เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เปิดไทม์ไลน์ “คนละครึ่ง” จากวิกฤตโควิดสู่เครื่องมือเศรษฐกิจยุค ‘อนุทิน’

08 ก.ย. 2568 | 19:19น.
คนละครึ่ง

คนละครึ่ง

รัฐบาลอนุทินลุยฟื้นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจยอดฮิต “คนละครึ่ง” เตรียมเปิดลงทะเบียนผ่าน “เป๋าตัง” ต.ค. นี้ ชูระบบพร้อม-งบฯถึงมือ-สิทธิเข้าถึงง่าย มั่นใจดีกว่าเดิม

โครงการ “คนละครึ่ง” กำลังจะหวนคืนอีกครั้ง หลังรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เตรียมฟื้นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยอดนิยมที่เคยช่วยประชาชนช่วงโควิด-19 โดย นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันว่ากระทรวงพร้อมเดินหน้าได้ทันที ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

ระบบเดิมพร้อม งบฯรองรับ 25,000 ล้าน

ปลัดคลังระบุว่า ระบบและแพลตฟอร์ม แอป “เป๋าตัง” ที่ใช้ในคนละครึ่งเฟสก่อน ๆ ยังพร้อมใช้งาน ไม่จำเป็นต้องสร้างใหม่ สามารถเปิดให้ลงทะเบียนร้านค้าและผู้ใช้สิทธิได้ทันที หากได้รับนโยบายชัดเจนจากรัฐบาล โดยใช้งบฯกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2569 จำนวน 25,000 ล้านบาท และหากไม่พอสามารถโยกจากงบฯกลางมาเสริมได้

“วันนี้ก็เอาระบบและแพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้วมาใช้ใหม่ได้ โดยไม่ต้องสร้างใหม่ พร้อมดำเนินการทันที เริ่ม ต.ค.นี้” นายลวรณกล่าว

ภูมิใจไทยชี้ ปรับสิทธิใหม่-ตอบโจทย์ประชาชน

ด้าน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ย้ำว่า พรรคเห็นด้วยกับการฟื้นคนละครึ่ง เพราะเป็นมาตรการที่สังคมตอบรับดี และมีประสิทธิภาพมากกว่าโครงการดิจิทัลวอลเลต โดยครั้งนี้มีแนวคิดจะ “ต่อยอด” ให้ดีกว่าเดิม เช่น เพิ่มสิทธิประโยชน์ และปรับข้อบกพร่องจากรอบที่ผ่านมา

เขายังยืนยันว่า รัฐบาลจะไม่ลงทุนสร้างแอปใหม่ แต่จะใช้ระบบเดิมของรัฐเพื่อลดต้นทุน พร้อมเดินหน้าให้เร็วที่สุดภายในเวลาทำงานเพียง 4 เดือนของรัฐบาลอนุทิน

คนละครึ่งในอดีต : จากโควิดถึงตัวเลขจริง

โครงการคนละครึ่งเริ่มครั้งแรกในปี 2563 ภายใต้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ช่วงวิกฤตโควิด-19  ใช้งบฯรวมกว่า 213,300 ล้านบาท ผ่าน 5 เฟส มีผู้เข้าร่วมกว่า 30 ล้านคนทั่วประเทศ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและสร้างรายได้ให้ร้านค้ารายย่อย  รวมถึงมาตรการเสริม ครอบคลุมผู้ใช้สิทธิกว่า 30-35 ล้านคน และร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศกว่า 1.5 ล้านราย โดยใช้งบประมาณรวมกว่า 340,000 ล้านบาท

รายละเอียดแต่ละเฟส

-เฟส 1 (ต.ค. 2563) : เริ่มต้นโครงการด้วยจำนวนผู้ได้รับสิทธิ 10 ล้านคน รัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายไม่เกิน 3,000 บาท/คน ใช้งบประมาณประมาณ 30,000 ล้านบาท

-เฟส 2 (ธ.ค. 2563-มี.ค. 2564) : ขยายสิทธิผู้ใช้เพิ่มอีก 5 ล้านคน พร้อมเพิ่มวงเงินสมทบเป็น 3,500 บาทต่อคน เพื่อรองรับความต้องการที่สูงขึ้น

-เฟส 3 (ก.ค.-ธ.ค. 2564) : ขยายสิทธิครอบคลุมถึง 31 ล้านคน รัฐสนับสนุนอีก 3,000 บาทต่อคน ใช้งบฯประมาณรวมมากกว่า 90,000 ล้านบาท

-เฟส 4 (ก.พ.-เม.ย. 2565) : ต่อเนื่องจากเฟส 3 โดยรัฐสมทบ 1,200 บาท/คน ครอบคลุมผู้ใช้สิทธิ 26.3 ล้านคน

-เฟส 5 (ก.ย.-ต.ค. 2565) : เป็นมาตรการขยายระยะสั้นช่วงปลายปี รัฐสนับสนุน 800 บาท/คน ใช้งบประมาณประมาณ 20,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจพบปัญหาเมื่อเดือน ส.ค. 2565 เช่น ผู้ใช้สิทธิน้อยกว่าเป้า ทำให้งบฯเหลือกว่า 23,000 ล้านบาท พบการใช้สิทธิไม่ถูกต้อง ต้องระงับสิทธิและเรียกเงินคืนเกือบ 300 ราย ภารกิจติดตามตรวจสอบไม่สอดคล้องกับหน่วยงานเจ้าภาพ

สตง.เสนอว่า หากทำโครงการอีก ควรกำหนดเป้าหมายชัดเจน สอดคล้องความจริง และเสริมระบบป้องกันการทุจริตตั้งแต่ต้น