Skip to content

10 ของขวัญวันแม่ยอดฮิต อดีต-ปัจจุบัน กับอานิสงส์ที่ธุรกิจได้จากเทศกาลนี้

12 ส.ค. 2568 | 14:55น.
10 ของขวัญวันแม่ยอดฮิต อดีต-ปัจจุบัน กับอานิสงส์ที่ธุรกิจได้จากเทศกาลนี้

วันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี “วันแม่แห่งชาติ” ไม่ได้เป็นเพียงวันสำคัญด้านความผูกพันในครอบครัว แต่ยังเป็น “ฤดูกาลทอง” ของผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ดอกไม้ ร้านอาหาร ท่องเที่ยว ไปจนถึงธุรกิจสุขภาพและความงาม เพราะพฤติกรรมการให้ของขวัญในวันแม่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจช่วงกลางปีอย่างมีนัยสำคัญ

ประชาชาติธุรกิจ พาย้อนดู “10 ของขวัญวันแม่ยอดนิยม” ไล่เรียงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมวิเคราะห์เหตุผลความนิยม และอานิสงส์ที่ธุรกิจจะได้รับ

1.ผ้าไหม-ผ้าฝ้าย (ยุคก่อนทศวรรษ 2510)

เหตุผล : เศรษฐกิจเกษตรกรรม เน้นสิ่งของที่ทำเองหรือหาได้ในชุมชน การมอบผ้าทอมือให้แม่คือสัญลักษณ์ของความใส่ใจและคุณค่าในงานฝีมือ

อานิสงส์ธุรกิจ : ตลาดผ้าพื้นเมืองและสินค้าหัตถกรรมท้องถิ่นเติบโตในช่วงเทศกาล

2.อาหารคาว-หวานทำเอง (ยุคก่อน 2510)

เหตุผล : บ้านเรือนใช้วัตถุดิบในครัวเรือน ขนมไทย เช่น ทองหยิบ ทองหยอด แสดงความตั้งใจและแรงกาย

อานิสงส์ธุรกิจ : ตลาดวัตถุดิบท้องถิ่นและเครื่องครัวมียอดขายเพิ่มในช่วงก่อนวันแม่

3.เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก (ยุค 2510-2520)

เหตุผล : การคมนาคมและการค้าขยายตัว ของใช้จากเมืองอย่างเตารีด พัดลม หรือหม้อหุงข้าวไฟฟ้า ช่วยอำนวยความสะดวกให้แม่

อานิสงส์ธุรกิจ : ยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและร้านฝากซื้อของจากเมืองพุ่งสูง

4.ผ้าถุง-ผ้าพันคอจากเมือง (ยุค 2510-2520)

เหตุผล : เป็นของฝากที่สื่อถึงความเอาใจใส่และฐานะที่ดีขึ้นของครอบครัว

อานิสงส์ธุรกิจ : ร้านค้าตลาดใหญ่และผู้ค้าส่ง-ค้าปลีกในเมืองได้กำไรเพิ่ม

5.น้ำหอม-เครื่องสำอาง (ยุค 2530-2540)

เหตุผล : วัฒนธรรมบริโภคนิยมและสื่อโฆษณาทางทีวีเข้ามามีบทบาท การให้ของขวัญแบรนด์เนมคือการแสดงความสำเร็จของลูก

อานิสงส์ธุรกิจ : ห้างสรรพสินค้าและแบรนด์ความงามจัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย

6.เครื่องประดับทอง (ยุค 2530-ปัจจุบัน)

เหตุผล : เป็นของขวัญที่มีทั้งมูลค่าทางใจและการลงทุน สื่อถึงความมั่นคง

อานิสงส์ธุรกิจ : ร้านทองยอดขายพุ่ง โดยเฉพาะช่วงใกล้ 12 สิงหาคม

7.ดอกมะลิ-พวงมาลัยมะลิ (ยุค 2540-ปัจจุบัน)

เหตุผล : กลายเป็นสัญลักษณ์วันแม่แห่งชาติจากการรณรงค์ของภาครัฐ

อานิสงส์ธุรกิจ : ตลาดดอกไม้และผู้ค้าส่ง-ค้าปลีกดอกมะลิได้รายได้มหาศาลในระยะสั้น

8.การ์ดทำมือ (ยุค 2540-2550)

เหตุผล : เน้นความหมายและการสื่อความรู้สึกตรงจากใจ

อานิสงส์ธุรกิจ : ร้านเครื่องเขียนและของตกแต่ง DIY ขายดี

9.พาแม่ไปทานอาหารนอกบ้าน (ยุค 2540-ปัจจุบัน)

เหตุผล : สื่อถึงการให้เวลาและประสบการณ์ร่วมกัน

อานิสงส์ธุรกิจ : ร้านอาหาร โรงแรม และแพลตฟอร์มจองโต๊ะมียอดจองล้น

10.ของขวัญสุขภาพ-ท่องเที่ยว (ยุค 2560-ปัจจุบัน)

เหตุผล : เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เน้นสุขภาพกายใจ เช่น เครื่องนวด เก้าอี้ปรับระดับ หรือพาแม่เที่ยวพักผ่อน

อานิสงส์ธุรกิจ : ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม Wellness และอีคอมเมิร์ซด้านสุขภาพทำรายได้สูง

หอการค้าชี้ วันแม่ปี’68 เงินสะพัดกว่า 1.1 ล้าน

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจทัศนคติและพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงวันแม่ ปี 2568 พบว่าการเลือกซื้อของขวัญในวันแม่ปีนี้ มีการซื้อมากขึ้น ทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ โดยจะเน้นในกลุ่มสินค้าที่มีราคาถูก ซึ่งราคาสินค้ามีผลต่อการตัดสินใจของผู้ซื้อเป็นอย่างมาก

สำหรับการใช้จ่ายในช่วงวันแม่ จะพบว่าส่วนใหญ่จะพาแม่ไปทานข้าว พาไปทำบุญ ส่วนการวางแผนไปเที่ยวต่างจังหวัดในปีนี้ 78.2% ไม่ไป และงบประมาณการใช้จ่ายในปีนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก โดยคาดว่าปริมาณเงินสะพัดในช่วงวันแม่อยู่ที่ 11,062 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 1.9%

อย่างไรก็ดี จากการติดตามยังพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความกังวลในเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน รองลงมาเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ สถานภาพทางการเมือง และค่าใช้จ่าย และผลสำรวจยังพบว่าเศรษฐกิจของไทยในปีนี้แย่ลงมาก เมื่อเทียบจากปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ในเชิงเศรษฐกิจ “วันแม่” ไม่เพียงเป็นวันแห่งความรักและความผูกพัน แต่ยังเป็น “ตัวเร่งเม็ดเงิน” ให้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ทั้งในตลาดท้องถิ่นและตลาดสมัยใหม่