เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทรัมป์สั่งเบรกโจมตีอิหร่าน อ้างชาติอาหรับบรรลุกรอบดีลยุติสงคราม-จ่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
World ทรัมป์สั่งเบรกโจมตีอิหร่าน อ้างชาติอาหรับบรรลุกรอบดีลยุติสงคราม-จ่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
กต. โต้ UN ปมสิทธิมนุษยชน ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้ 6.5 แสน เป็นผู้รุกล้ำ ไม่ใช่ผู้พลัดถิ่น
World กต. โต้ UN ปมสิทธิมนุษยชน ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้ 6.5 แสน เป็นผู้รุกล้ำ ไม่ใช่ผู้พลัดถิ่น
‘ปิยบุตร’ ชี้ไทยผ่านจุดต้องเปลี่ยน จี้พรรค ‘กองหน้า’ ปลุกความเชื่อก่อนสังคมจำนน
Politics ‘ปิยบุตร’ ชี้ไทยผ่านจุดต้องเปลี่ยน จี้พรรค ‘กองหน้า’ ปลุกความเชื่อก่อนสังคมจำนน
สงครามทุบเศรษฐกิจไตรมาส 2 Q3 จับตา ‘ค่าครองชีพ-ต้นทุนธุรกิจ’ พุ่ง
Finance สงครามทุบเศรษฐกิจไตรมาส 2 Q3 จับตา ‘ค่าครองชีพ-ต้นทุนธุรกิจ’ พุ่ง
พิธา ปลุก ปชน. ท้อได้แต่ห้ามถอย ย้ำสามัคคีสร้างทางเลือกไม่ใช่แค่ ‘สีน้ำเงิน’
Politics พิธา ปลุก ปชน. ท้อได้แต่ห้ามถอย ย้ำสามัคคีสร้างทางเลือกไม่ใช่แค่ ‘สีน้ำเงิน’
หมดไฟ หรือหมดใจ ? เมื่อคนเก่งไม่อยากโต
Columns หมดไฟ หรือหมดใจ ? เมื่อคนเก่งไม่อยากโต
เก็งแบงก์จ่ายปันผลไม่กั๊กจับตา SCB-BBL กำไรลดลง
Finance เก็งแบงก์จ่ายปันผลไม่กั๊กจับตา SCB-BBL กำไรลดลง
คมนาคมจ่อชง ครม. สร้างรถไฟทางคู่ “จิระ-อุบลราชธานี” 4.4 หมื่นล้าน หนุนเศรษฐกิจอีสานใต้
Real Estate คมนาคมจ่อชง ครม. สร้างรถไฟทางคู่ “จิระ-อุบลราชธานี” 4.4 หมื่นล้าน หนุนเศรษฐกิจอีสานใต้
โฆษกคลัง เผยผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการฯ กว่า 8 แสนคน ยังยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ ด้านมหาดไทยลงพื้นที่ช่วยเหลือ
Finance โฆษกคลัง เผยผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการฯ กว่า 8 แสนคน ยังยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ ด้านมหาดไทยลงพื้นที่ช่วยเหลือ
‘เลขาธิการ สปสช.’ เผย จัดสรรงบฯ ตามจำนวน ปชช. – เตือน ‘ร่วมจ่าย’ สร้างความไม่แน่นอน
Biz Movement ‘เลขาธิการ สปสช.’ เผย จัดสรรงบฯ ตามจำนวน ปชช. – เตือน ‘ร่วมจ่าย’ สร้างความไม่แน่นอน
ดูทั้งหมด

ถอดบทเรียน “ทีมหมูป่า” ปรากฏการณ์รวมใจเป็นหนึ่งเดียว

10 ก.ค. 2561 | 09:01น.

นับตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2561 ที่น้อง ๆ เยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีจำนวน 13 คน หายเข้าไปในถ้ำที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย จนทำให้เกิดปฏิบัติการค้นหาน้อง ๆ และโค้ชที่ติดอยู่ภายในถ้ำ ซึ่งมีหน่วยงานหลายภาคส่วนมาร่วมกันปฏิบัติงานในครั้งนี้ โดยมี “ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร” ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย(ในขณะนั้น) เป็นผู้บัญชาการทีมกู้ภัยเฉพาะกิจ (ล่าสุดเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา)

จนเมื่อเวลา 21.45 น.ของวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 มีรายงานว่าพบเด็กและโค้ชทั้ง 13 คน กระทั่งในเวลาต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายจึงแถลงข่าวยืนยันว่าพบทุกคนแล้วจริง ๆ และทุกคนยังปลอดภัย โดยพร้อมเร่งวางแผนเพื่อเข้าช่วยเหลือให้พวกเขาออกมาโดยเร็วที่สุด

สำหรับการปฏิบัติการจนสำเร็จผลในครั้งนี้ ถือว่ามาจากการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ ทหาร, ตำรวจ, ทีมกู้ภัย, อาสาสมัครกู้ภัย, อาสาสมัครจิตอาสา รวมทั้งทีมกู้ภัย, ทีมนักดำน้ำ และอาสาสมัครอื่น ๆ ที่มาจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทีมกู้ภัยจากอังกฤษ, สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, จีน, ลาว และเมียนมา เป็นต้น


นอกจากนี้ ยังมีทีมจิตอาสาภาคประชาชน ตลอดจนภาคเอกชนและหน่วยงานต่าง ๆ จากทั่วทุกสารทิศมาเป็นกองหนุนช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานครั้งสำคัญนี้ด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่าง ปตท.สผ. ที่นำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ใต้น้ำอัตโนมัติ (Au-tonomous Underwater Vehicles : AUV) ซึ่งมีโซนาร์สแกนเนอร์สามารถตรวจจับสิ่งของต่าง ๆ ได้ในสภาพน้ำขุ่น และโดรน (drone) ที่ช่วยสนับสนุนการทำแผนที่ 3 มิติ รวมถึงหุ่นยนต์ตรวจสอบภายในท่อ (In-Pipe In-spection Robot : IPIR) และยานยนต์ใต้น้ำเพื่อควบคุมระยะไกลขนาดเล็ก (Mini Remotely Operated Underwater Vehicle : Mini-ROV)

ขณะที่ บมจ.ช.การช่าง นำเจ้าหน้าที่ 19 คน พร้อมกับบรรทุกเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 500 KBA จำนวน 1 เครื่อง และขนาด 30 KBA จำนวน 3 เครื่อง พร้อมเจ้าหน้าที่จิตอาสากู้ภัยน่านเข้าไปสมทบทีมค้นหา นอกจากนี้ บริษัทเชฟรอนประเทศไทย สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ยังจัดส่งวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ไปช่วยสนับสนุนภารกิจของหน่วยซีล และหน่วยกู้ภัย ทั้งท่อน้ำแบบดัดงอได้ 2,000 เมตร, ถังอัดอากาศประมาณ 200 ถัง และสายปรับกำลังดัน (regulator)

ขณะเดียวกัน โอเปอเรเตอร์ทั้งหมด 5 ราย ได้แก่ เอไอเอส, ดีแทค, ทรู,ทีโอที และแคท เทเลคอม ได้เข้าไปในพื้นที่เพื่อหันเสาสัญญาณไปทางปากถ้ำ พร้อมกับขยายช่องสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้สามารถรับโทรศัพท์ได้เร็วและกว้างขึ้น

ไม่เพียงเท่านี้ ในส่วนของงานบริการด้านอาหารก็มี บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ) ที่นำข้าวสาร, ไข่ไก่ และน้ำดื่มมาให้กับเจ้าหน้าที่ ส่วน บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้ส่งนักศึกษาเครือข่ายสิงห์อาสาจาก มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย และตัวแทนจำหน่ายสิงห์พายัพมามอบน้ำดื่ม 5,000 ขวด พร้อมกับทำข้าวกล่องแจกจ่ายให้กับจิตอาสาสาธารณะที่เข้ามาปฏิบัติการด้วย

สำหรับภาคการศึกษามี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมส่งทีมผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสารสนเทศ และวิศวกรรมโยธา โดยมีทั้งการค้นหาพิกัดทางภูมิศาสตร์ของถ้ำหลวงจากดาวเทียม ณ พื้นที่กรุงเทพฯ และมีการเดินเท้าค้นหาตามพิกัดจีพีเอส พร้อมคำนวณกำลังการสูบน้ำเพื่อให้ได้ระดับน้ำที่เหมาะสม

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ส่งไม้ตรวจวัดกระแสไฟฟ้ารั่วจำนวน50 ด้าม สำหรับเป็นเครื่องป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าชอร์ตระหว่างการช่วยเหลือ รวมถึงศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมอวกาศและทะเล สำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ได้ส่งทีมงานและนักศึกษาทีมวิจัยจำนวน 14 คน พร้อมอุปกรณ์ช่วยยานขับเคลื่อนใต้น้ำชนิดใช้สายควบคุม และโดรนสำรวจทางอากาศจำนวน 3 เครื่อง ไปเป็นทีมสนับสนุนช่วยเหลือทีมเจ้าหน้าที่ดำน้ำอีกด้วย

โดยปรากฏการณ์ของการบูรณาการความร่วมมือครั้งนี้เป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึง “น้ำใจ” ของคนไทยและคนทั่วโลกที่ต่างหยิบยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่ง “ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ” ประธานสถาบันไทยพัฒน์ วิเคราะห์ถึงปรากฏการณ์ครั้งนี้ว่า ปรากฏการณ์ความร่วมมือของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมกันทำงานอย่างบูรณาการ จนทำให้สามารถค้นพบน้อง ๆ เยาวชนและโค้ชทั้ง 13 ชีวิตเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างมาก

“เพราะภารกิจการค้นหาน้อง ๆ 13 ชีวิต ทีมหมูป่าอะคาเดมีที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก แต่ที่สุดภารกิจแรกก็ประสบความสำเร็จและปลอดภัยทุกคน ระหว่างนี้คงเหลือภารกิจต่อไปในการนำน้อง ๆ และโค้ชออกมาจากถ้ำ ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากเส้นทางยังเต็มไปด้วยน้ำป่าไหลหลากที่ยังท่วมอยู่ภายในถ้ำ”

จากสถานการณ์นี้ทำให้เห็นความร่วมไม้ร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ส่งความช่วยเหลือ ทั้งบุคลากรและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นหรือเป็นที่ต้องการในการดำเนินภารกิจความช่วยเหลือครั้งนี้ สำหรับคนไทยปรากฏการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมแรงร่วมใจขนานใหญ่ที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์หนึ่ง คือ ความมีน้ำใจให้การช่วยเหลือโดยไม่คิดถึงค่าตอบแทนใด ๆ รวมทั้งความเสียสละ โดยคิดถึงชีวิตของน้อง ๆ ที่ประสบเหตุเป็นอันดับแรก ซึ่งจะเห็นได้จากกรณีน้ำฝนสะสมและการสูบน้ำออกจากถ้ำลงลำรางสาธารณะ ทำให้น้ำท่วมนาข้าวกว่า 1,300 ไร่ ใน 3 ตำบล ทั้งยังมีเกษตรกรได้รับผลกระทบกว่า 100 ราย

“อีกกรณีหนึ่งคือ คุณรวินท์มาศ ลือเลิศ เจ้าของโรงซักผ้าที่รับซักรีดเสื้อผ้าให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในภารกิจค้นหาโดยไม่คิดเงิน จากแนวคิดที่ต้องการช่วยในสิ่งที่ตัวเองถนัด ซึ่งในแง่ของความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) เรียกว่าเป็นการอาสาที่ใช้ทักษะในวิชาชีพ (professional skills volunteering) เป็นรูปแบบของการทำงานบริการสังคม (pro bono engagement) ที่ไม่คิดค่าวิชาชีพเหมือนที่ทำปกติในธุรกิจ”

กรณีนี้ถือเป็นการช่วยเหลือที่อยากเรียกว่าเป็นการช่วยเหลือจากมืออาชีพในสาขาวิชาชีพที่ตนเองดำเนินอยู่ โดยมีค่าตัวค่าแรงมาสู่มืออาสาที่ใช้ทักษะในวิชาชีพนั้นโดยไม่คิดค่าตอบแทน อย่างไรก็ตาม อาสาสมัครเหล่านี้ควรมีการประเมินตนเองในเบื้องต้นว่าทักษะวิชาชีพที่มีนั้นเป็นที่ต้องการในสถานการณ์หรือไม่ อย่างไร และสามารถเติมเต็มในส่วนงานที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเพียงพอในสถาานการณ์นั้น ๆ หรือไม่

“ดร.พิพัฒน์” กล่าวอีกว่า ที่ใช้คำว่า มืออาสาเนื่องจากต้องการชี้ให้เห็นว่ามีกลุ่มอาสาสมัครที่พร้อมยื่นมือมาช่วยทันที โดยใช้ทักษะวิชาชีพเป็นทุนเดิม ซึ่งจะต่างกับคำว่า จิตอาสาที่เป็นการอาสาแบบทั่วไป (volunteering) หรือเป็นกลุ่มผู้ที่มีจิตคิดจะช่วย แต่จะต้องได้รับการฝึกฝนอย่างดีเสียก่อน ก่อนจะเข้าช่วยเหลือ โดยมิได้ใช้ศักยภาพหรือความถนัดที่ตนมีอยู่เป็นทุนเดิม

“คล้ายกับการทำงานเพื่อส่วนรวมในยุคปัจจุบัน ที่ความต้องการของสังคมต่อกลุ่มอาสาสมัครที่มาร่วมกันคิดโดยให้คนอื่นทำ (think tank) ซึ่งให้ค่ากับความคิดอ่านของผู้มีประสบการณ์เหล่านั้น จะมีน้ำหนักความสำคัญลดลงไป ขณะที่ความต้องการของสังคม ต่ออาสาสมัครที่มารวมตัวกันลงมือทำ (action tank) จะมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น โดยเน้นที่คุณค่าของผลลัพธ์จากการกระทำในแบบ collective action ซึ่งสามารถส่งผลดีต่อสังคมในวงกว้างมากกว่าการทำงานโดยลำพัง หรือหน่วยงานเดียว”

อีกเรื่องหนึ่งที่สามารถถอดบทเรียนจากสถานการณ์ถ้ำหลวงนี้ คือ การจัดการความช่วยเหลือที่เป็นเอกภาพ แม้จะมีองค์กร หน่วยงาน หรือกลุ่มบุคคลที่เข้าร่วมทำงานเป็นจำนวนมาก แต่กลับมีการวางแผนการช่วยเหลือเป็นแผนกลางฉบับเดียว จนทำให้เกิดผู้นำในสถานการณ์ คือ คุณณรงค์ศักดิ์โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลภาพรวมเองทั้งหมด

“โดยวิธีการที่ใช้ในการจัดการความช่วยเหลือในสถานการณ์ครั้งนี้ คือ การนำ-การประสานงาน-การติดตาม ได้แก่ การนำแผนกลางที่มีการวางงานต่าง ๆ มาปฏิบัติด้วยการประสานงานชุดปฏิบัติการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และผ่านการคัดกรองแล้วมาดำเนินการตามแผน ทั้งยังใช้การติดตามเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อทบทวนความเป็นไปได้ในการบรรลุเป้าหมายให้ได้ตามแผน รวมถึงการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานกรณีที่มีปัจจัยหรือเงื่อนไขของสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป

“เรื่องสุดท้ายที่เกี่ยวกับบุคคลวงนอกที่ติดตามสถานการณ์นี้ น่าจะเรียกได้ว่าคนไทยทุกคนที่ส่งใจให้ภารกิจช่วยเหลือนี้สำเร็จลุล่วง เป็นคนที่อยู่ในกลุ่มที่ให้ความชื่นชม ยินดีกับทั้งผู้รับความช่วยเหลือและผู้ให้ความช่วยเหลือ เมื่อทราบว่าน้อง ๆ ทุกคนปลอดภัย และกำลังใจที่ได้รับจากการพาน้อง ๆ ทั้ง 13 ชีวิตออกจากถ้ำ”

จึงนับเป็นปรากฏการณ์ความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ ที่มีความท้าทายเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาก่อน