เอกนัฏไม่กั๊กเข้าร่วม ภท.เลือกตั้งครั้งหน้า บอกมาชัดเจนขนาดนี้แล้ว รับเคลียร์ ‘พีระพันธุ์’ เหตุไขก๊อกแม่บ้าน รทสช.เพราะต้องการแนวทางทำงานหนักแน่น-มั่นคง ยันทำงานร่วม ‘สุชาติ’ ได้
ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และอดีตเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รมสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมร่วมกับ สส.พรรคภูมิใจไทย และแสดงเจตจำนงเข้าร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า ว่าได้พูดคุยและซักซ้อมว่าช่วงเวลาสภาที่เหลือจะทำงานร่วมกันอย่างไรไม่ให้สภาล่ม หรือมีวาระกฎหมายสำคัญที่ตนมีส่วนร่วมด้วย เช่น ร่าง พ.ร.บ.ปล่อยข้อมูลข่าวสารมลพิษของโรงงาน ร่าง พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า และกฎหมายอื่น ๆ หลายฉบับรวมถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องซักซ้อมก่อนที่จะครบ 4 เดือน ก่อนที่จะมีการยุบสภา
เมื่อถามว่าเป็นการมาประชุมกับ สส. ไม่ใช่การมาซบพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่าตนมาชัดเจนขนาดนี้ แต่ในระหว่างนี้ก็เป็นการทำงานร่วมกันในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไปจนถึงหมดวาระสภา
แต่ในฐานะที่เป็น สส.ในส่วนที่โหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เหมือนกัน มารับทราบถึงแนวทางการทำงานในพื้นที่ในช่วงเวลาที่ยังเหลืออยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นนโยบายอะไรต่าง ๆ ก็ถือว่าเป็นประโยชน์
เมื่อถามว่าเหตุผลที่อนาคตจะมาอยู่พรรคนี้เพราะอะไรนั้น นายเอกนัฏกล่าวว่า ตนทำการเมืองด้วยความชัดเจนมาตลอดชีวิต ว่าไม่ชอบความครึ่ง ๆ กลาง ๆ ตั้งแต่ตัดสินใจโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกฯ ต้องยอมรับว่าตั้งแต่มีคลิปเสียง ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม รวมถึงตนเอง ว่าทุกคนน่าจะต้องตัดสินใจก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ ถือว่าไม่สายเกินไปที่จะตัดสินใจโหวตให้นายอนุทิน เที่ยวนี้เราแสดงจุดยืนชัดเจน ในจุดยืนที่เราเป็นการเมืองฝ่ายขวาในเรื่องความมั่นคง เรื่องของชายแดน เรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
ตนในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม หลายคนได้เห็นบทบาทในการต่อสู้กับทุนเทา อุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ กับธุรกิจเถื่อน ที่เอาเปรียบธุรกิจของประชาชนคนไทย ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับธุรกิจเหล่านั้น และคนไทยด้วย ซึ่งแนวทางเหล่านี้คิดว่าต้องพูดกันตรง ๆ ว่ามีพรรคภูมิใจไทยพรรคหนึ่งที่ยืนหยัดต่อสู้เรื่องชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างชัดเจน และแสดงท่าทีจุดยืนที่ชัดเจน และได้ใจพวกเรา พูดกันแบบตรงไปตรงมา

เมื่อถามว่าในใจมีสัญญาใจอะไรกันหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า ในวันนี้ได้ประชุม สส.ร่วมกัน ตนคิดว่าจะตัดสินใจอะไรคิดถึงส่วนรวมให้มาก ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เพราะ 3-4 เดือนก็จะสู่โหมดเลือกตั้งแล้ว ถึงเวลานั้นหลายคนก็มีโอกาสได้ตัดสินใจว่าแต่ละคนจะทำอย่างไง
วันนี้ตนชอบอะไรที่ชัดเจน ไม่ชอบกั๊ก คิดว่าที่ทุกคนมาร่วมกันเป็นตัวแทน สส.มาประชุม สัญญาณที่ส่งไปชัด มากันทุกคน ก่อนหน้านี้มีนายจุติ ไกรฤกษ์ ก่อนหน้านี้ นายชุมพล จุลใส ก็นำทีม อบจ.ชุมพร สจ.หลายคนมาสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้ว รวมถึงทีมงานสุดซอยของตนด้วย
เมื่อถามว่าหลังจากนี้พรรครวมไทยสร้างชาติจะเดินหน้าต่ออย่างไร นายเอกนัฏ กล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคแล้ว แต่ตนยืนยันว่าการลาออกเป็นไปตามที่ได้พูดคุยกับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมยืนยันว่านายพีระพันธุ์เป็นคนดีคนหนึ่ง แต่แนวทางการทำงานของตนต้องการความหนักแน่น ความมั่นคง จึงได้ตัดสินใจลาออกจากการเป็นเลขาธิการพรรค
อีกทั้งส่วนหนึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้กับกลุ่ม สส. ทั้งกลุ่ม จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี ราชบุรี พิษณุโลก และแพร่ ได้ตัดสินใจกำหนดอนาคตของตัวเองอย่างเป็นอิสระ เพราะที่ผ่านมาทำงานร่วมกันมาตลอด ซึ่งการปลดล็อกของตนก็ทำให้กลุ่ม สส.ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ ยังเหลือเวลาอีก 4-6 เดือน เหลือเฟือพอที่จะให้หัวหน้าพรรคได้บริหารงาน สามารถขับเคลื่อนทัพตามแนวทางที่กรรมการบริหารพรรคกำหนดไว้ได้ ไม่ได้ทำให้เสียโอกาส รวมทั้งวันนี้แม้จะลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคแล้ว แต่ก็ยังคงต้องทำหน้าที่ สส.ให้เต็มที่
เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะทำงานร่วมกับนายสุชาติ ชมกลิ่น ภายในพรรคภูมิใจไทยได้หรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า ตราบใดที่คิดเรื่องใหญ่ อย่าเอาปัญหาส่วนตัวมาเกี่ยวข้อง รายการทำงานการเมืองที่ผ่านมาไม่เคยมองเรื่องความแตกแยก ความขัดแย้ง แล้วมา การเลือกตั้งครั้งที่แล้วเราสวมเสื้อพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ยินดีที่จะร่วมงานกับทุกคน เพื่อเดินหน้าตามอุดมการณ์ของพรรค ก็มีแค่นั้นเอง และถือเป็น DNA ที่อยู่ในตัวเราเสมอ
