ททท.ห่วงบาทแข็งกระทบหนัก นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง-คนไทยแห่เที่ยวต่างประเทศ คาดสูญรายได้ท่องเที่ยวปีนี้ 15-17%
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงแนวโน้มค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องในปี 2568 กำลังกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันลดลงเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน และอาจทำให้ไทยสูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงถึง 15-17% ตลอดทั้งปี

ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 19 กันยายน 2568 ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นประมาณ 8% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ จากต้นปีที่ระดับ 34 บาทต่อดอลลาร์ มาอยู่ที่ประมาณ 31.6 บาทต่อดอลลาร์ในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทยสูงขึ้นทันที ทั้งค่าที่พัก อาหาร ตั๋วเครื่องบิน และบริการต่าง ๆ
“เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค เช่น ญี่ปุ่น จีน และเวียดนาม ซึ่งสกุลเงินของประเทศเหล่านี้อ่อนค่าลงในช่วงเวลาเดียวกัน การท่องเที่ยวในไทยจึงดูแพงขึ้นในสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติ”
โดยเงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าลงราว 6.22% ค่าเงินหยวนจีนอ่อนค่าลง 2.65% และเงินดองเวียดนามอ่อนค่าลง 3.38% เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวในประเทศเหล่านี้ลดลงในสายตาของนักท่องเที่ยว ส่งผลให้มีความน่าสนใจมากขึ้น ขณะที่ไทยกลับถูกมองว่า “แพง” กว่าคู่แข่ง
นอกจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อาจลดลงแล้ว ททท.ยังพบพฤติกรรมของคนไทยบางส่วนที่มีกำลังซื้อ เริ่มเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในประเทศที่ค่าเงินอ่อนลง ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางถูกลง เช่น ญี่ปุ่น เวียดนาม และจีน
อย่างไรก็ตาม ททท.ระบุว่าแนวโน้มดังกล่าวอาจทำให้เป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวปีนี้หดตัวจากที่ตั้งไว้ โดยอยู่ระหว่างการทบทวนแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวใหม่ เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในไทยมากขึ้น และลดผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนให้น้อยที่สุด