Skip to content

คนคุมเสียง สส. ชี้ 2 แพร่ง ‘เพื่อไทย’ ไปต่อ ‘แพทองธาร’ พ้นมลทิน

18 ส.ค. 2568 | 16:23น.
คนคุมเสียง สส. ชี้ 2 แพร่ง ‘เพื่อไทย’ ไปต่อ ‘แพทองธาร’ พ้นมลทิน

วิสุทธิ์ ประธานวิปรัฐบาล คนการเมืองที่คุมเสียงและเกมการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร ประเมินอนาคต ‘นายกฯแพทองธาร’ หลัง 29 ส.ค. 68 ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชี้ทิศการเมืองพรรค หากต้องยืนตรงทางแยกอีกครั้ง

นับถอยหลัง 29 สิงหาคม 2568 วันชี้ชะตาความเป็น นายกรัฐมนตรี คนที่ 31 แพทองธาร ชินวัตร จะได้ไปต่อ หรือพอแค่นี้ ต้องเดินตามรอยอดีตนายกฯ หรือค่ายการเมือง DNA พรรคไทยรักไทยที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) ตัดสิทธิทางการเมืองซ้ำเป็นรายที่ 3 ต่อจากพ่อและอา ไม่นับอาเขยอย่าง “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ที่ต้องถูกสังเวยคดียุบพรรค

ครั้งนี้ คดีแพทองธาร เนื่องจากสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ขอให้วินิจฉัยกรณีคลิปเสียงสนทนากับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่เธอถูกกล่าวหาว่า “ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง”

นี่จึงเป็นเรื่องที่ทั้งฝ่ายการเมือง และภาคธุรกิจในไทย จับตารอฟังผลตัดสินของศาล รธน. เพื่อกำหนดทิศทางเดินหน้าประเทศต่อไป

ประชาชาติธุรกิจ พูดคุยกับ “วิสุทธิ์ ไชยณรุณ” สส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ประเมินถึงทิศทางการเมือง จากมุมคนใน และทิศทางหากพรรคเพื่อไทย ต้องยืนตรงทางแยก อีกครั้ง

มั่นใจ ‘นายกฯอิ๊งค์’ รอด

แกนนำเพื่อไทย ผู้อยู่มาตั้งแต่ยุคไทยรักไทย เผยถึงสถานการณ์บรรยากาศภายในพรรค ก่อน 29 ส.ค. ว่าสมาชิกพรรคเพื่อไทย ส่วนมากไม่มีความกังวลเรื่องนี้ มีแต่ให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี และจากที่ได้พบนายกฯ ช่วงอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบฯ 69 วาระ 2 และ 3 มีท่าทีไร้ความกังวล เพราะท่านเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และเจตนาดีต่อประเทศ

ฉะนั้นสมาชิกพรรคจึงเชื่อมั่นว่าสิ่งที่แพทองธารทำเป็นเจตนาบริสุทธิ์ ตั้งใจไม่ให้เกิดปัญหารบราฆ่าฟัน พยายามพูดประวิงเวลาไม่ให้เกิดการปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา ณ ตอนนั้น ไม่เช่นนั้นคนไทยในต่างแดนจะเกิดอันตราย และที่ผ่านมาการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน เป็นหน้าที่กลาโหม กองทัพฝ่ายความมั่นคง ไม่ใช่ฝ่ายการเมือง

“เราเชื่อมั่นว่า จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น เราเชื่อมั่นว่า จะได้รับความเป็นธรรม เราเชื่อมั่นในเจตนาของท่านนายกฯ (แพทองธาร) เราเชื่อมั่นว่าทีมกฎหมายสามารถชี้แจงได้”

ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์แง่ลบ วิสุทธิ์มองว่า ประเทศไทยมีนักวิจารณ์การเมืองเยอะ ทั้งฝ่ายเห็นด้วย ฝ่ายแสดงความเห็นกลาง ๆ รวมถึงฝ่ายไม่เห็นด้วยถือเป็นสิทธิ เพราะประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย แต่ก็ต้องเลือกฟังพร้อมพิจารณาอย่างเหมาะสม บางคนแสดงความเห็นเชิงวิพากษ์วิจารณ์เกินข้อเท็จจริง แต่ส่วนตัวเชื่อว่า “คำพูดเหล่านั้นจะเป็นการตีตราพวกเขาในอนาคต”

ขณะที่บรรยากาศทางการเมืองและเศรษฐกิจ ประธานวิปรัฐบาล มองจากสถานการณ์ความมั่นคงชายแดนที่ผ่านมา รัฐบาลดำเนินการถูกต้อง ทั้งเรื่องการใช้กำลังและชี้แจงต่างประเทศ ทำให้ไม่ถูกนานาชาติประณาม มิหนำซ้ำยังเห็นใจรัฐบาลไทย มองว่า รัฐบาลกับกองทัพทำงานร่วมกันดีอีกด้วย ถือเป็นสัญญาณบวกต่อไทยในสายตาสังคมโลก

ส่วนการเจรจาภาษีการค้าสหรัฐที่ไทยได้เกณฑ์ภาษีนำเข้าสหรัฐ 19% ถือเป็นตัวเลขที่ดี แต่ยังต้องเจรจาปรับปรุงรายละเอียดกันต่อ เพราะมีความกังวลในกลุ่มสินค้าการเกษตรจะได้รับผลกระทบ แต่จากการคุยกับ นายกฯแพทองธารก็เข้าใจ พร้อมยืนยันถึงความตั้งใจทำให้สินค้ากลุ่มนี้ราคาดีขึ้น เพื่อให้เกษตรไทยมีความเป็นอยู่ดี ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย

ไม่สละเก้าอี้นายกฯ ไร้แผน 2 แผน 3

เมื่อถูกถาม หากผลคำตัดสินศาล รธน. เป็นโทษเพื่อไทยมีแผนสำรองอย่างไร วิสุทธิ์สะท้อนว่า วันนี้ในพรรคยังไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ ทั้งแผนสอง แผนสาม หรือแผนอะไรก็ยังไม่มี เพราะเชื่อมั่นว่านายกฯ ไม่มีเจตนาเป็นอย่างอื่น

แต่ทว่าหากผลออกมาเป็นลบจริง ซึ่งเรา (พรรคเพื่อไทย) ไม่คาดหวังอย่างนั้น แต่ก็มีท่าน “ชัยเกษม นิติสิริ” แคนดิเดตนายกฯ ลำดับ 3 ของพรรคเพื่อไทยรออยู่ ไม่จำเป็นต้องไปหาพรรคอื่นมาเป็น คงไม่ต้องถึงแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคอื่น ๆ

“วันนี้ท่านชัยเกษม ยังออกรอบตีกอล์ฟอยู่ตลอด กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมแล้ว มั่นใจว่ายังทำงานได้ ท่านสุขภาพจิต สุขภาพร่างกายดีขึ้นเยอะ”

เมื่อถูกถาม มีโอกาสดึงพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กลับมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ วิสุทธิ์ตอบอย่างมั่นใจ ไม่ต้องดึงหรอกครับ เท่านี้เราก็อยู่ได้แล้ว กลับไปกลับมาเดี๋ยวประชาชนจะขาดความเชื่อมั่น

ก่อนย้ำถึงความเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลของเพื่อไทยว่า “แน่นอน ๆ เรายังเป็นต่อไป ไม่จำเป็นต้องดึงฝ่ายค้านเข้ามาร่วม”

ชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ ลำดับ 3 ของพรรคเพื่อไทย

เพื่อไทยไปต่อ-แพทองธาร พ้นมลทิน

วิสุทธิ์ แกนนำเพื่อไทย วัย 67 มองต่อหาก นายกฯแพทองธาร พ้นมลทิน ในวันที่ 29 สิงหาคม เชื่อว่างานรัฐบาลเพื่อไทยทุกมิติจะเดินต่อเป็นอย่างดี เช่น การปราบปรามยาเสพติด ตามที่รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ภูมิธรรม เวชยชัย กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ให้เอาจริงเอาจังต่อเนื่อง รวมถึงการสกัดกั้นขบวนการสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่คอยหลอกลวงดูดเงินคนไทย ซึ่งที่ผ่านมาปัญหาลดลงถือว่ามาถูกทาง

ส่วนการแก้ปัญหาปากท้องคนไทย ที่ผ่านมาการดำเนินโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท มีทั้งคนเห็นด้วยและเห็นต่าง รัฐบาลฟังเสียงจึงยับยั้งไว้ก่อน ส่วนตัวมองว่า ปัญหาปากท้องหมักหมมมานานนับสิบปี ไม่สามารถแก้ได้ทันที ดังนั้นช่วงเวลานี้เมื่อหลายอย่างเริ่มดีขึ้น

ล่าสุดรัฐบาลก็มีมติมาตรการช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท รายละไม่เกิน 10 ไร่ ใช้งบประมาณรวมกว่า 44,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำและต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดี

วิสุทธิ์ระบุว่า จากการพูดคุยกับนายกฯแพทองธาร เห็นตรงกันว่าต้องกลับมาสนับสนุนสินค้าเกษตร เพราะเป็นรากฐานของประชาชนส่วนใหญ่ หากมุ่งมั่นด้านนี้ส่วนตัวเชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นแน่

“เชื่อว่าหากการดำเนินการของรัฐบาลมีการเอาจริงเอาจัง จัดการระเบียบสังคมให้เป็นรูปธรรม จะทำให้ความเชื่อมั่นความศรัทธาต่อพรรคเพื่อไทยกลับมา”

เมื่อถูกถาม 2 ปีที่ผ่านมา ทำไมลายเซ็นผลงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ไม่ชัดเจนเหมือนอดีต แกนนำพรรค ยอมรับว่ารัฐบาลเพื่อไทยเข้ามาเป็น “รัฐบาลพรรคร่วม” บางอย่างไม่สามารถทำได้ทั้งหมด แม้อยากทำเพราะเราไม่แลนด์สไลด์ จึงต้องค่อย ๆ แก้กันไปไม่ทันใจเหมือนเมื่อก่อน

ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยไม่ได้กำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย จึงทำให้การสานต่อนโยบาย เช่น แก้หนี้นอกระบบ ไม่ชัดเจน “คนเค้าก็บอกเหมือนพูดไปอย่างนั้น” แต่ตอนนี้เมื่อรองนายกฯภูมิธรรม กำกับมหาดไทย เชื่อว่าเงินที่ออกนอกระบบ อาทิ การพนันออนไลน์ ขบวนการหลอกลวงต่าง ๆ ลดลง เงินไม่ออกนอกประเทศ

“จากนี้ถือว่าเรา (เพื่อไทย) จะเข้มแข็ง เห็นได้จากกฎหมายงบฯ 69 ผ่านสภา วาระ 3 ทั้งที่ก่อนหน้าหลายคนกังวล ซึ่งเสียงจะมีน้อยหรือมีมาก หากรวมกันจริง ๆ จะฟันฝ่าไปได้ ยิ่งถ้าหาก นายกฯแพทองธาร กลับมาครั้งนี้ได้ จะยิ่งสร้างความมั่นใจทางการเมืองมากขึ้น”

รัฐบาลเสียงน้อยแต่เสียงผ่าน

ส่วนเสียง สส.รัฐบาลปริ่มน้ำจากนี้จะราบรื่นหรือไม่ ประธานวิปรัฐบาลย้ำว่า ที่ผ่านมาหลายคนวิจารณ์ร่าง พ.ร.บ.งบฯ 69 จะไม่ผ่านสภาผู้แทนราษฎร แต่สุดท้ายก็ผ่าน เพราะว่าฝ่ายรัฐบาลทุกคนต้องจับมือร่วมกันทำงานเต็มที่ “มีน้อย ถ้าตั้งใจก็สามารถฟันฝ่าไปได้ทุกอย่าง”

วิสุทธิ์มั่นใจว่า ระยะเวลาที่เหลือของรัฐบาลปีกว่า ๆ ทุกคนจะทุ่มเททำงานเต็มที่ เพราะผู้บริหารรวมถึงรัฐมนตรีทุกคนอยากกลับมาเป็นรัฐบาล ก็ต้องทุ่มเททำงานให้ประชาชนเห็นผลงาน และจากความตั้งใจอย่างแน่วแน่ เชื่อว่าจะสามารถกลับมาได้

วิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) และประธานวิปรัฐบาล