Skip to content

กรมอุตุฯ เปิดชื่อพายุ 2 ลูกใหม่ก่อตัว โซนร้อน “ก๋อมัย” กับ “ฟรานซิสโก”

24 ก.ค. 2568 | 11:57น.
กรมอุตุฯ เปิดชื่อพายุ 2 ลูกใหม่ก่อตัว โซนร้อน “ก๋อมัย” กับ “ฟรานซิสโก”

กรมอุตุฯ เปิดชื่อพายุ 2 ลูกใหม่ก่อตัว โซนร้อน “ก๋อมัย” บริเวณทะเลจีนใต้ กับ “ฟรานซิสโก” ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ชี้ยังไม่มีแนวโน้มเข้าไทย แต่ขอให้ติดตามเป็นระยะ ๆ ด้าน GISTDA ตั้งวอร์รูมรับมือ ‘พายุวิภา’ ส่งดาวเทียม-แอป เช็กพื้นที่น้ำท่วม

กรมอุตุนิยมวิทยา อัพเดตสถานการณ์ล่าสุด พายุบริเวณทะเลจีนใต้และมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก คืนวันที่ 23/7/68 ระบุว่า พายุ “วิภา” ไปแล้ว แต่มีก่อตัวอีก 2 ลูก บริเวณทะเลจีนใต้และมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก แต่จากการคาดการณ์ทั้ง 2 ลูกนี้ ยืนยันยังไม่มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย ประชาชนไม่ต้องกังวล ขอให้ติดตามเป็นระยะ ๆ กับกรมอุตุนิยมวิทยา

ขณะที่ในแผนที่อากาศผิวพื้นของกรมอุตุนิยมวิทยา เผยภาพให้เห็นชัดถึงพายุ 2 ลูกดังกล่าว โดยกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า มีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเมียนมา (จากพายุวิภาที่อ่อนกำลังลง) และมีร่องมรสุมที่พาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ ประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน

ประกอบกับมีพายุโซนร้อน “ก๋อมัย” (CO-MAY) บริเวณด้านตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์ และมีพายุโซนร้อน “ฟรานซิสโก” (FRANCISCO) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก (ดูกราฟิกประกอบ)

สำหรับชื่อของพายุฟรานซิสโก (FRANCISCO) หมายถึงชื่อของผู้ชาย (ภาษาชนเผ่าชามอร์ไรในหมู่เกาะมาเรียนา (Mariana) เป็นพายุลูกที่ 7 จากการนับจำนวนพายุ RSMC ของโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ส่วนชื่อของพายุก๋อมัย (CO-MAY) หมายถึงหญ้าเจ้าชู้ ตั้งชื่อโดยประเทศเวียดนาม เป็นพายุลูกที่ 8 จากการนับจำนวนพายุ RSMC ของโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

พายุ 2 ลูกใหม่ก่อตัว โซนร้อน"ก๋อมัย" กับ "ฟรานซิสโก"
พายุ 2 ลูกใหม่ก่อตัว โซนร้อน “ก๋อมัย” กับ “ฟรานซิสโก”

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า

ประเทศไทยเริ่มมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก และกาญจนบุรี ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

ทั้งนี้ เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย เริ่มมีกำลังอ่อนลง ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ ประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบน และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง

อนึ่ง พายุโซนร้อนกำลังแรง “ก๋อมัย” ด้านตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น โดยพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย

หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเมียนมา และมีร่องมรสุมที่พาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ ประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมีพายุโซนร้อน"ก๋อมัย" บริเวณด้านตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์ และมีพายุโซนร้อน "ฟรานซิสโก" บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก
แผนที่อากาศผิวพื้น : หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเมียนมา และมีร่องมรสุมที่พาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ ประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมีพายุโซนร้อน “ก๋อมัย” บริเวณด้านตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์ และมีพายุโซนร้อน “ฟรานซิสโก” บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก

GISTDA ตั้งวอร์รูมรับมือ ‘พายุวิภา’

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) เปิดเผยว่า ขณะนี้ GISTDA ได้เพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามสถานการณ์พายุวิภา และสั่งการให้ทีมปฏิบัติการดาวเทียมและทีมปฏิบัติการด้านภูมิสารสนเทศเร่งจัดทำข้อมูลและลงพื้นที่เพื่อวางแผน ประเมิน และติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

รวมทั้งประสานความร่วมมือกับเครือข่ายต่างประเทศในการใช้ข้อมูลจากดาวเทียมเพิ่มเติมนอกเหนือจากดาวเทียมที่ใช้งานอยู่แล้วอย่าง THEOS-1 และ THEOS-2 โดยเฉพาะกลุ่มดาวเทียมระบบ SAR ที่สามารถถ่ายทะลุเมฆได้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานให้มากที่สุด

นอกจากนี้ยังเตรียมความพร้อมของ Platform “Disaster” และ Application “เช็คน้ำ” เพื่อการเข้าถึงและส่งข้อมูลให้กับหน่วยงานและประชาชนอย่างรวดเร็ว

สำหรับภาพรวมของสถานการณ์พายุวิภาที่ได้จากข้อมูลดาวเทียม พบว่า มีพื้นที่บางส่วนในหลายจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เริ่มได้รับผลกระทบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่การเกษตร พื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำสายหลักและสายรอง รวมถึงชุมชนที่อยู่อาศัยและเส้นทางคมนาคมบางส่วน

ทั้งนี้ ระดับน้ำท่วมขังจะมีความลึกแตกต่างกันไปตามลักษณะของแต่ละพื้นที่ ส่วนพื้นที่ทางภาคเหนือที่เริ่มได้รับผลกระทบแล้วในขณะนี้ เราได้วางแผนการถ่ายภาพไว้แล้วด้วยเช่นกัน ซึ่งทุกข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานหลักทั้งระดับนโยบายและระดับปฏิบัติในพื้นที่ต่าง ๆ ได้นำไปใช้ประกอบการวางแผนและประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน

เพื่อให้เกิดการแจ้งเตือนไปยังเครือข่ายหน่วยงานทุกภาคส่วนรวมถึงชุมชนให้ได้ทราบข้อมูล เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงทีต่อไป

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย
12:00 น. วันนี้ ถึง 12:00 น. วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมแรง และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย ตาก และกำแพงเพชร
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 27-30 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมแรง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม
มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมแรง และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี และกาญจนบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีฝนหรือฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมแรง และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีฝนหรือฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมแรง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีฝนหรือฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง และพังงา
อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดตรังลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพฯและปริมณฑล

มีฝนหรือฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมแรง
อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

(ออกประกาศ 24 กรกฎาคม 2568)

ประกาศเตือนพายุวิภา ฉบับสุดท้าย
ประกาศเตือนพายุวิภา ฉบับสุดท้าย