กรมอุตุฯอัพเดตสถานการณ์ “พายุบัวลอย” เช้านี้ อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว แต่แนวขอบของพายุและลมที่พัดเข้าหาหย่อมความกดอากาศต่ำ ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลทำให้ “ภาคเหนือ-อีสานตอนบน” ยังต้องระวังฝนตกสะสม น้ำล้นตลิ่งอีก 1-2 วัน หลังจากนั้นฝนจะเริ่มน้อยลง
กรมอุตุนิยมวิทยา อัพเดตสถานการณ์ พายุ “บัวลอย” เช้าวันนี้ (30/9/68) ว่า พายุบัวลอยได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว พายุนี้ศูนย์กลางไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่แนวตามขอบของพายุและลมที่พัดเข้าหาหย่อมความกดอากาศต่ำ ยังทำให้มีฝนในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน ยังต้องระวังฝนตกสะสม น้ำล้นตลิ่ง ในระยะ 1-2 วันนี้ หลังจากนั้น ฝนจะเริ่มน้อยลง
ส่วนรายงานฝนสะสม 24 ชม.ที่ผ่านมา (29 ก.ย. 68) ตั้งแต่เวลา 07.00 น.ของวันที่ 29 ก.ย. 68 ถึงเวลา 07.00 น. ของวันที่ 30 ก.ย. 68 มีรายงานฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ปริมาณฝนสูงสุดวัดได้ 147.5 มม. ที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน
ขณะที่ปริมาณฝนสะสม 24 ชม. ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รายงานจากสำนักการระบายน้ำ (ตั้งแต่เวลา 07.00 น.ของวันที่ 29 ก.ย. 68 ถึง เวลา 07.00 น. ของวันที่ 30 ก.ย. 68) มีรายงานฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง และมีฝนตกหนับางพื้นที่ ปริมาณฝนสูงสุดวัดได้ 37.0 มม. ที่จุดวัดประตูระบายน้ำคลองขุนศรีฯ-คลองมหาสวัสดิ์ เขตทวีวัฒนา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้ (30 ก.ย. 68) กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาเรื่อง พายุ “บัวลอย” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยฉบับที่ 14 (275/2568)
ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า เมื่อเวลา 01.00 น. ของวันนี้ (30 ก.ย. 68) พายุดีเปรสชั่น “บัวลอย” (BUALOI) ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง บริเวณแขวงหลวงน้ำทา ประเทศลาวแล้ว และเมื่อเวลา 04.00 น. หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณประเทศเมียนมาตอนบนและประเทศลาวตอนบน คาดว่าจะเคลื่อนตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศเมียนมาตอนบนและภาคเหนือตอนบนในวันนี้ (30 ก.ย. 68)
จากอิทธิพลของพายุ “บัวลอย” ส่งผลให้ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านประเทศเมียนมาตอนบน และภาคเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 30 ก.ย. 68
ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

