Skip to content

แอร์เอเชียเอ็กซ์เร่งเพิ่มรูต จ่อเพิ่มทุนพันล้านเสริมแกร่ง

22 ก.ย. 2568 | 11:50น.
แอร์เอเชียเอ็กซ์เร่งเพิ่มรูต จ่อเพิ่มทุนพันล้านเสริมแกร่ง

แอร์เอเชียชี้อุตสาหกรรมการบินฟื้นตัวต่อเนื่อง เผยปี’69 เร่งรับเครื่องใหม่เพิ่มฝูงบินอีก 11 ลำ ล่าสุดเปิดอีก 3 เส้นทางบินใหม่สู่ “ญี่ปุ่น-คาซัคสถาน-ซาอุฯ” ช่วงปลายปีนี้ พร้อมเพิ่มทุนอีก 1,000 ล้านบาทกลางปีหน้า เสริมแกร่งธุรกิจ รองรับการขยายเส้นทางบินใหม่ในอนาคต ทั้งในเอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรป

นางภัทรา บุศราวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่น อินเดีย และกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในปี 2569 นี้บริษัทมีแผนรับเครื่องบินใหม่อีก 2 ลำ จากฝูงบินปัจจุบันมี 9 ลำ และเดือนพฤศจิกายนนี้จะมีการรับมอบเครื่องบินอีก 2 ลำ ทำให้ปีนี้จะมีทั้งหมด 11 ลำ ซึ่งจะทำให้สามารถขยายเส้นทางบินใหม่ ๆ ได้มากขึ้น

นางภัทรากล่าวว่า การเปิดเส้นทางใหม่นั้นจะเน้นตลาดที่การแข่งขันยังไม่สูง มีดีมานด์ แต่ยังไม่มีซัพพลาย โดยเริ่มจากการเปิดเส้นทางใหม่ในปีนี้ 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ ญี่ปุ่น (เซนได) อัลมาดี (คาซัคสถาน) เริ่มให้บริการเที่ยวบินแรก 1 ธันวาคม 2568 และเส้นทางตลาดซาอุฯ (ริยาด) เริ่ม 2 ธันวาคม 2568

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดเส้นทางใหม่ในยุโรปและตะวันออกกลางเพิ่มเติมอีกในปีหน้า ทั้งนี้ จะเน้นตลาดที่ยังไม่มีผู้ให้บริการตรง หรือ Underserved Routes ซึ่งแอร์เอเชียมองว่าเป็นโอกาสสำคัญในการขยายฐานผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออก

“เราพร้อมแล้ว แต่ยังต้องอาศัยการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อผลักดันการท่องเที่ยวให้กลับมาเต็มศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ การปรับลดต้นทุนเดินทาง หรือการส่งเสริมตลาดนักท่องเที่ยวจากประเทศคู่แข่งที่กำลังเร่งแย่งชิงตลาดจากไทยในตอนนี้” นางภัทรากล่าว และว่า ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินตามแผนฟื้นฟูธุรกิจที่วางไว้อย่างต่อเนื่อง โดยอยู่ระหว่างการเตรียมการเพิ่มทุนมูลค่าราว 1,000 ล้านบาท จากผู้ถือหุ้นภายในช่วงกลางปี 2569

นางภัทรากล่าวด้วยว่า ปัจจุบันบริษัทมีการใช้เงินจากวงเงินแผนฟื้นฟูไปราว 60-70% และคาดว่าจะมีการเพิ่มทุนในช่วงกลางปี 2569 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจ โดยเฉพาะการขยายเส้นทางบินใหม่ในอนาคต ทั้งในเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป ซึ่งแอร์เอเชียมองว่ามีโอกาสสูง หากสามารถจัดการเรื่องต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับตลาดจีนนั้น นางภัทรากล่าวว่าปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีนยังไม่กลับมาเต็มที่ โดยเฉพาะหลังเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา สะท้อนถึงจำนวนนักเดินทางที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยงของอุตสาหกรรมการบินและท่องเที่ยวไทย

“เราควรมีการกระชับความสัมพันธ์ และเข้าใจเหตุผลที่แท้จริงว่านักท่องเที่ยวจีนไม่เลือกไทยเป็นจุดหมายปลายทางในช่วงที่ผ่านมา” นางภัทรากล่าว

นางภัทรากล่าวต่อไปอีกว่า อยากเสนอถึงรัฐบาลไทยว่าควรมีมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบจริงจังและต่อเนื่อง อาทิ การนำโครงการคนละครึ่งกลับมาใช้ หรือให้แรงจูงใจสำหรับนักท่องเที่ยวในประเทศ รวมถึงควรจัดสรรงบประมาณสนับสนุนกระทรวงการท่องเที่ยวฯอย่างเหมาะสม เพราะการท่องเที่ยวคืออุตสาหกรรมที่ทำเงินเร็วและง่ายที่สุด แต่กลับได้รับงบฯน้อยกว่าหลายกระทรวง

อีกประเด็นสำคัญคือ สถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งในช่วง 6 เดือนหลัง ซึ่งทำให้ต้นทุนการท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยลดลง ส่งผลให้คนไทยนิยมเดินทางออกนอกประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะญี่ปุ่น

“ตอนนี้บาทแข็ง คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นมากขึ้น เพราะค่าเงินเยนยังอ่อน เที่ยวแล้วคุ้ม จึงเป็นช่วงที่เราตัดสินใจเปิดเส้นทางเพิ่มไปยังญี่ปุ่น เช่น เซนได และเมืองรองอื่น ๆ ที่ยังไม่มีสายการบินให้บริการตรง โดยเส้นทางญี่ปุ่นมีอัตราการโหลดผู้โดยสาร หรือ Load Factor สูงถึง 90% ในขณะที่โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 88-89%” นางภัทรากล่าว