ทักษิณ นอนคุกคืนแรกไม่เครียด ราชทัณฑ์เผยมีสิทธิลุ้นพักโทษเหตุพิเศษ
ทักษิณ นอนคุกคืนแรกไม่เครียด ราชทัณฑ์เผยมีสิทธิลุ้นพักโทษเหตุพิเศษ
ทักษิณนอนคุกคลองเปรมคืนแรก กินได้-นอนหลับ-ไม่เครียด ราชทัณฑ์เผยมีสิทธิลุ้นพักโทษเหตุพิเศษ
มติชน รายงานว่า เมื่อวันที่ 9 กันยายน เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้รับตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไว้คุมขังตามคำพิพากษาของศาลให้บังคับโทษจำคุกแก่จำเลย โดยให้จำคุก 1 ปี ต่อมาเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการย้ายนายทักษิณไปควบคุมยังเรือนจำกลางคลองเปรม เนื่องจากเป็นนักโทษเด็ดขาด เพื่อแยกการปฏิบัติตามประเภทของผู้ต้องขังอย่างเหมาะสมนั้น
ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานภายในกรมราชทัณฑ์ ว่านายทักษิณที่อยู่ระหว่างการกักโรคโควิด-19 ระยะเวลา 5 วัน ภายในเรือนจำกลางคลองเปรม อาการนอนห้องกักโรคคืนแรก พบว่านายทักษิณสามารถนอนหลับได้ ปรับตัวได้เป็นอย่างดี ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เรือนจำ ส่วนการรับประทานอาหาร รับประทานอาหารได้ครบ ยังไม่ได้ร้องขอสิ่งใดเป็นพิเศษ
ส่วนเรื่องกระบวนการแรกรับผู้ต้องขังเข้าใหม่ แม้ว่าจะเป็นการย้ายการคุมขังออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มายังเรือนจำกลางคลองเปรม แต่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามกระบวนการครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสุขภาพร่างกายโรคประจำตัว การใช้ยารักษาโรค ดูเรื่องสุขภาพจิตใจ โดยรวมเป็นไปในทิศทางที่ดี
รายงานข่าวจากกรมราชทัณฑ์แจ้งว่า ส่วนโครงการพักการลงโทษนั้น ด้วยความที่นายทักษิณได้รับพระราชทานอภัยลดโทษเหลือ 1 ปี ซึ่งตามหลักการจะต้องจำคุกมาแล้ว 1 ใน 2 จึงจะเข้าโครงการพักโทษได้ ดังนั้น ในกรณีของนายทักษิณคือ 6 เดือน เมื่อรับโทษมาแล้ว 6 เดือนจะได้พักโทษกลับไปคุมประพฤติที่บ้านตามขั้นตอน
อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่นายทักษิณอายุ 76 ปี มีสิทธิที่จะเข้าโครงการพักการลงโทษกรณีเหตุพิเศษได้ แต่ต้องรับโทษมาให้ได้ห้วงเวลาตามที่เงื่อนไขกำหนดก่อน
ส่วนที่น่าสนใจคือระเบียบคุมขังนอกเรือนจำ หรือระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566 ซึ่งกำหนดคุณสมบัติของผู้ต้องขังที่จะเข้าเกณฑ์ได้รับการพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นเหลือโทษต่ำกว่า 4 ปี, มีอัตราโทษต่ำกว่า 4 ปี, เป็นการรับโทษจำคุกครั้งแรก เป็นต้น มีสิทธิได้รับการพิจารณาไปคุมขังนอกเรือนจำ
โดยกรณีของนายทักษิณ หากดูคุณสมบัติที่มีโทษจำคุกตามคำสั่งศาลศาลฎีกาฯ บังคับโทษ 1 ปี ถือว่าเข้าเกณฑ์ แต่ด้วยระเบียบดังกล่าวยังติดขัดปัญหาเรื่องการจัดหากำไล EM และยังไม่ได้นำร่องใช้กับเรือนจำใด ผู้ต้องขังใด เพราะมีจำนวนผู้ต้องขังทั่วประเทศที่เข้าข่ายได้รับการพิจารณาให้ไปคุมขังนอกเรือนจำหลักหมื่นราย และผู้ต้องขังที่มีโทษต่ำกว่า 5 ปี มีประมาณ 2-3 หมื่นรายแล้ว
หากเรือนจำใดพิจารณาคัดกรองรายชื่อเรียบร้อยแล้ว ว่าเป็นผู้มีสิทธิในรายชื่อเหล่านั้น จะต้องถูกนำเสนอไปยังกรมราชทัณฑ์ มีรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์เป็นประธานพิจารณา ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์จะได้รับงบประมาณเกี่ยวกับกำไล EM ในปี 2568 แต่แม้ว่ากรมราชทัณฑ์จะมีกำไล EM บางส่วนเพื่อใช้กับผู้ต้องขังเวลาเดินทางไปศาลนั้น แต่ยังไม่พอกับจำนวนคนที่จะต้องออกไปคุมขังนอกเรือนจำ
รายงานข่าวจากกรมราชทัณฑ์แจ้งอีกว่า แม้นายทักษิณ จะเหลือโทษจำคุก 1 ปี แต่ระหว่างที่คุมขังอยู่นั้น หากมีพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไป ถือว่ามีสิทธิได้รับเกณฑ์พิจารณาเช่นเดียวกัน แต่ต้องรอดูรายละเอียดภายในกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษนั้นด้วย
โดยการเข้าเรือนจำครั้งแรก นายทักษิณจะได้รับการจัดลำดับชั้นเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นกลางก่อน และในทุก ๆ 6 เดือน เรือนจำจะปรับเลื่อนชั้นผู้ต้องขัง นอกจากนี้ นายทักษิณถือเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ ทางเรือนจำอาจแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยในงานด้านต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลืองานในเรือนจำได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ช่วยฝ่ายบรรณารักษ์ ห้องสมุด ผู้ช่วยงานสถานพยาบาล เพราะได้ภาษาอังกฤษ เป็นต้น
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างกระบวนการกักโรคโควิด-19 ระยะเวลา 5 วัน ระหว่างวันที่ 9-13 กันยายน ผู้ต้องขังสามารถเยี่ยมได้เพียงทนายความ แต่เมื่อครบระยะเวลากักโรคเรียบร้อยแล้ว จึงจะให้ญาติเยี่ยมได้ โดยจะต้องเป็นญาติที่ถูกระบุอยู่ในบัญชีรายชื่อการเยี่ยมญาติ 10 รายชื่อ ซึ่งรายชื่อนี้เปลี่ยนแปลงได้ภายหลังครบ 30 วัน
ส่วนการฝากเงินเข้าบัญชีเงินฝากผู้ต้องขัง เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายซื้อของอุปโภคบริโภคระหว่างอยู่ในเรือนจำนั้น มีจำนวนเงินสูงสุดที่ฝากเงินได้ไม่เกิน 15,000 บาท และผู้ต้องขังใช้เงินได้วันละ 500 บาท
ภาพปก (แฟ้มภาพ)