กรมอุตุนิยมวิทยา วันนี้ ฝนลดฮวบเหลือ 20-30% เตือนตกหนักอีกช่วง 11-18 ส.ค.
กรมอุตุนิยมวิทยา วันนี้ เตือนทั่วไทย รวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ฝนลดน้อยลงเหลือเฉลี่ยร้อยละ 20-30 ของพื้นที่เท่านั้น เหตุมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทย มีกำลังอ่อน และจะกลับมาตกเพิ่ม-ตกหนักบางพื้นที่อีกครั้ง ช่วง 11-18 ส.ค. 2568
กรมอุตุนิยมวิทยา วันนี้ พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ลักษณะอากาศทั่วไป ประเทศไทยตอนบนมีฝนน้อย เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ในขณะที่มีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อน โดยบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
กรมอุตุนิยมวิทยา ยังอัพเดต การพยากรณ์ ฝนสะสม ในช่วง 15 วันข้างหน้าเพิ่มเติมว่า ช่วงวันที่ 4-10 ส.ค.68 บริเวณประเทศไทยตอนบนยังมีฝนบางพื้นที่ จะมีฝน/ฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นบ้าง ดังนี้

ช่วง 5-7 ส.ค.68 บริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคอีสานตอนบน (ใกล้หย่อมความกดอากาศต่ำ)ภาคตะวันออก (จ.จันทบุรี ตราด) ด้านรับมรสุม
ส่วนภาคกลาง กทม.และปริมณฑล จะยังคงมีฝนฟ้าคะนองเล็กน้อยบางพื้นที่ จากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมมีกำลังปานกลาง
สำหรับภาคใต้ยังมีฝนกระจาย คลื่นลมมีกำลังปานกลาง โดยเฉพาะทะเลอันดามันตอนบน ชาวเรือ ชาวประมงยังต้องเดินเรือด้วยความระวัง ยังต้องระวังคลื่นลมยังมีกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรง
ช่วงวันที่ 11- 18 ส.ค.68 ทั่วไทยมีแนวโน้มฝนกระจายเพิ่มขึ้น ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก กทม.และปริมณฑล ปริมาณฝนอยู่ในเกณฑ์เล็กน้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง และตกหนับบางแห่งด้านรับมรสุม โดยปัจจัยยังเกิดจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ยังพัดปกคลุม และหย่อมความกดอากาศต่ำ
ส่วนภาคใต้จะเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักภาคใต้ฝั่งอันดามัน คลื่นลมแรงขึ้น ระวังฝน/ฝนฟ้าคะนองช่วงเย็นถึงค่ำช่วง และฝนตกหนักบางแห่ง ใช้รถใช้ถนนด้วยความระวัง ฝนตกถนนลื่น

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย
06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน และตาก
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคกลาง
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ฉะเชิงเทรา สระแก้ว จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร
กรุงเทพและปริมณฑล
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
