“พิชัย” ชี้เหตุชายแดนไทย-กัมพูชา เสียหายกว่า 1 หมื่นล้าน เร่งรวบรวมงบฟื้นฟู
นายพิชัย ชุณหวชิร
พิชัยชี้ผลกระทบชายแดนไทยกระเทือนเศรษฐกิจเสียหายกว่า 1 หมื่นล้าน เร่งรวบรวมงบฯฟื้นฟูพื้นที่ ยันไม่กู้เพิ่ม หวังเจรจาสหรัฐ สรุปก่อน 1 ส.ค.นี้
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่าแม้สถานการณ์เริ่มดีขึ้น แต่ยังไม่สามารถคาดเดาว่าจะหยุดยิงได้ 100% เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีทหารจำนวนมากในพื้นที่ ซึ่งอาจมีเหตุการณ์เล็ดลอดเกิดขึ้นได้
ด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจ ความไม่สงบที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน โดยเฉพาะในด้านการจับจ่ายใช้สอยและการลงทุนระยะสั้น ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติในภาวะที่มีความเสี่ยงด้านความมั่นคง โดยจากการประเมินเบื้องต้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมถึงเรื่องการค้าชายแดน
ขณะที่งบฯกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังเหลืออยู่ราว 42,000 ล้านบาท และจะนำไปใช้ที่ตรงกลุ่มอยู่ 10,000 ล้านบาท ซึ่งก็จะเหลืออยู่ราว 25,000 ล้านบาท แต่พอมีเหตุการณ์ความไม่สงบที่ชายแดน ก็ต้องมีการรวบรวมงบประมาณ ซึ่งก็ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย โดยนำมาใช้ในงานฟื้นฟูและซ่อมแซมบ้านเรือนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยยอมรับว่า หากงบฯที่มีอยู่ไม่เพียงพออาจต้องพิจารณาใช้งบฯจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม
“ยังไม่มีแผนกู้เงินเพิ่มเติมในขณะนี้ ทุกอย่างยังอยู่ภายใต้กรอบงบประมาณปกติ แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจต้องประเมินอีกครั้ง” นายพิชัยกล่าว
ส่วนความคืบหน้าการเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา หลังจากก่อนหน้านี้ สหรัฐได้ขอชะลอการเจรจาชั่วคราว จากความกังวลต่อสถานการณ์ในประเทศไทย แต่เมื่อรัฐบาลไทยแสดงความพร้อมและส่งสัญญาณความจริงใจในการแก้ไขปัญหา ฝ่ายสหรัฐก็ได้ตอบรับและกลับมาเปิดการเจรจาต่อทันที
นายพิชัยกล่าวว่า เงื่อนไขต่าง ๆ ที่สหรัฐเคยเสนอไว้นั้น ทางการไทยได้ปรับปรุงและตอบรับไปแล้วเกือบทั้งหมด เหลือเพียงรายละเอียดเชิงเทคนิคในร่างสัญญาที่ยังอยู่ระหว่างการหารือร่วมกัน
“การเจรจาในขณะนี้ถือว่าเดินหน้าไปไกลแล้ว คิดว่าไทยตอบโจทย์ได้ถึง 99.99% แล้ว เหลือเพียงบางขั้นตอนในทางเทคนิค ซึ่งไม่ใช่ประเด็นหลัก” นายพิชัยกล่าว
ส่วนกรณีหากการเจรจาไม่ทันวันที่ 1 ส.ค.นี้ ไทยจะโดน 36% หรือไม่นั้น นายพิชัยระบุว่า หากเหตุการณ์ใหม่มากระทบอาจจะเลื่อนไปก่อน แต่ก็เชื่อว่าจะได้ข้อยุติที่ดี ซึ่งส่วนตัวไม่อยากเห็นไทยถูกเก็บภาษีในอัตราสูงถึง 25% ข้อเสนอของไทยเป็นข้อเสนอที่มีประโยชน์ทั้งต่อสหรัฐและไทย หากอีกฝ่ายเห็นพ้อง เชื่อว่าข้อตกลงนี้จะเป็นชัยชนะร่วมกัน