BEANS กาแฟสเปเชียลตี้โตพุ่ง 100 ล้าน ใน 3 ปี ดัน ‘ราชวงศ์-ทรงวาด’ แฟล็กชิพ
BEANS Coffee ปักธงทำเลหัวมังกร “ราชวงศ์-ทรงวาด” เปิดร้านกาแฟจัดพื้นที่ล้อไปกับย่านเก่าแก่อย่างลงตัว
“ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ขณะนี้ทำเลใจกลางเมืองย่านไชน่าทาวน์ของกรุงเทพฯ เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะการพัฒนาในรูปแบบ ReDevelopment ด้วยการปรับปรุงและตกแต่งอาคารเก่าให้มีความใหม่และทันสมัยมากขึ้น แต่คงไว้ซึ่งกลิ่นอายของวัฒนธรรมและบรรยากาศดั้งเดิมของชุมชนท้องถิ่นนั้นๆ
ไม่ว่าจะเป็นถนนเจริญกรุง ตลาดน้อย เยาวราช และทรงวาด จากย่านการค้าดั้งเดิมที่เน้นสินค้าเฉพาะทาง อาทิ เครื่องเทศ สมุนไพร วัตถุดิบต้นตำรับและอาหารเก่าแก่ ผสมผสานกับความเป็นย่านศิลปะและวัฒนธรรมสมัยใหม่
ซึ่งเริ่มกลายเป็น “จุดขายใหม่” ที่เป็นพลังดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกและคนไทยด้วยกันเอง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ๆ ที่แห่มาเช็กอินจนเป็นกระแสดังในโลกโซเชียล
ทำให้เกิดการลงทุนมากขึ้นจากผู้ประกอบการต่างถิ่นที่สนใจความมีเสน่ห์เฉพาะตัวของทำเลดังกล่าว นับวันจะเป็น “ศูนย์กลาง” ของธุรกิจเก่าใหม่ที่หลอมรวมบรรยากาศเข้ากันได้อย่างลงตัว
ล่าสุด “ชนัญดา ทวีสิน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BEANS Coffee ได้ตัดสินใจลงทุนเช่าซื้ออาคารพาณิชย์ในย่านราชวงศ์-ทรงวาด ซึ่งเป็นทำเลหัวมังกร เพื่อขยายธุรกิจร้านกาแฟ BEANS แบรนด์พรีเมี่ยม ซึ่งเป็น Specialty Coffee ที่ตั้งบริเวณปากตรอกไกร ย่านเก่าแก่ไชน่าทาวน์
“จุดเริ่มต้นของ BEANS มาจากการที่นุ้บรู้จักกับพี่ฟาน-อัครินทร์ ศิวพรพิทักษ์ ซึ่งทำโรงคั่วกาแฟอยู่แล้วก่อนหน้านี้เราสองคนเคยทำแฟรนไชส์แบรนด์กาแฟแบรนด์หนึ่งมาแล้ว เลยคุยกันว่ามาทำร่วมกันมั้ย จึงเกิดเป็น BEANS สาขาแรกที่ทองหล่อ ขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว สาขานี้เป็นร้านลับที่ลับมาก (หัวเราะ) ลูกค้าแทบจะหาไม่เจอ”
แต่พอเปิดร้านไประยะหนึ่ง ปรากฏว่ามีสัญญาณที่ดี คือเริ่มเห็นลูกค้าคนเดิมกลับมากินซ้ำ ดื่มซ้ำ จากยอดขายเริ่มแรกแค่ 5 แก้ว ก็ขยับขึ้นเรื่อย ๆ เป็น 10 แก้ว 30 แก้ว 100 แก้ว ทำให้ใจเราฟูขึ้น และมองเห็นโอกาสของตลาดกับสิ่งที่เราทำอยู่
จากนั้น BEANS ก็พัฒนาความเป็น Specialty Coffee ให้แข็งแกร่งขึ้น เพราะเชื่อมั่นคุณภาพของเมล็ด รสชาติ การบริการและบรรยากาศของร้านที่กำลังบอกว่า “เราทำได้”
บีนส์จึงขยายสาขาต่อเนื่องทั้งในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าและสแตนด์อะโลน รวมแล้วทั้งหมด 16 สาขา
สาขาในห้างใหญ่ที่เปิดไปแล้ว อาทิ สยามพารากอน, เซ็นทรัลเวิลด์, เอ็มสเฟียร์ สุขุมวิท ล่าสุดที่เพิ่งเปิดไป คือ “ดุสิตเซ็นทรัลพาร์ค” ย่านสีลม-พระรามสี่ แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของประเทศไทย
ส่วนทำเลที่ขายดี ติดอันดับ 5 สาขาของ BEANS ได้แก่ พารากอน, เอ็มสเฟียร์, เซ็นทรัลเวิลด์, สุขุมวิท 77 และทรงวาด
“ชนัญดา” บอกว่า สาขาทรงวาด ถือเป็นสาขาใหม่ที่ขายดีติดอันดับท็อปไฟฟ์ ซึ่งเป็นสแตนด์อะโลนที่เพิ่งเปิดได้เพียง 3 เดือน เป็นลักษณะตึกแถวหัวมุม ทำเลดีเน้นดีไซน์ย้อนยุค ตลอดวันจะมีนักท่องเที่ยววอล์กอิน ถ่ายรูปตลอดเวลา
“สาขานี้มีสตอรี่ที่น่ารักมาก ๆ คือ มีคนคนหนึ่งส่งข้อความส่วนตัวมาหาเราว่า เขาเป็นลูกค้า BEANS นะ มีตึกตรงนี้อยู่ที่ทรงวาด สนใจมาเปิดร้านมั้ย เราจึงได้พูดคุยกันก่อนจะเกิดเป็นร้านนี้ขึ้นมา เขาน่ารักมาก ให้อิสระเราในการตกแต่งปรับปรุงร้าน เราจึงสามารถตกแต่งได้ทั้งตึก ให้มีความเป็น BEANS จริง ๆ”
“ที่หน้าร้านบนตัวตึก เราให้ศิลปินอาร์ตชื่อดัง เบนซิลล่า (Benzilla) มาวาดรูปให้ เพื่อให้ล้อไปกับสถานที่ที่เน้นความเป็นอาร์ต ย่านเก่า เราใช้พื้นที่ร้านชั้น 1 และชั้นลอยเป็นที่นั่งลูกค้า ส่วนชั้นบนมีแพลนพัฒนาเป็นพื้นที่ศิลปะ เปิดกว้างให้ศิลปินได้มาจัดแสดงผลงาน ศิลปินท่านใดสนใจก็เชิญชวนมาพูดคุยกันได้”
“สาขาทรงวาดใช้เวลารีโนเวตประมาณ 3 เดือน เราทำอย่างประณีต คิดละเอียด ส่วนคุณพ่อ (เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี) เคยมาดู 2 ครั้ง แต่ท่านไม่ได้มาวันเปิด ท่านมาชิมกาแฟวันธรรมดา แล้วเดินดูร้านเหมือนลูกค้าทั่วไป ด้วยความที่ท่านทำบ้านจัดสรร ทำคอนโดฯมาเยอะ ถือเป็นคนที่ละเอียดมาก ๆ ก็จะแนะนำบ้างนิดหน่อย อย่างประตูห้องน้ำด้านหลังร้าน ท่านก็แนะให้เปลี่ยน (หัวเราะ)”
ส่วนแผนการลงทุนและเป้าหมายการสร้างธุรกิจให้เติบโตยั่งยืนนั้น “กฤตธี ธนวิพุธ” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ BEANS Coffee กล่าวว่า การขยายสาขาทั้งจำนวนและทำเลที่ตั้งจำเป็นต้องคำนึงถึงสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และแนวโน้มของตลาดด้วย
เพราะทุกอย่างคือต้นทุน จากเดิมเราก็ไม่คาดคิดว่า BEANS จะเติบโตได้เร็วขนาดนี้ จากโรงคั่วขนาดเล็กสู่ธุรกิจร้านกาแฟที่ลูกค้ายอมรับในวงกว้าง
เรื่องการคัดสรรกาแฟที่ดีที่สุด และสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ก็เป็นแนวทางสร้างความยั่งยืนได้ โดยเรียนรู้ความต้องการของตลาดหรือคอกาแฟ และตอกย้ำจุดเด่นเรื่องการคัดและคั่วเมล็ดกาแฟคุณภาพสูงให้แก่ธุรกิจร้านกาแฟ โรงแรม และร้านอาหาร จนก้าวมาสู่ธุรกิจร้านกาแฟเต็มรูปแบบอย่าง BEANS Specialty Coffee ด้วยเป้าหมายในการส่งต่อรสชาติที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติ
การเติบโตอย่างรวดเร็วจาก 16 สาขา ภายในปี 2566-2568 ภายใน 3 ปี “กฤตธี” บอกว่า “ไม่มีสูตรสำเร็จในความสำเร็จ เราเรียนรู้ทุกวันกับปัญหาที่เกิดขึ้น จากปีแรกที่เปิดร้าน มียอดขายเพียงหลักเดียวคือไม่ถึง 10 ล้านบาท แต่มาวันนี้การเติบโตก้าวกระโดดมาก คือโตขึ้น 14 เท่า หรือ 1,400% ภายใน 3 ปี”
ปัจจุบัน BEANS ขายกาแฟได้ประมาณเดือนละ 1 แสนแก้ว จุดขายอย่างที่กล่าวไป เรามีเมล็ดพันธุ์กาแฟเยอะมาก ลูกค้าสามารถมาลิ้มลองรสชาติใหม่ ๆ ได้ ราคาเริ่มต้นก็น่ารัก ความตั้งใจอยากให้บีนส์เป็นร้านกาแฟที่มาซื้อแล้วคุ้มค่า คุ้มราคา
แม้ธุรกิจร้านกาแฟจะแข่งขันหนักหน่วงรุนแรง โดยมีมูลค่าตลาดรวมหลายหมื่นล้านบาทนั้น BEANS เชื่อว่า “ในทุกธุรกิจยังมีพื้นที่ให้ตัวจริงเสมอ”
หลายคนมองภาพตลาดกาแฟในไทยเป็น Red Ocean ผู้เล่นมีทั้งรายใหญ่ กลาง เล็ก แต่ไม่ว่าจะตลาดไหนก็ตาม ถ้าเรามีความพยายาม ขยันเรียนรู้ลูกค้าเราคือใคร ชอบอะไร เราก็เป็นตัวจริงได้
การที่เรามีคู่แข่งที่เก่ง ถ้ามองบวกก็เป็นจุดที่ทำให้เราพัฒนาตัวเองได้เช่นกัน
“การจะเติบโตอย่างยั่งยืน คือ เราต้องเป็นตัวจริง ต้องทำเรื่องโปรดักต์ให้ดี มีคุณภาพ รับฟังความเห็นของลูกค้า ทำดีแล้วต้องทำให้ดีมากยิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ลูกค้าแฮปปี้”
ความยั่งยืนที่แท้จริง BEANS อาจไม่ได้คิดแค่เรื่องโปรดักต์เท่านั้น แต่คิดเพื่อตอบแทนสังคมในทุกบริบทมากกว่า เช่น การจัดแคมเปญ “One Blend One Change” ที่ชวนลูกค้าสร้างสรรค์เบลนด์กาแฟของตัวเอง รายได้ส่วนหนึ่งเราจะมอบให้กับสังคม คือการอยู่กันแบบช่วยเหลือและแบ่งปัน
ฝันของนักธุรกิจรุ่นใหม่ ทั้ง “อัครินทร์-ชนัญดา-กฤตธี” คือ สร้างศูนย์การเรียนรู้แก่เกษตรกรให้สามารถปลูกกาแฟได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผลผลิต Green BEANS เพื่อเป็นตัวเลือกด้านผลผลิตในตลาด เกษตรกรไทยก็จะมีรายได้ที่มากขึ้น เป็นการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกภาคส่วน