อนุทินเตือน “อธิบดีกรมที่ดิน” คนใหม่ ดูปมเขากระโดงตามกฎหมาย ย้อนให้ดูอดีตเซ็นสุ่มสี่สุ่มห้าติดคุกมาแล้ว ชี้คนระดับ “ภูมิธรรม” พูดต้องเชื่อ ขอให้ทำคดีที่อัลไพน์เร็วเหมือนเรื่องเขากระโดง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่หากอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่เซ็นเพิกถอนโฉนดที่ดินเขากระโดงจะมีผลอย่างไรต่อไป ว่าต้องดูตามกฎหมาย ถ้าสุ่มสี่สุ่มห้าเซ็นแล้วผิดกฎหมาย ทำด้วยเจตนารมณ์ที่ไม่บริสุทธิ์ จงใจทำให้เกิดความเสียหาย หรือเป็นการกลั่นแกล้งกัน ก็ให้ดูในสมัยก่อนมีอธิบดีกรมที่ดิน อดีตปลัดกระทรวง ต้องถูกโทษจำคุกเรื่องแบบนี้ เที่ยวไปเพิกถอนมติ หรืออะไรต่าง ๆ ก็เห็นตัวอย่างมาหมดแล้ว ถ้าใครทำเพื่อที่ต้องการจะมาดำรงตำแหน่งนี้ก็ไม่มีใครห้าม ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือความเสียหายให้เขาดำเนินคดี
ส่วนเรื่องที่ดินเขากระโดงจะอยู่แค่ระดับอธิบดี หรือฝ่ายการเมืองจะได้รับผลกระทบด้วย นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องไปถามผู้ที่เสียหาย
เมื่อถามว่านายภูมิธรรมประกาศใช้มาตรฐานเดียวกันกับกรณีที่ดินอัลไพน์ เชื่อหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าคนระดับท่านพูดก็ต้องเชื่อ แต่ขอให้ท่านทำให้เร็วเหมือนกับเรื่องเขากระโดง
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่มีการเดินหน้าเพิกถอนที่ดินเขากระโดง ทำให้ 4 อธิบดีถูกโยกย้ายออกจากตำแหน่ง เหมือนเป็นการล้างบาง นายอนุทินกล่าวว่า อธิบดีกรมที่ดินขอย้ายตัวเอง เพราะปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามข้อสั่งการ
เมื่อถามว่าอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยโดนโยกย้ายอีกหนึ่งตำแหน่ง นายอนุทินกล่าวว่า ตรงนี้ไม่รู้ว่าโดนเรื่องอะไร
เมื่อถามต่อว่า เป็นการตั้งใจล้างบางสายสีน้ำเงินหรือไม่ นายอนุทินตอบทันทีว่า อธิบดี ปภ.ไม่ใช่สายสีน้ำเงิน อธิบดี ปภ.อยู่กับนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่เป็นเด็กติดตามกันมา ซึ่งตัวนายเสริมศักดิ์ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะมานั่งเป็น มท.1-มท.2 ด้วยซ้ำ อันนี้จึงไม่เกี่ยวกับสายสีน้ำเงินแน่นอน และไม่เกี่ยวกับตน เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่า อธิบดี ปภ. ทำงานมาตั้งแต่เป็นรุ่นเด็กอยู่แล้วว่าอยู่กับใครมา
เมื่อถามว่าสุดท้ายที่ดินเขากระโดงมองว่าต้องรื้อหรือจะยื้อกันไปอีกนาน นายอนุทินกล่าวว่า ไม่รู้ว่าจะใช้คำว่ายื้อถูกหรือไม่ เพราะเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องของกฎหมาย สมัยตนอยู่กระทรวงมหาดไทยก็ยังเรียกอธิบดีกรมที่ดินมาถามว่าถ้าตนไม่ใช่ มท.1 ผลจะเป็นแบบนี้หรือไม่ ท่านก็ยังยืนยัน นอนยัน นั่งยัน ว่าก็เป็นแบบนี้ ไม่ว่าใครจะมาเป็น มท.1 ผลของคณะกรรมการมาตรา 61 ก็เป็นเช่นนี้ ตนยังบอกให้ทุกคนเป็นพยานบันทึกกันไว้
ซึ่งตนก็มีบันทึกไปที่ปลัดกระทรวงมหาดไทย ขอให้ดำเนินการทุกอย่างในเรื่องนี้ เพราะเป็นที่สนใจของประชาชน และเป็นเรื่องที่มีความกังขา ขอให้ทำให้ถูกต้องทุกอย่าง ใครที่คิดว่าทำถูกต้องตามกฎหมายก็ทำไป และรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองได้กระทำ ถ้าทำไม่ผิดมันก็ไม่ผิด
เมื่อถามว่าถ้าประชาชนที่ได้รับโฉนดอย่างถูกต้องถูกเพิกถอนสิทธิ จะมีคำแนะนำอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ควรต้องหาวิธีแก้ไขกันต่อไป เพราะไม่ใช่แค่ชาวบ้าน แต่เศรษฐกิจก็จะพังไปหมด ซึ่งที่ดินส่วนใหญ่มีโฉนดหมดแล้ว คงไม่มีใครโง่ที่จะซื้อที่ดินที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เรื่องของที่ดินไม่ใช่การโอนเฉพาะ 2 ฝ่าย เจ้าหน้าที่กรมที่ดินต้องรับรู้ ไม่ใช่ว่าโอนวันนี้อีก 3 ปี 5 ปี จะไปเพิกถอน ไม่เช่นนั้นจะไม่มีใครกล้าลงทุน
“หากไม่ลงทุน ทุกอย่างก็กระจุกอยู่ในเมืองใหญ่ ๆ เอาชัวร์ ๆ ซื้อบนถนนสีลม สุขุมวิท เท่านั้นหรือ อีกหน่อยตำบลปากช่อง เขาค้อ สันกำแพง ก็ไม่มีใครกล้าไปลงทุน ถ้าทำแบบนี้ทุกอย่างต้องมีความชัดเจน”
นายอนุทินกล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญมีการคุ้มครองอยู่แล้ว แต่บางคนก็ตีลูกมึนไปทำความเดือดร้อนให้ประชาชน ขออย่าลืมว่าเขากระโดงมีกว่า 900 ครอบครัว ไม่ใช่จ้องแต่ครอบครัวการเมือง แล้วได้รับผลกระทบไปด้วยก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร
ส่วนจะให้มีการฟ้องร้องปรับหรือไม่นั้น นายอนุทินบอกว่าตนไม่มีที่ดินตรงนั้น คงตอบแทนไม่ได้ แต่เห็นว่ารัฐบาลควรมีมาตรการคุ้มครอง ไม่ใช่พอถึงเวลาก็เอาเงินภาษีประชาชนมาเวนคืน
ส่วนกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ลงพื้นที่ตรวจสอบสนามบินขนงพระว่าอาจรุกล้ำทางสาธารณะนั้น นายอนุทินกล่าวว่า ประเด็นนี้ก็ให้หน่วยงานตรวจสอบ และมีเอกสารหลักฐานที่จะต้องไปชี้แจง
เมื่อถามต่อว่า ดีเอสไอควรจะไปตรวจสอบรีสอร์ตบนที่ดินของ น.ส.แพทองธารด้วยหรือไม่ นายอนุทินหัวเราะ พร้อมย้อนว่า “ชอบถามแบบนี้” ก่อนกล่าวต่อว่า หากจะทำก็ต้องทำให้เท่าเทียมกันทุกคน แต่การเที่ยวไปตรวจที่ตรงนั้นตรงนี้ แล้วอีกหน่อยใครจะกล้าลงทุน เศรษฐกิจก็นิ่งหมด พร้อมย้ำว่าเศรษฐกิจดีขึ้น เพราะมีการเปลี่ยนมือ การลงทุน การขาย การได้กำไร คนถึงจะไปจับจ่ายใช้สอย ใช้เงิน เศรษฐกิจต้องหมุนด้วยเงิน
ฉะนั้น หากทำแบบนี้อีกหน่อยมีคนนำที่ดินต่างจังหวัดมาขายใครจะกล้าซื้อ แล้วโฉนดถูกต้องหรือไม่ใครจะทราบ เพราะบางโฉนดออกมาตั้งแต่ พ.ศ. 2480 จะไม่ถูกได้อย่างไร ก็ต้องอนุมานว่าถูกไว้ก่อน จึงขออย่าใช้กลไกทางราชการมากลั่นแกล้งทางการเมือง แบบนี้ถือว่าไม่มีประโยชน์ เพราะหากมีการเปลี่ยนขั้วเปลี่ยนข้างก็โดนกลับ ประเทศไทยก็ไม่สงบสุข “ทีนี้รู้หรือยังทำไมประเทศไทยไม่สงบสุข เพราะคนแบบนี้ไง”