Skip to content

อรรถกรเร่งปั๊มท่องเที่ยว โฟกัส 7 ตลาดหลัก-ฟื้นจีนเที่ยวไทย 2-3 ล้านคนใน 4 เดือน

02 ต.ค. 2568 | 16:16น.
อรรถกรเร่งปั๊มท่องเที่ยว โฟกัส 7 ตลาดหลัก-ฟื้นจีนเที่ยวไทย 2-3 ล้านคนใน 4 เดือน

“อรรถกร” รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เร่งปั๊มท่องเที่ยวไทย มอบนโยบาย Big Impact Act Fast ให้ ททท.เร่งดำเนินการ หวังให้ท่องเที่ยวยังเป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สั่ง ททท.โฟกัส 7 ตลาดประสิทธิภาพสูง พร้อมออกมาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน ตั้งเป้า 4 เดือนดึงจีนเที่ยวไทย 2-3 ล้านคน ควบคู่กระตุ้นตลาดภายในประเทศ หวังฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ประเทศ

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือร่วมกับคณะผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ว่ากระทรวงการท่องเที่ยวฯ เร่งกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้ยังคงเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีนโยบายสำคัญ Big Impact Act Fast

อรรถกร ศิริลัทธยากร
อรรถกร ศิริลัทธยากร

ประกอบด้วย 1.เน้นย้ำการขับเคลื่อนและส่งเสริมตลาดต่างประเทศ ด้วยการตั้งเป้าหมายเชิงนโยบายให้ท้าทายยิ่งขึ้นภายในเวลา 4 เดือน โดยให้ความสำคัญกับ 7 ตลาดที่มีประสิทธิภาพเป็นลำดับแรก ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ตะวันออกกลาง อาทิ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

2.Travel Safe, Worry Free เสริมความมั่นใจ ปลอดภัยทั่วไทย ด้วยศูนย์รับแจ้งเหตุ 1155 ตลอด 24 ชั่วโมง และแอปพลิเคชั่น Thailand Tourist Police รองรับ 8 ภาษา อาทิ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี ภาษารัสเซีย ฯลฯ

3.Smart Safety, Smart Tourism ใช้เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย โดยใช้ระบบ AI Detect ช่วยตรวจสอบและสแกนใบหน้า เชื่อมโยงข้อมูลหมายจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเฝ้าระวังบุคคลที่มีพฤติการณ์เสี่ยงก่ออาชญากรรม ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์พื้นที่ปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและประชาชนไทย

และ 4.Thailand Together บูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อพร้อมให้การต้อนรับและรองรับการท่องเที่ยวสำหรับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม ซึ่งถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวไทย โดยมอบหมาย ททท.เข้าสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์การจัดงาน ควบคู่กับการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงในพื้นที่ต่าง ๆ ตลอดจนขอให้ประชาชนชาวไทยร่วมกันเป็นเจ้าบ้านและเจ้าภาพที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย

“มาตรการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยว เสริมสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยและคุณภาพการบริการ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน” นายอรรถกรกล่าวและว่า

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการท่องเที่ยวในปีนี้อาจซบเซาลงบ้าง จึงวางแผนในการปรับเปลี่ยนจากการทำการตลาดแบบภาพรวมกลุ่มประเทศมาเน้นการเจาะกลุ่มตลาดที่มีศักยภาพสูงเป็นหลัก โดยได้มอบโจทย์ให้ ททท.ทำการบ้านและวางกลยุทธ์แบบเฉพาะเจาะจงเป็นรายประเทศ เพื่อให้เหมาะสมกับพฤติกรรม และความต้องการของนักท่องเที่ยวที่แตกต่างกัน

“วันนี้เราต้องปรับไมนด์เซตของตัวเอง เพราะประเทศไทยไม่ได้เป็นยักษ์ใหญ่ด้านการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว ยังมีประเทศอื่นที่พัฒนาขึ้นมา ซึ่งอาจตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้ดีกว่าในบางด้าน จึงต้องใช้คำว่าเรียนเชิญเข้ามาท่องเที่ยว ไม่ได้ทำเพียงแค่การเชิญชวน ซึ่งทำกันอยู่แล้วอีกต่อไป” นายอรรถกรกล่าว

สำหรับในช่วง 4 เดือนต่อจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯตั้งเป้าหมายในการดึงตลาดนักท่องเที่ยวจีนกลับเข้ามาเที่ยวไทยให้ได้ประมาณ 2-3 ล้านคน โดยเบื้องต้นได้กระตุ้นไปที่ ททท.ว่าต้องการให้ทำให้ได้

“แม้จะเป็นตัวเลขที่หลายคนมองว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ก็เชื่อว่ามีวิธีการที่จะทำให้สำเร็จได้ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะการร่วมมือของภาครัฐที่ต้องช่วยกันมากขึ้น โดยหวังว่าจะสามารถฟื้นฟูจำนวนนักท่องเที่ยวให้กลับมาใช้จ่ายและช่วยประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในฐานะประเทศยักษ์ใหญ่ด้านการท่องเที่ยวต่อไป”

นายอรรถกรกล่าวด้วยว่า ตามกรอบเวลาการทำงานของรัฐบาลที่ประกาศอย่างชัดเจนของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ที่จะอยู่ในช่วง 4 เดือน ทำให้ตัวเองมีเวลาในการทำงานระยะสั้น จึงจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มประเทศเป้าหมาย (Destination) ทั้งการเข้ามาเที่ยวซ้ำและมาเที่ยวเป็นครั้งแรก

“ส่วนการท่องเที่ยวในประเทศก็ไม่ได้ทิ้ง จะมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองควบคู่กันไปด้วย” นายอรรถกรกล่าว