เพราะคุยไปเป็นชั่วโมงแล้วไม่มีข้อยุติ เรื่องนี้ไม่ใช่ยืดเวลา เนื่องจากมีปัญหาที่เรียกร้องกันมา ทำให้ส่วนหนึ่งเห็นว่าควรจะนำไปทบทวน และนำกลับมาพิจารณาใหม่ และจบภายในหนึ่งสัปดาห์เท่านั้นเอง
และปิดการประชุมไปอย่างที่เคยชี้แจงไปแล้ว จากนั้นหนึ่งสัปดาห์ต่อมามีการประชุมและดำเนินการตามวาระ ยังสงสัยว่าข้อกล่าวหาที่ว่าไปบงการดีเอสไอ เพิ่งเข้ากระทรวงวันแรก คือวันที่เป็นประธานการประชุม
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ถูกกล่าวหา เพราะมีสิทธิกำกับดูแลในฐานะที่เป็นรองนายกฯ คุมกระทรวงยุติธรรมและดีเอสไอ นายภูมิธรรมกล่าวว่าไม่มอง และว่าไปตามกฎหมาย ที่ปรึกษากฎหมายของตนก็ชี้แจงไปตามข้อเท็จจริงเท่านั้น ให้เป็นดุลยพินิจของศาลจะพิจารณา ห่วงกังวลอะไร ไม่ห่วงทั้งนั้น เพราะไม่ได้ทำอะไร ก็เป็นการทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการดีเอสไอ
ส่วนที่คณะอนุกรรมการ กกต. ชุดที่ 26 จะส่งมติให้ กกต.ชุดใหญ่พิจารณา จะส่งผลต่อสถานการณ์การเมืองอย่างไรในขณะนี้ นายภูมิธรรมกล่าวว่าไม่ทราบ ทาง กกต.ก็ว่ากันไป มันอยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้ว ตนไม่อยากตอบหรือแสดงความเห็นอะไร เพราะจะกลายเป็นว่าไปแทรกแซงอีก และดีเอสไอตนก็เป็นแค่ประธานคณะกรรมการ มีเรื่องเข้ามาก็ไปประชุมแค่นั้นเอง เรื่องนี้ขออนุญาตจบ ไม่พูดต่อ เพราะตนไม่ได้ไปเกี่ยวข้องอะไร ซึ่งตนได้ชี้แจงไปแล้ว หลักฐานอะไรที่จำเป็นทนายจะบอกตนเอง ซึ่งตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้น้อยมาก ขออนุญาตไม่ต้องคุยเรื่องนี้อีกแล้ว เพราะตนไม่อยากให้แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมและข้าราชการ
ส่วนกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ยื่นขอขยายเวลาทำคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญอีก 15 วัน นายภูมิธรรมกล่าวว่าก็เป็นไปตามกฎหมายให้เวลาชี้แจง 15 วัน ซึ่งถ้าผู้ถูกกล่าวหาพร้อมชี้แจงก็ชี้แจงได้เลย รวมถึงพยานหลักฐานต่าง ๆ ซึ่งคนที่อนุญาตให้ขยายเวลาคือศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีอะไรน่าสงสัย มันจบตามกระบวนการ ไม่มีอะไร รอให้ศาลตัดสิน
ส่วนได้พูดคุยกับนางสาวแพทองธารว่าศาลได้อนุญาตให้ขยายเวลาหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่ายังไม่ได้คุยเลย