กรมอุตุนิยมวิทยา 7 วันข้างหน้า คาดพายุโซนร้อน “แมตโม” (MATMO)เคลื่อนผ่านตอนใต้ของจีน และขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนามตอนบนช่วงวันที่ 5-6 ต.ค.นี้ ชี้ยังไม่มีแนวโน้มเข้าไทย ขณะที่ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักบางแห่งในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกทม.และปริมณฑล และภาคตะวันออก เฉลี่ย 60-70% ของพื้นที่ อิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายอากาศทั่วไป 7 วันข้างหน้า หรือระหว่างวันที่ 2 ตุลาคม – 8 ตุลาคม 2568 ว่าในช่วงวันที่ 2 – 5 ต.ค. ประเทศไทยมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทย ในขณะที่ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และอ่าวไทย
ส่วนในช่วงวันที่ 6 – 8 ต.ค. ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อนึ่ง พายุโซนร้อน “แมตโม” (MATMO) บริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มจะมีกำลังแรงขึ้น และจะเคลื่อนผ่านเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ ลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน ในช่วงวันที่ 3 – 4 ต.ค. คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนผ่านตอนใต้ของประเทศจีน และเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 5 – 6 ต.ค. หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว
กรมอุตุฯระบุเพิ่มเติมว่า พายุนี้ยังไม่มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย ยังไม่ควรตื่นตระหนกกับข่าวลือเวลานี้ ขอให้ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศและประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นระยะๆ (ข้อมูลยังมีการเปลี่ยนแปลง ใช้ข้อมูลนี้เพื่อเป็นแนวทางในการเฝ้าระวัง ติดตามสภาพอากาศ เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกกับข่าวลือที่เผยแพร่อยู่ในเวลานี้)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับชื่อของพายุแมตโม (MATMO) หมายถึงฝนที่ตกหนัก ตั้งชื่อโดยประเทศสหรัฐอเมริกา

ข้อควรระวัง
ในช่วงวันที่ 6 – 8 ต.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่มต่ำ รวมทั้งเขตชุมชนเมือง

คาดหมายอากาศรายภาค
วันที่ 2-8 ตุลาคม 2568
ภาคเหนือ
ในช่วงวันที่ 3 – 5 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 5 – 15 กม./ชม
ส่วนในช่วงวันที่ 6 – 8 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมแปรปรวน ความเร็ว 5 – 15 กม./ชม.
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 36 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในช่วงวันที่ 3 – 5 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม
ส่วนในช่วงวันที่ 6 – 8 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 36 องศาเซลเซียส

ภาคกลาง
ในช่วงวันที่ 3 – 5 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 6 – 8 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 36 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก
ในช่วงวันที่ 3 – 5 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่
ส่วนในช่วงวันที่ 6 – 8 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 36 องศาเซลเซียส

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ตลอดช่วง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 36 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงวันที่ 4 – 8 ต.ค.
ตั้งแต่จังหวัดพังงา ขึ้นมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ต ลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 35 องศาเซลเซียส
กรุงเทพและปริมณฑล
ในช่วงวันที่ 3 – 5 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่
ส่วนในช่วงวันที่ 6 – 8 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม
อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 36 องศาเซลเซียส

(ออกประกาศ 02 ตุลาคม 2568)