เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

‘ส.อ.ท.-หอค้า’ ชี้การค้าไทย-จีนผูกพันยาวนาน แค่ 10 ปีเงินลงทุนอันดับหนึ่งกว่า 8 แสนล้าน

28 ก.ค. 2568 | 09:37น.
เกรียงไกร เธียรนุกุล- สนั่น อังอุบลกุล

เกรียงไกร เธียรนุกุล- สนั่น อังอุบลกุล

เมื่อคืนวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ได้จัดงาน Exclusive Dinner Talk 50 ปี ไทย-จีน The Golden Road : From Now to Eternity เนื่องในวาระของการครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “โอกาสและความร่วมมือด้านการลงทุนไทย-จีน” ว่า โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ระบบการค้าที่มีความท้าทายมากขึ้น ทำให้ภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องปรับตัวอย่างยิ่ง การที่ ส.อ.ท. ประกาศยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ที่ตรงกับนโยบายของประเทศจีนที่ตั้งไว้ ถือเป็นจุดสำคัญที่ทำให้เราสามารถเข้าสู่ความร่วมมือในห่วงโซ่การเป็นพันธมิตร การช่วยเหลือและพัฒนายกระดับเทคโนโลยี

“ปี 2567 เป็นปีที่มีการลงทุนจากจีนเข้าไทยจำนวนมากกว่า 1.7-1.8 แสนล้านบาท และในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาการหลั่งไหลของการลงทุนจากจีนเข้ามาในไทยเป็นอันดับหนึ่ง สะสมกว่า 8 แสนล้านบาท โดยตัวเลขการค้าขายในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คิดเป็นมูลค่า 57,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โตขึ้น 26% เทียบกับปี 2567 ทำให้ประเทศไทยต้องเรียนรู้และเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตร่วมกัน ทำอย่างไรในการหาจุดสมดุล รวมถึงนำเทคโนโลยีที่มีอยู่มาพัฒนาในด้านต่าง ๆ ร่วมกัน” นายเกรียงไกรกล่าว

นายเกรียงไกรกล่าวว่า ผมเพิ่งกลับจากการเดินทางไปปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งได้ร่วมงานซัพพลายเชนเอ็กซ์โป สิ่งสำคัญคือ ความแข็งแกร่งและความยิ่งใหญ่ของการที่จีนเป็นโรงงานของโลก เป็นโรงงานที่มีความมหัศจรรย์ ซึ่งมีความครบถ้วนในการให้ความสำคัญกับซัพพลายเชน โดยได้มีการพูดคุยในหลายอุตสาหกรรมทั้งยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) การบรรจุแบตเตอรี่ต่าง ๆ

เพราะเทคโนโลยีเหล่านั้นมีการปรับเปลี่ยนรวดเร็ว รวมถึงอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดมีความสำคัญ ซึ่งจีนถือเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้เช่นกัน ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ ลม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เราเห็นว่า ไทยและจีนไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ระหว่างคนเท่านั้น เพราะ 50 ปีที่ผ่านมา นับเฉพาะทางการเท่านั้น แต่ที่ผ่านมาทั้ง 2 เชื้อชาติมีการผสมผสานที่ลงตัวกันอย่างยาวนาน เหมือนที่พูดว่า ไทย-จีนใช่อื่นไกลเป็นพี่น้องกัน ถือเป็นคำที่ตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศได้เป็นอย่างดี

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานอาวุโสหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษ “ความร่วมมือทางการค้า และพันธมิตรธุรกิจไทย-จีน” ว่า สายสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน สามารถแบ่งออกเป็น 4 มิติหลัก ดังนี้ 1.ความสัมพันธ์ด้านการทูต ไทยและจีนมีความผูกพันกันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย และได้ยกระดับเป็นความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเมื่อ 50 ปีก่อนอย่างเป็นทางการ

2.ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและการค้า ซึ่งยาวนานกว่า 700 ปี 3.ความสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิตของคนไทยได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมจีนอย่างลึกซึ้ง ทั้งในด้านภาษา อาหาร ประเพณี และศิลปะ 4.ความสัมพันธ์ด้านเครือญาติ คนไทยเชื้อสายไทยนั้นมีบทบาทที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ อย่างเช่น คุณธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ที่เป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมของไทยจีนแนบแน่น

นายสนั่นกล่าวว่า เราเห็นศักยภาพจากเทคโนโลยีและเครื่องจักรจากจีน เช่น หุ่นยนต์อัตโนมัติ เครื่องจักรประหยัดพลังงาน ที่มีต้นทุนต่ำกว่าตะวันตก ซึ่งผู้ประกอบการไทยสามารถนำมาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับคุณภาพสินค้าได้ ขณะที่จีนเองก็กำลังเผชิญกับความท้าทายจากสงครามการค้า จึงมีแนวโน้มย้ายฐานการผลิตมายังประเทศในอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งจะทำให้การส่งออกของไทยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นสูงอย่างแน่นอน

หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้จัดตั้ง “กลไกส่งเสริมเศรษฐกิจไทย-จีนอย่างยั่งยืน” ขึ้นมาเพื่อส่งเสริมความร่วมมือบนพื้นฐานของความเชื่อมั่น ความโปร่งใส การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการแก้ปัญหาอุปสรรคทางการค้าอย่างสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด Be Positive และ Net Focus เราต้องการสร้างการสื่อสารที่นำไปสู่ Solution ร่วมกันของภาคธุรกิจทั้งสองประเทศ

นายสนั่นกล่าวว่า อีกหนึ่งโครงการสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น คือ Thailand-China Cooperation Expo 2025 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 กันยายน 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีเป้าหมายในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน ขณะนี้มีบริษัทชั้นนำกว่า 700 แห่งจากทั้งสองประเทศตอบรับเข้าร่วมงาน ซึ่งจะครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด เกษตรอัจฉริยะ โลจิสติกส์ และดิจิทัลแพลตฟอร์ม

“50 ปีแห่งความสัมพันธ์ไทย-จีนนั้น ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ แต่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างอนาคตร่วมกัน Golden Road ที่เราร่วมกันปูในวันนี้ จะเป็นถนนสายทองที่ทอดยาวจากอดีต ผ่านปัจจุบัน และมุ่งสู่อนาคตที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน สมกับคำที่ว่าจีนไทยเป็นครอบครัว ญาติมิตรเดียวกัน” นายสนั่นกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การค้าไทย-จีน