ททท. ชี้วิกฤตปะทะชายแดน กระทบท่องเที่ยว ต่างชาติหายวูบ 18%
ททท. เผยยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวปี 2569 ก้าวสู่ยุค “The New Thailand” เน้น 4 แกนหลัก สร้างการท่องเที่ยวคุณภาพ กระจายรายได้ เสริมซอฟต์พาวเวอร์ไทย และขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือรอบด้าน พร้อมชี้ชัดว่า “จำนวน” นักท่องเที่ยวไม่ใช่เป้าหมายเดียวอีกต่อไป แต่คือ “ความสุข” และ “คุณค่าที่ส่งถึงชุมชน”
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ปีแห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดย ททท. ได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์ปี 2569 ขับเคลื่อนสู่ยุค “The New Thailand” ที่ไม่ได้มุ่งเพียงแค่การฟื้นตัวหลังวิกฤต แต่เดินหน้าเปลี่ยนโฉมภาคท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ ยั่งยืน และแข่งขันได้ในระดับโลก ในเวทีแถลงวิสัยทัศน์ “Amazing Thailand Grand Tourism ans Sport Year” พร้อมย้ำหนักแน่นว่า “เราจะไม่เดินทางเดิมอีกต่อไป” พร้อมระบุว่าปี 2569 คือ “จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์” ที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวด้วยคุณค่า ไม่ใช่ปริมาณ

จุดเปลี่ยน: ยุทธศาสตร์ 4 แกนสู่การท่องเที่ยวยั่งยืน
การดำเนินงานของ ททท. ในปี 2569 จะมีแกนหลัก 4 ด้าน ได้แก่:
1. ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมสู่การท่องเที่ยวคุณภาพ (Value over Volume)– มุ่งสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคลผ่าน Target Marketing ลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งอย่างเกินพอดี โดยเฉพาะจีน ซึ่งเคยคิดเป็นกว่า 66% ของตลาดต่างประเทศ
2. กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ลดความกระจุกตัว– ส่งเสริมเมืองรอง เปิดเส้นทางใหม่ เชื่อมโยงอัตลักษณ์ชุมชน เสริมมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
3. สร้างแม่เหล็กใหม่ทางการท่องเที่ยว– ด้วยการออกแบบประสบการณ์เจาะกลุ่ม เช่น กลุ่มมิลเลนเนียล, เจนซี, กลุ่มลักชัวรี และเฮลท์แอนด์เวลเนส
4. จับมือทุกภาคส่วนแบบ 360 องศา เดินหน้าสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม– ปรับใช้หลัก ESG และ Green Compliance ให้เป็นมาตรฐานกลาง โดยเฉพาะในตลาดยุโรป

ปีแห่งซอฟต์พาวเวอร์ไทย – Sport + Culture + Equality
ปี 2568 ททท. ได้ประกาศให้เป็นปี “Amazing Thailand Grandtiman Sport Year” เดินหน้าผนวก Soft Power เข้ากับแหล่งท่องเที่ยว ผ่านกิจกรรมระดับโลก เช่น เทศกาลสงกรานต์ World Festival ที่มีนักท่องเที่ยวกว่า 1 ล้านคนเข้าร่วม
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รับรางวัล “Best LGBTQ+ Destination” จากเวทีเยอรมนี ตอกย้ำภาพลักษณ์ของสังคมที่ให้คุณค่าความเท่าเทียม ซึ่งกลายเป็นจุดแข็งในตลาดกลุ่มเฉพาะ เช่น กลุ่ม LGBTQ+ หรือกลุ่ม High-end Wellness ที่มองหาประสบการณ์ด้านคุณค่าทางจิตใจมากกว่าการเช็กอิน
นางสาวฐาปนีย์ บอกอีกว่า แม้ว่าตลาดใกล้บางแห่งจะเริ่มชะลอตัว แต่ตลาดคุณภาพระยะกลางและระยะไกลยังคงเติบโต ททท. ชี้ชัดว่าการแข่งขันจากประเทศคู่แข่ง เช่น จีน ที่กลายเป็นทั้งตลาดและผู้ท้าชิง, ญี่ปุ่น ที่ใช้จุดแข็งด้านความสะดวกสบายและค่าเงินอ่อนค่า และ เวียดนาม ที่มีต้นทุนแข่งขันสูง กำลังท้าทายบทบาทของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับภูมิภาค
ตลาดเป้าหมายปี 2569 – ชี้ชัด กลุ่มไหนโต กลุ่มไหนต้อง “รีเซ็ต”
- กลุ่มตลาดหลัก (Priority Markets – 60% ของนักท่องเที่ยว):
– จีน-ฮ่องกง – เปิดเมืองใหม่, โครงการ “Trusted Thailand” สร้างความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัย
– เกาหลี-สิงคโปร์-มาเลเซีย – กระตุ้นดีมานด์ช่วงโลว์ซีซั่น ขยายกลุ่มลักชัวรีและสปอร์ต
– อังกฤษ-สหรัฐฯ-เยอรมนี-ฝรั่งเศส-รัสเซีย – เน้นไฮเอนด์, เมืองรอง, และกลุ่ม LGBTQ+ เจาะจุดใหม่ - ตลาดระยะใกล้ (ใกล้แต่โต):
– อินเดีย – กลุ่มครอบครัว, โซโล่, กลุ่มสตรี
– ญี่ปุ่น – รีเซ็ตความสนใจสู่เจนซี, นักเรียน, สกูลทริป - ตลาดระดับรอง–ศักยภาพสูง:
– ไต้หวัน–เวียดนาม–อินโด–ฟิลิปปินส์–ออสเตรเลีย – สร้าง Storytelling ใหม่, Quick Win Strategy
– สแกนดิเนเวีย–อิตาลี–สเปน–คาซัคสถาน – รองสเตย์–กรีนโปรแกรม–เฮลท์โฮม - กลุ่ม Hi-Value:
– ตะวันออกกลาง (UAE, ซาอุฯ, คูเวต ฯลฯ) – เสริม Luxury + Wellness เปิดเที่ยวบินตรง
– อิสราเอล – เน้นกลุ่มแฟมิลี่, Post Army และ LGBTQ+
การวัดผลใหม่ – “ความสุข” คือเป้าหมาย
อย่างไรก็ตาม นางสาวฐาปนีย์ ยืนยันว่า “จำนวน” นักท่องเที่ยวจะไม่ใช่ตัววัดความสำเร็จเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะวัดผลควบคู่กับ “คุณค่าประสบการณ์” ที่ผู้เดินทางได้รับ ทั้งด้านจิตใจ รายได้ที่ส่งกลับสู่ชุมชน และผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม
ด้วยโมเดล “คุณภาพ-ความยั่งยืน-ซอฟต์พาวเวอร์” ที่จะขับเคลื่อนรายได้ พร้อมยกเครื่องการสื่อสารผ่านข้อเท็จจริง และการสร้างภาพลักษณ์ความปลอดภัย ททท. เชื่อมั่นว่าไทยสามารถก้าวเข้าสู่กลุ่มประเทศ Top 10 ของโลกในด้านรายได้จากการท่องเที่ยว
“เราไม่ได้แค่ต้อนรับนักท่องเที่ยว แต่เรากำลังสร้างอนาคตของการท่องเที่ยวไทย… บนรากฐานใหม่ที่ยั่งยืน แข็งแรง และส่งต่อความสุขให้ทุกภาคส่วน”
