‘สนธิสัญญาออตตาวา’ ทีเด็ดโต้ ‘กัมพูชา’ ละเมิดวางทุ่นระเบิด
สนธิสัญญาออตตาวา ทีเด็ดโต้ 'กัมพูชา' ละเมิดวางทุ่นระเบิด
เปิดจุดเริ่มต้น-รายละเอียด ‘สนธิสัญญาออตตาวา’ ภายใต้ข้อตกลง 160 ประเทศ ที่จะไม่ใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล
สถานการณ์การเมืองและชายแดน “ไทย-กัมพูชา” ยิ่งคุกรุ่น ก่อนหน้านี้มีประเด็นระหว่างรัฐบาล 2 ประเทศ ล่าสุด 16 กรกฎาคม 2568 เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนกองร้อยทหารพรานที่ 2302 เหยียบทุ่นระเบิดระหว่างเดินลาดตระเวนบริเวณเนิน 481 ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ส่งผลให้ทหารพราน 3 นายได้รับบาดเจ็บ หนึ่งในนั้น พลทหารธนพัฒน์ หุยวัน อาการสาหัส เป็นเหตุให้ต้องตัดขาซ้าย
ภายหลังเกิดเรื่องรัฐบาลและกองทัพไทยไม่นิ่งนอนใจ รีบดำเนินการตรวจสอบพบ และว่าทุ่นระเบิดดังกล่าวเป็นการวางใหม่ ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง พร้อมกับออกแถลงการณ์ประณาม ก่อนที่อาจจะมีมาตรการตอบโต้ตามแนวทางข้อตกลงสนธิสัญญาออตตาวาต่อไป
สนธิสัญญาออตตาวาคือ ?
สนธิสัญญาออตตาวา หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการ “อนุสัญญาว่าด้วยการห้ามการใช้ การเก็บ การผลิต และการถ่ายโอนทุ่นระเบิดสังหารบุคคล และการทำลายทุ่นระเบิด” ลงนามครั้งแรก 3 ธันวาคม 2540 ที่เมืองออตตาวา ประเทศแคนาดา มีผลบังคับใช้ 1 มีนาคม 2542 โดยภาคีสมาชิกสนธิสัญญาฉบับนี้มีมากกว่า 160 ประเทศ จาก 195 ประเทศทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือประเทศไทย แต่ก็มีบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน รัสเซีย อินเดีย ไม่ได้เข้าร่วม
สาระสำคัญสนธิสัญญา ฉบับนี้ 1.ห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลโดยเด็ดขาด 2.ห้ามการผลิต เก็บสะสม และการถ่ายโอนทุ่นระเบิด 3.ภาคีสมาชิกต้องทำลายทุ่นระเบิดที่มีอยู่ในคลังภายในระยะเวลาที่กำหนด และ 4.ต้องเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่ฝังอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ พร้อมให้ความช่วยเหลือเหยื่อผู้ได้รับผลกระทบจากทุ่นระเบิด
ร้องนานาชาติ ละเมิดข้อตกลง
วันนี้ 22 กรกฎาคม 2568 รัฐบาลไทย โดยศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ที่มี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้อำนวยการศูนย์ ศบ.ทก. เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมเตรียมกำหนดแนวทางดำเนินการต่อกรณีดังกล่าว โดยอาจจะมีการเรียกร้องผ่านนานานชาติ
สำหรับขั้นตอนการเรียกร้องหรือร้องเรียน กรณีละเมิดสนธิสัญญาออตตาวา ประเทศภาคีสมาชิกต้องยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการ โดยส่งหนังสือร้องเรียนถึงองค์การและเลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ในฐานะผู้รักษาสนธิสัญญา คำร้องต้องระบุถึงข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบชี้แจง โดยจะมีการตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญหรือผู้แทนขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยอาจจะต้องได้รับความยินยอมจากสมาชิกที่ถูกกล่าวหาและดำเนินการตามขั้นตอน
ทั้งนี้ หากพบความผิดจริง อาจมีการหาแนวทางดำเนินการตามมาตรการ เช่น ใช้แนวทางการทูตกดดัน หาทางเยียวยาต่อเหยื่อ หรือพื้นที่ได้รับผลกระทบ แต่จะไม่มีบทลงโทษโดยตรง เช่น ลงโทษทางอาญา คว่ำบาตร หรือใช้อำนาจบังคับ แต่สามารถใช้ความร่วมมือระหว่างรัฐกดดันทางการเมืองและสาธารณชนดำเนินการ
ส่วนการดำเนินการที่เข้มข้นขึ้น เช่น นำไปสู่การดำเนินคดีในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) หรือศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) หากมีการกระทำที่เข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม
รัฐบาลไทย-กองทัพ ประณามกัมพูชา
“รัฐบาลไทยขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ถือเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย เป็นการกระทำขัดต่อหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ระบุไว้ในกฎบัตรสหประชาชาติ” ท่าทีภาครัฐบาลไทย ผ่าน นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ
กระบอกเสียงกระทรวงต่างประเทศระบุอีกว่า กรณีดังกล่าวเป็นการกระทำที่ละเมิดพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคลอย่างชัดเจน ไทยในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา จะดำเนินการตามกระบวนการภายใต้อนุสัญญา โดยจะยังคงหาทางแก้ปัญหากับกัมพูชา ผ่านกลไกทวิภาคีต่าง ๆ ที่มีอยู่
พร้อมขอเรียกร้องฝ่ายกัมพูชาให้ความร่วมมือในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อมนุษยธรรมตามแนวชายแดน ตามที่นายกรัฐมนตรีของทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันภายในกรอบทวิภาคี
ขณะที่สัญญาณต่อกรณีนี้ของ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ถูกส่งผ่าน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ว่าแการวางทุ่นระเบิดใหม่ในพื้นที่เขตแดนไทย ขัดต่ออนุสัญญาออตตาวา แม้ทางฝ่ายกัมพูชาจะไม่ยอมรับ
แต่หน่วยจะรายงานข้อเท็จจริงถึงกองทัพบกและรัฐบาลจะประท้วงผ่าน UN ต่อไป พร้อมเตรียมส่งทหารเข้าตรวจพื้นที่ และเก็บกู้ตลอดแนวชายแดน ควบคู่ไปกับการใช้มาตรการตอบโต้ทางทหารอย่างเหมาะสม
พล.ต.วินธัยเผยว่า กรณีดังกล่าว พล.อ.พนาเสียใจอย่างยิ่ง ด้วยกำลังพลของกองทัพบกเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัว พร้อมยืนยันจะดูแลให้ดีที่สุด
ส่วนการลาดตระเวนของหน่วยทหารเป็นมาตรการเชิงรุกที่ได้ผลในการตรวจตราและรักษาพื้นที่แนวชายแดนไม่ให้ถูกรุกล้ำ จากการตรวจเหตุที่เกิด ข้อมูลถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สนับสนุนความชอบธรรมของฝ่ายไทยในการดำเนินมาตรการตอบโต้ต่อกัมพูชา ทั้งด้านการทหารและการต่างประเทศ
“กองทัพบกขอยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยและเกียรติภูมิของชาติ ด้วยความรอบคอบ และตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในสายตาสังคมโลก” พล.ต.วินธัยยืนยันถึงท่าทีกองทัพบก
อนึ่งสำหรับการยื่นเรื่องดังกล่าว หากรัฐบาลอนุมัติดำเนินการ กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นตัวแทนดำเนินการในนามรัฐบาลไทย
ภาพประกอบ : SMART Soldiers Strong ARMY’s post