เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 ส.ค. 2569
ไฮไลท์ประชาชาติ ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 ส.ค. 2569
สมอ. ลงสำเพ็งยึด “สกุชชี่” ไร้ มอก. เกือบ 2 หมื่นชิ้น เตือนภัยแฝงสารก่อมะเร็ง-โลหะหนัก
Economic สมอ. ลงสำเพ็งยึด “สกุชชี่” ไร้ มอก. เกือบ 2 หมื่นชิ้น เตือนภัยแฝงสารก่อมะเร็ง-โลหะหนัก
รถไฟฟ้าจุดเปลี่ยน ‘ย่านสะพานควาย’ บิ๊กอสังหาฯ ทุบ 4 โรงหนังแห่ผุดคอนโดฯ
Real Estate รถไฟฟ้าจุดเปลี่ยน ‘ย่านสะพานควาย’ บิ๊กอสังหาฯ ทุบ 4 โรงหนังแห่ผุดคอนโดฯ
ดูทั้งหมด

ดร.สันติธาร ชี้ เวียดนามกำลังจะเปลี่ยนเกมครั้งใหญ่ แล้วไทยพร้อมหรือยัง

02 ก.ย. 2568 | 10:14น.

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ชวนคนไทยหันมองเวียดนามปฏิรูปโครงสร้างผ่านแผน 4 เสาหลัก ราชการ วิทยาศาสตร์ เอกชน และทุนมนุษย์ ไทยเรียนรู้อะไรได้บ้าง จาก Mindset นี้และแผนก้าวสู่อนาคตที่เราเองก็อาจควรต้องมี

ดร.สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงประเด็นประเทศเวียดนามเดินหน้า “Doi Moi 2.0” ปฏิรูปครั้งใหญ่สุดในรอบ 40 ปี เร่งปรับโครงสร้างรัฐ-เอกชน-การศึกษา-เทคโนโลยี

เวียดนามประกาศเดินหน้า “Doi Moi 2.0” เป็นการปฏิรูปครั้งใหญ่ที่สุดนับจากปี 1986 ที่เปิดประเทศจากสังคมนิยมสู่ระบบตลาด มุ่ง “ทรานส์ฟอร์มประเทศ” ด้วยแนวคิด Transform to Reform, Optimise to Mobilise ตั้งเป้าสร้างรัฐที่ทันสมัย เอกชนท้องถิ่นแข็งแรง คนมีทักษะสูง และก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล-นวัตกรรม

แผนดังกล่าวมี 4 เสาหลัก ได้แก่ 1.รัฐและระบบราชการทำให้ “Lean-Digital-Fast” ลดกฎระเบียบ 30% ควบรวมกระทรวง เหลือ 34 จังหวัด ใช้ e-Government และ Digital ID

2.หนุนเอกชนในประเทศไม่พึ่ง FDI อย่างเดียว ตั้งเป้ามี 20 “แชมป์ชาติ” เข้าห่วงโซ่มูลค่าโลก ยกเลิกภาษีธุรกิจเล็ก ลดค่าเช่าที่ดิน 30% 3.ทุนมนุษย์และการศึกษา : ยกระดับครูให้มีค่าตอบแทนสูงสุดในระบบราชการ ประกาศเรียนฟรีถึงมัธยม เร่งพัฒนาทักษะแรงงาน

4.วิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี-ดิจิทัล ตั้งศูนย์ข้อมูลแห่งชาติ ผลักดัน Digital ID ครอบคลุมทุกบริการ ตั้งกองทุนสนับสนุน Deep Tech และผ่อนคลายกฎแรงงานต่างชาติ

ข้อความฉบับเต็ม

เวียดนามกำลังทรานส์ฟอร์มตัวเองครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 40 ปี เพื่อก้าวกระโดดไปอีก เรามักพูดถึงเวียดนามในฐานะ “คู่แข่งที่เก่งและวิ่งเร็ว” แต่เวียดนามไม่ได้มองตัวเองว่า “เก่งแล้ว” ตรงกันข้ามเขากำลังมองตัวเองเป็น “ผู้ท้าชิง” (Challenger Mindset) ที่ยอมเสี่ยงเพื่อก้าวกระโดดและกำลังใช้ “วิกฤต” เป็น “โอกาส”

เมื่อเร็ว ๆ นี้ MUFG ได้ออกบทวิเคราะห์เรื่อง Doi Moi 2.0-The most ambitious structural reforms since 1986 ซึ่งถือว่าน่าสนใจและเกี่ยวข้องกับไทยอย่างมาก จึงขอเอามาเล่าครับ

Doi Moi 2.0 : การปฏิรูปครั้งใหญ่ที่สุดในรอบสี่ทศวรรษ นับจาก “โด่ยเหม๊ย” ปี 1986 ที่เปิดประเทศจากสังคมนิยมปิดสู่เศรษฐกิจตลาด เวียดนามเพิ่งประกาศ “Doi Moi 2.0” หรือการปฏิรูปโครงสร้างครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเกือบสี่สิบปี

รายงานสรุปการปฏิรูปของเวียดนามไว้ในคำที่คมและชัดเจนว่า Transform to Reform, Optimise to Mobilise ซึ่งหมายความว่า เริ่มจากกระดุมเม็ดแรกคือ การปรับไมนด์เซตของผู้นำสร้าง ฉันทามติใหม่เรื่องการเพิ่มบทบาทเอกชนในประเทศในเศรษฐกิจ และการ “ลดไขมัน” ที่ถ่วงความเร็ว เพื่อจัดระบบให้ขับเคลื่อนได้จริง ด้วยการสร้าง 4 เสาแห่งการปฏิรูป

1. เสารัฐและระบบราชการ (State & Governance)

– เป้าหมาย : ทำให้รัฐ “Lean-Digital-Fast” ลดขนาดและความซับซ้อน เพื่อเป็นรัฐที่เอื้อต่อการแข่งขันระดับโลก

– สิ่งที่จะทำ : ลดกฎระเบียบ 30%, เปลี่ยนจาก “อนุญาตก่อนทำ” → “กำกับหลังทำ”, ควบรวมกระทรวง, ลดชั้นการปกครองเหลือ 2

– สิ่งที่ทำแล้ว : เริ่มควบรวมกระทรวงหลัก ลดคน, รวมจังหวัดจาก 63 เหลือ 34, เริ่มต้นใช้ One Stop e-Government และ Digital ID

2. เสาเศรษฐกิจและเอกชน (Economy & Private Sector)

– เป้าหมาย : สร้างเศรษฐกิจที่เอกชนท้องถิ่นแข็งแรง ไม่พึ่ง FDI อย่างเดียว และมี “20 แชมป์ชาติ” เชื่อมกับห่วงโซ่โลก

– สิ่งที่จะทำ : สร้างสิทธิประโยชน์ดึง SMEs เข้าสู่ระบบ, ออกมาตรการลดภาษี/ค่าเช่าที่ดิน, สนับสนุนสตาร์ตอัพและโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

– สิ่งที่ทำแล้ว : ยกเลิกภาษีธุรกิจขนาดเล็ก, ให้ SMEs ได้ Tax Holiday 3 ปี, ลดค่าเช่าที่ดิน 30%, เร่งเบิกจ่ายเมกะโปรเจ็กต์โครงสร้างพื้นฐาน (>10% GDP) โดยให้บริษัทเวียดนามเข้าประมูลนำ

3. เสาทุนมนุษย์และการศึกษา (Human Capital & Education)

– เป้าหมาย : พัฒนาคนเป็น “ทุนแข่งใหม่” ทั้งครูที่มีศักดิ์ศรีสูงสุดและแรงงานที่มีทักษะสูงเพื่อตอบโจทย์เศรษฐกิจโลก

– สิ่งที่จะทำ : เพิ่มค่าตอบแทนครู, ประกาศเรียนฟรีในระบบรัฐ, เปิดทางให้ผู้เชี่ยวชาญนอกภาครัฐเข้ามาทำงาน, ยกระดับระบบมหาวิทยาลัย-วิจัย

– สิ่งที่ทำแล้ว : ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 30%, ผ่านกฎหมายครูให้เป็นสายอาชีพที่ค่าตอบแทนสูงสุด, ประกาศเรียนฟรีตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยม, เริ่มปรับเกณฑ์การรับแรงงานทักษะสูง

4. เสาวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี-การเปิดประเทศ (Science, Technology & Digital)

– เป้าหมาย : ยกระดับเวียดนามให้เป็นเศรษฐกิจดิจิทัล-นวัตกรรม และเปิดกว้างต่อโลกเพื่อดึงทักษะและทุนคุณภาพ

– สิ่งที่จะทำ : ตั้ง National Data Center, ขยายระบบ Digital ID ครอบคลุมทุกบริการ, สร้างกองทุนสนับสนุน Deep Tech, ผ่อนคลายกฎแรงงานต่างชาติ

– สิ่งที่ทำแล้ว : เริ่มใช้ Digital ID กับบริการรัฐ-ธุรกิจ, ตั้งพอร์ทัลบริการ One Stop, ประกาศ Timeline ออก Work Permit สำหรับแรงงานต่างชาติภายใน 10 วัน, เปิดกองทุนสนับสนุนโครงการเทคโนโลยี

จุดเด่นของแผนนี้มีอย่างน้อย 4 ข้อ

1.ปัญหาที่ชัดเจน เป้าหมายที่ชัดเจน เวียดนามชี้ชัด “ปัญหาปัจจุบันและโจทย์แห่งอนาคต”

– เอกชนท้องถิ่นยังอ่อนแรงเมื่อเทียบกับบริษัทต่างชาติ
– ระบบราชการซับซ้อน ต้นทุนธุรกิจสูง
– ธุรกิจนอกระบบมีสัดส่วนใหญ่และผลิตภาพต่ำและในอนาคต

โลกาภิวัตน์จะยากขึ้น การแข่งขันโลกจะเข้มขึ้นการใช้การดึง FDI เป็นฐานผลิตให้ต่างชาติอย่างเดิมจะไปต่อยาก เอกชนจึงต้องแกร่งขึ้น คนต้องเก่งขึ้น Science-Tech-Digital ต้องไประดับโลก รัฐต้องไม่ถ่วงและเล่นบทซัพพอร์ตได้ดีขึ้น นำไปสู่เป้าหมายใน 4 เสาที่ชัดเจน

2.ตัววัดชัดเจน จับต้องได้ ประเมินได้ เช่น ภายใน 2030 :

– มี 2 ล้านกิจการเอกชน คิดเป็น 55-58% ของ GDP (จาก 50% วันนี้)
– มี 20 บริษัทใหญ่เข้าร่วมในห่วงโซ่มูลค่าระดับโลก (GVCs)
– ผลิตภาพแรงงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 8.5-9.5% ต่อปี
– ติด Top 3 ASEAN/Top 5 Asia ในด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และความสามารถในการปรับตัว
– ลดเวลา ต้นทุน และความยุ่งยากทางราชการลง 30%
– ภายใน 2045 ต้องติด Top 30 ของโลกด้านนวัตกรรม และมี Digital Economy >50% ของ GDP
ฯลฯ

เมื่อมีตัววัดที่ดี ถ้าเริ่มไปผิดทางหรือไม่ไปไหนจะรู้ตัวได้ทันเวลา

3.ไม่เป็นทุกอย่างเพื่อเธอ แต่ทำสิ่งที่สำคัญที่สุดเพื่ออนาคต แผนนี้ไม่ได้พยายามเป็น “ทุกอย่างสำหรับทุกคน” เพราะแผนแบบนั้นมักจะไม่เป็นอะไรเลยให้ใครสักคน เวียดนามเลือกโฟกัสไม่กี่เรื่องที่เป็นจุดตัดสำคัญของอนาคต-กฎระเบียบ การศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมต่อกับโลก-แล้วทำให้เกิดผลลัพธ์จริง

4.เชื่อม Vision ใหญ่กับทำจริง, ระยะยาวกับ Quick Win แผนนี้ไม่ได้เป็นเพียงวิสัยทัศน์ระยะยาวที่จับต้องไม่ได้ และก็ไม่ใช่ Quick Win ฉาบฉวย แต่เป็นการผูกสองสิ่งเข้าด้วยกัน

โดยจะเห็นว่าในแต่ละเสาของการปฏิรูปมีทั้ง Think Big x Quick Win ที่ทำไปแล้วสร้าง Momentum และความเชื่อมั่นทั้งในและนอกประเทศว่าเวียดนาม “เอาจริง” จึงช่วยสร้างความมั่นใจให้เอกชนและนักลงทุน เช่น MUFG ได้ปรับประมาณการศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ระยะยาวของเวียดนามขึ้น ขึ้นไปเป็นกว่า 7% สูงกว่า 6+% ในช่วงที่ผ่านมา

สุดท้ายนี้ คงไม่มีใครตอบได้แน่ว่าเวียดนามจะทำได้สำเร็จทั้งหมดหรือไม่ แต่สิ่งที่แน่นอนคือ เวียดนามกำลังสร้าง “ความเชื่อมั่น” ว่าประเทศนี้มีทิศทางชัด และพร้อมเดินหน้า เลยอยากชวน “มองเขา” ในมุม “คู่แข่ง” ในหลาย ๆ ด้านที่เราต้องรู้เท่าทัน

ในมุมพาร์ตเนอร์ เพื่อนบ้าน และตลาดแห่งโอกาสที่สำคัญ ที่สามารถร่วมมือกัน และที่สำคัญกลับมา “มองเรา” ไม่ใช่ในมุมว่าเราสู้เขาได้ หรือไม่ได้ หรือใครดีกว่าใคร แต่เราสามารถเรียนรู้อะไรได้บ้าง จาก Mindset ของผู้ท้าชิงและแผนก้าวสู่อนาคตที่เราเองก็อาจควรต้องมีเช่นกัน