เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มอร์แกน สแตนลีย์ เตือน ตลาดดีเซลยุโรปส่อตึงตัวหนัก คลังสำรองอาจต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี
World มอร์แกน สแตนลีย์ เตือน ตลาดดีเซลยุโรปส่อตึงตัวหนัก คลังสำรองอาจต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี
จ่อชง ครม.ทบทวนคลายเกณฑ์ ถือครองรถ-นักศึกษานอกระบบ ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
Politics จ่อชง ครม.ทบทวนคลายเกณฑ์ ถือครองรถ-นักศึกษานอกระบบ ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
บขส. ประมูลรถโดยสารมือสอง 122 คัน เริ่มต้น 2 แสนบาท พร้อมขายทอดตลาด 4 ส.ค.นี้
Biz Movement บขส. ประมูลรถโดยสารมือสอง 122 คัน เริ่มต้น 2 แสนบาท พร้อมขายทอดตลาด 4 ส.ค.นี้
นายกฯ หารือประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน สานต่อมิตรภาพ
Politics นายกฯ หารือประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน สานต่อมิตรภาพ
‘อนุทิน’ เยือนจีนวันสุดท้าย หารือ ‘ปธ.สภาฯ-นายกฯ จีน’ สักขีพยานลงนาม MOU 15 ฉบับ
Politics ‘อนุทิน’ เยือนจีนวันสุดท้าย หารือ ‘ปธ.สภาฯ-นายกฯ จีน’ สักขีพยานลงนาม MOU 15 ฉบับ
ไทยประกันชีวิต Read For Life ปีที่ 5 ปลุกวัฒนธรรมการอ่าน-สร้างโอกาสทางความรู้
SD ไทยประกันชีวิต Read For Life ปีที่ 5 ปลุกวัฒนธรรมการอ่าน-สร้างโอกาสทางความรู้
เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 14 เดือนครั้งใหม่ที่ 33.69 บาท/ดอลลาร์ กังวลสงคราม
Finance เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 14 เดือนครั้งใหม่ที่ 33.69 บาท/ดอลลาร์ กังวลสงคราม
‘สีหศักดิ์’ ชี้ผล นายกฯ บินจีนยกระดับความร่วมมือทุกมิติ หวัง ‘สี จิ้นผิง’ เยือนไทยปีหน้า
Politics ‘สีหศักดิ์’ ชี้ผล นายกฯ บินจีนยกระดับความร่วมมือทุกมิติ หวัง ‘สี จิ้นผิง’ เยือนไทยปีหน้า
ราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 64,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 64,850 บาท
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

โรคหลอดเลือดหัวใจ ภัยเงียบไม่แสดงอาการ กลุ่มเสี่ยงควรคัดกรองด่วน

12 ก.ย. 2568 | 13:08น.
โรคหลอดเลือดหัวใจ

“โรคหลอดเลือดหัวใจ” ภัยเงียบที่อาจไม่แสดงอาการ แพทย์เตือนกลุ่มเสี่ยง เบาหวาน-ไขมัน-ความดันสูง-สูบบุหรี่ ควรคัดกรองด่วนก่อนหัวใจล้มเหลว

ปัจจุบันคนไทยมีการเสียชีวิตหลายหมื่นรายต่อปีจากโรคหัวใจ เพราะเป็นกลุ่มโรคที่ไม่ค่อยมีอาการเตือนตั้งแต่ระยะแรก ทำให้หลายคนกว่าจะรู้ตัวว่าเป็นโรคก็ตอนที่โรคเข้าสู่ระยะรุนแรงจนรักษาได้ยาก โดยเฉพาะ “โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ” ที่หากปล่อยไว้ไม่รักษาอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวที่อันตรายถึงชีวิตได้

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยจากสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ระบุว่า อัตรารอดชีวิตจากการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจนั้นสูงถึง 86.8% สะท้อนถึงความสำคัญตรวจคัดกรองโรคอย่างทันท่วงที เพราะถ้าตรวจเจอเร็ว ก็รักษาได้ไว และมีโอกาสรอดชีวิตสูง

นพ.ศรัณย์พงศ์ ภิบาลญาติ อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคหัวใจ ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด รพ.วิมุต ให้ข้อมูลว่า โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease) เกิดจากการสะสมของคราบพลัค หรือคราบไขมัน ที่เกาะตามผนังหลอดเลือดหัวใจจนกระทั่งหลอดเลือดตีบมากขึ้นเรื่อย ๆ

ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอาการแน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย ในบางรายอาจไม่มีอาการใด ๆ เลย จนกระทั่งเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต โรคหลอดเลือดหัวใจจึงเป็นหนึ่งในภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงที่ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันอันตรายก่อนที่จะสายเกินไป

กลุ่มเสี่ยง ที่ควรตรวจโรคหลอดเลือดหัวใจ

ผู้ที่มีความเสี่ยงและควรเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคหลอดเลือดหัวใจตีบอย่างจริงจัง ได้แก่ กลุ่มอายุ 3-40 ปีขึ้นไป ผู้ที่เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โดยเฉพาะค่า LDL สูง รวมถึงผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุง สูบบุหรี่จัด ใช้สารเสพติด มีโรคไตวายเรื้อรัง หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจขาดเลือดตั้งแต่อายุน้อย

หลายคนอาจยังไม่มีอาการของโรคหลอดเลือดหัวใจ แต่ทุกภาวะเสี่ยงล้วนเป็นตัวเร่งให้โรคพัฒนาได้รวดเร็วขึ้น สำหรับคนทั่วไปที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงเลยก็ยังสามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองได้เช่นกัน แม้โอกาสพบความผิดปกติจะน้อยกว่า แต่ก็ช่วยในการวางแผนดูแลสุขภาพหัวใจได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ นพ.ศรัณย์พงศ์ อธิบาย

โรคหลอดเลือดหัวใจ
นพ.ศรัณย์พงศ์ ภิบาลญาติ

ไม่เจ็บ ไม่ซับซ้อน รู้จักวิธีตรวจคัดกรอง

นพ.ศรัณย์พงศ์ระบุว่า การตรวจคัดกรองโรคหลอดเลือดหัวใจสามารถทำได้หลายวิธี แต่ที่นิยมและใช้บ่อยที่สุดมีอยู่ 3 ประเภท วิธีแรกคือ CT Calcium Score (CAC) การตรวจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อตรวจหาปริมาณคราบพลัคที่สะสมอยู่ในหลอดเลือดหัวใจ ผลลัพธ์จะแสดงเป็นตัวเลข ยิ่งตัวเลขสูงก็ยิ่งสะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น วิธีนี้ไม่เจ็บ ใช้เวลาไม่นาน และใช้ปริมาณรังสีค่อนข้างน้อย ก่อนตรวจควรงดชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มชูกำลัง เพื่อไม่ให้หัวใจเต้นเร็วเกินไป จะช่วยให้ภาพที่ได้คมชัดและอ่านผลได้ง่าย

วิธีต่อมาคือ การเดินสายพาน (Exercise Stress Test) เป็นการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ในระหว่างการออกแรงหรือเดินเร็ว บนสายพานที่จะเพิ่มความเร็วและความชันมากขึ้น สามารถใช้เพื่อคัดกรองภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบในปริมาณมากได้

สำหรับการตรวจสุขภาพของหลอดเลือดส่วนอื่นของร่างกายที่สำคัญ ได้แก่ การตรวจหลอดเลือดใหญ่บริเวณคอที่ไปเลี้ยงสมอง โดยการทำ Carotid Doppler Ultrasound เป็นการตรวจอัลตราซาวนด์เพื่อดูหลอดเลือดแดงบริเวณคอที่ส่งเลือดไปเลี้ยงสมอง สามารถคัดกรองการตีบหรือการสะสมของคราบพลัค ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหลอดเลือดสมองได้ วิธีนี้ไม่ต้องใช้รังสีเช่นกัน แต่ต้องอาศัยแพทย์ผู้ชำนาญการในการแปลผลอย่างถูกต้อง

สำหรับการตรวจสุดท้าย ได้แก่ ABI (Ankle-Brachial Index) เป็นการตรวจเปรียบเทียบค่าความดันโลหิตที่แขนกับเหนือข้อเท้า ใช้สำหรับคัดกรองภาวะหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ โดยเฉพาะบริเวณขา 2 ข้าง วิธีนี้ไม่เจ็บและไม่ต้องใช้รังสี และมีขั้นตอนการตรวจที่ง่ายคล้ายการวัดความดันโลหิตโดยทั่วไป การตรวจดังกล่าวข้างต้นใช้เช็กสุขภาพของหลอดเลือดแดงที่สำคัญทั่วร่างกาย  ซึ่งจัดเป็นวิธีที่สะดวก เตรียมตัวได้ง่าย และรวดเร็ว รวมถึงไม่เจ็บตัวอีกด้วย

นพ.ศรัณย์พงศ์ ภิบาลญาติ อธิบายถึงสิ่งที่หลายคนมักสงสัยว่า หากผลตรวจพบคราบไขมัน แต่ยังไม่ถึงขั้นหลอดเลือดหัวใจตีบมากนักและไม่มีอาการ เบื้องต้นแพทย์จะแนะนำให้ควบคุมปัจจัยเสี่ยง เช่น ลดระดับ LDL ให้น้อยกว่า 100 หรือ 70 mg/dL กรณีมีความเสี่ยงมากขึ้น หรือมีคราบพลัคปริมาณมาก รวมถึงการคุมความดันโลหิตและน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ งดสูบบุหรี่และสารเสพติด และติดตามผลเลือดและความดันโลหิตตามที่แพทย์นัด เพื่อลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดแดงต่าง ๆ และป้องกันการเกิดโรคที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

ลดเสี่ยงโรคหัวใจ ด้วยพฤติกรรมที่ทำได้ทุกวัน

นพ.ศรัณย์พงศ์ระบุว่า นอกจากการตรวจคัดกรองแล้ว สามารถดูแลสุขภาพหัวใจให้แข็งแรง ได้ด้วยการปรับพฤติกรรม เริ่มจากเลือกอาหารสดใหม่ กินให้ครบ 5 หมู่ และลดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวหรือผ่านการแปรรูป เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน เบคอน ไส้กรอก เบเกอรี่ และขนมหวานที่มีไขมัน เนยหรือครีมปริมาณมาก ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอระดับปานกลาง เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที และเสริมด้วยการเวตเทรนนิ่ง 2-3 ครั้ง

ที่ขาดไม่ได้คือ ต้องนอนพักให้เพียงพออย่างน้อย 7 ชั่วโมงต่อวัน ระหว่างวันควรหากิจกรรมผ่อนคลายความเครียด และควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะอ้วนลงพุง ซึ่งสัมพันธ์กับโรคเบาหวานและกลุ่มอาการเมตาบอลิก ที่เป็นจุดเริ่มต้นของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ อีกด้วย

“หัวใจทำงานเพื่อเราอยู่ตลอดตั้งแต่แรกเกิด แต่หลายคนกลับละเลย ดังนั้นต้องเริ่มดูแลหัวใจตั้งแต่วันนี้ อย่ารอให้มีอาการหนักแล้วค่อยหันมาสนใจ เพราะบางครั้งอาจสายเกินไปจนรักษาได้ยาก เพียงหมั่นตรวจคัดกรองเป็นประจำ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง และคนที่อายุ 35 ขึ้นไป รวมทั้งค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมไปทีละน้อย คุมน้ำหนักให้สมดุล ก็จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดต่าง ๆ และปกป้องชีวิตของเราให้ยืนยาว อยู่กับคนที่เรารักไปนาน ๆ” นพ.ศรัณย์พงศ์กล่าว

โรคหลอดเลือดหัวใจ