Skip to content

นายกฯย้ำยึดหลักนิติธรรม-ไม่กลั่นแกล้ง 4 เดือนจะไม่เป็นรัฐบาลสูญเปล่า

08 ต.ค. 2568 | 12:42น.
นายกฯย้ำยึดหลักนิติธรรม-ไม่กลั่นแกล้ง 4 เดือนจะไม่เป็นรัฐบาลสูญเปล่า

อนุทินปาฐกถาเรื่องหลักนิติธรรม ชี้ความยุติธรรมต้องมีเพื่อทุกคน ไม่ใช่ใครบางคน ผุดควรบรรจุเป็นมาตรฐานใน รธน. ยันรัฐบาลนี้ไม่ทำเพื่อใคร ย้ำยึดหลักนิติธรรม ไม่กลั่นแกล้งใครทางการเมือง พร้อมให้คำมั่น 4 เดือนจะไม่เป็นรัฐบาลที่สูญเปล่า

ที่สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “หลักนิติธรรม : วาระแห่งชาติเพื่อความสามารถในการแข่งขันของไทย” โดยมีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่ากระทรวงยุติธรรม, นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี รวมถึงภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย

นายกรัฐมนตรีกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “หลักนิติธรรม : วาระแห่งชาติเพื่อความสามารถในการแข่งขันของไทย” ว่า คำว่าหลักนิติธรรมเป็นคำที่ถูกอ้างถึงบ่อยที่สุดคำหนึ่ง ขณะเดียวกัน เป็นคำที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้อง

ตนไม่ใช่นักกฎหมาย แต่เชื่อในเรื่องหลักนิติธรรม (Rule of Law) ตนยึดถือเชื่อมั่นในกฎหมาย ซึ่งตนยึดถือแนวคิดนี้มาตลอด แนวคิดนี้ทำให้ตนอยู่รอด และประสบความสำเร็จพอสมควรในกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำมา ตั้งแต่สมัยที่ประกอบธุรกิจ กระทั่งมารับใช้บ้านเมืองในฐานะนักการเมือง ในการบริหารราชการแผ่นดิน แบ็กกราวนด์ของตนเป็นวิศวกร ทำให้ตนให้ความสำคัญเรื่องของการวางรากฐานที่มั่นคง ทำให้เชื่อว่าหลักนิติธรรมเป็นเสาเข็มที่สำคัญกับสังคม เพราะเราต้องมีกฎหมายเป็นที่พึ่ง และกฎหมายต้องอำนวยความยุติธรรมให้ทุกคน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ความที่ตนได้มีโอกาสไปศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา สิ่งที่ติดหัวมาโดยตลอดคือคำว่า “Justice for All” คือสำหรับทุกคน ไม่ใช่เฉพาะบางคน ตนอยากให้มีการบัญญัติศัพท์เช่นนี้ในรัฐธรรมนูญด้วยก็ได้ ที่ทุกคนอ่านแล้วเข้าใจ และต้องเชื่อมั่นในกฎหมาย ไม่ใช่อ่านแล้วเข้าใจหมด แต่ไม่รู้เชื่อมั่นได้หรือไม่ เพราะบางคนตัดสินอย่างนั้นอย่างนี้ ถ้ามีอำนาจหรือไม่มีอำนาจก็จะโดนแบบนี้ ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ดีเท่าตนหรือพวกตน

และวันนี้สิ่งที่คนกลัวว่าพวกตนจะมาใช้อำนาจในการที่จะเป็น Justice for Some ในรัฐบาลนี้ ตนขอยืนยันเลยว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลที่ตนเป็นหัวหน้าอยู่ โดยจะปล่อยให้กลไกยุติธรรมดำเนินไปตามครรลองที่ควรจะเป็น

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มนุษย์ทุกคนต้องการความเป็นธรรม หากความเป็นธรรมไม่เกิดก็จะเกิดการจลาจลขึ้น เรื่องหลักนิติธรรมจึงเป็นเรื่องตั้งแต่ในบ้าน ตั้งแต่เกิด จนเจริญเติบโต ทำงานเข้าสู่สังคม และอยู่ในการบริหารประเทศ ถ้าไม่มีความเป็นธรรมเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ผลลัพธ์ก็คือความจลาจล ความวุ่นวาย ความยุ่งเหยิง สุดท้ายก็ไม่มีใครชนะ เพราะถ้าไม่ยุติธรรมก็จะเกิดความพ่ายแพ้ ซึ่งไม่มีประเทศใดที่ต้องการสิ่งเหล่านี้

นอกจากนี้ ไม่มีประเทศใดในโลกจะแข่งขันได้อย่างยั่งยืน หากขาดหลักนิติธรรมที่มั่นคง เพราะการสร้างโครงสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแรงต้องอาศัยกฎหมายที่มีความมั่นคงแน่นอน และคาดเดาได้

“สำหรับผม หลักนิติธรรมไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่คือเรื่องของวัฒนธรรมแห่งความเป็นธรรม ที่จะต้องปลูกฝังให้ดีอยู่ในทุกสังคม เพื่อให้เรามีสังคมที่เป็นธรรม คนที่ใช้กฎหมายต้องยืนหยัดอยู่บนความถูกต้องทุกประการ”

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ประเทศไทยของเรากำลังเผชิญความท้าทายทางภัยความมั่นคง ใครอยากทราบสามารถติดตามตนได้ทุกสัปดาห์ เพราะความมั่นคงของเราดูเหมือนจบเมื่อไหร่ก็ชนะ แสนยานุภาพเราดีกว่า แต่การบริหารสถานการณ์ก็สำคัญ เพราะอาจทำให้เกิดความไม่แข็งแรง หรืออ่อนแอ ดังนั้น ต้องทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในความพร้อมทุกอย่างของเรา

นอกจากนี้ หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่รัฐทุกภาคส่วน ทุกมิติ มีความจำเป็นอย่างยิ่งต้องรักษา และยึดหลักนิติธรรมอย่างเข้มแข็ง ต้องมีความกล้าหาญที่จะบังคับกฎหมายด้วยความถูกต้อง เที่ยงธรรม ไม่ถูกครอบงำให้ใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง หรือกลั่นแกล้งบุคคลใดที่คิดว่าเป็นปฏิปักษ์

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในการแถลงนโยบาย ตนให้ความสำคัญเรื่องการรักษาหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด เรื่องการกระทำของเจ้าพนักงานของรัฐ ในกรณีการใช้กฎหมาย หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐไปเพื่อประโยชน์ทางการเมือง หรือการละเว้นการบังคับใช้กฎหมายในการดำเนินการป้องกันปราบปรามยาเสพติด บ่อนการพนัน อาชญากรรมข้ามชาติไทย ไซเบอร์การหลอกลวงประชาชนนั้นเป็นการกระทำผิดวินัยร้ายแรง

และต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด รวมทั้งการขจัดทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเด็ดขาดและจริงจัง เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นของประชาชนและนานาชาติ บทเรียนจากทั่วโลกชี้ตรงกันว่า หากหลักนิติธรรมหมด ประเทศนั้นจะไม่สามารถรักษาความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจได้ นักลงทุนหนีหาย ในอีกทางหนึ่งพูดได้ว่า “หลักนิติธรรมคือต้นทุนสำหรับความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศไทยในวันนี้เรากำลังอยู่ในเส้นทางของการพยายามเข้าร่วมเป็นสมาชิก Organization for Economic Cooperation and Development (OECD) ซึ่งอย่างที่เราทราบกัน การจะเป็นประเทศสมาชิกใน OECD ได้จะต้องมีความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ ธรรมาภิบาล และหลักนิติธรรม

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันนี้ต้องการให้ประเทศเราไปถึงจุดนั้น ตนเป็นประเภท ครม. และ คร.มู เป็นคนไทยเชื้อสายจีน ดูโหงวเฮ้ง ใครเป็นคนจริงใจ หรือตักตวงเอาเปรียบ ดูออก เอาเป็นว่ามากกว่า 80% และดูไม่ค่อยพลาด ที่พลาดแกล้งเซ่อ แต่ถ้าแกล้งเซ่อแต่ผลักดันประโยชน์อื่น ๆ ของบ้านเมืองต่อไปได้เราก็ยอมที่จะแกล้งเซ่อ ฉะนั้นขอให้มั่นใจ ตนใช้ทุกองคาพยพในการเข้ามาบริหารบ้านเมือง

นายกรัฐมนตรีระบุในเรื่องการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น ตนจะพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุกคนทราบดี คอร์รัปชั่นคือขัดขวางทุกอย่าง คนที่ตั้งใจดีมาเจอคอร์รัปชั่นบางทีท้อถอยก็มี แต่เราต้องไม่ยอมแพ้ ความถูกต้องต้องชนะเสมอ ต้องทะลวงสิ่งนี้ไปให้ได้ รัฐบาลต้องทำทุกอย่างไม่ให้เกิดช่องโหว่ของกฎหมาย

“ถ้าพวกผมผิดตอนเป็นฝ่ายค้านก็ต้องผิด มาเป็นรัฐบาลก็ต้องผิด ต้องดำเนินคดีให้ได้ ไม่ใช่พอมาอยู่ตรงนี้ช้าลง ขออย่าช้า ใครทำช้าผมเอาเรื่องหนักยิ่งกว่าอีก เพราะผมทนไม่ได้กับกระบวนการยุติธรรมที่ทำเพื่อวัตถุประสงค์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อย่างนั้นมันยิ่งกว่าเผด็จการ ชี้เป็นชี้ตายคนได้ คนที่ทำอย่างนี้ได้ต้องไม่เหลืออะไร เพราะคนที่มีอำนาจสูงสุด ประชาชนเลือกมา จะมาชี้เป็นชี้ตาย และชี้อนาคตทิศทางประเทศไม่ได้เด็ดขาด สิ่งเหล่านี้ตนจะไม่มีวันยอมให้เกิด”

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สุดท้ายเรื่องความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของสังคม รัฐบาลจะยกระดับ Open Government ใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่มี AI Digital ให้ประชาชนเข้าถึงได้จริง สามารถติดตามตรวจสอบ และสะท้อนความคิดให้รัฐ โดยรัฐจะมีองค์กรรับฟังสิ่งเหล่านี้ เป้าหมายของเราคือต้องสร้างระบบนิเวศของความโปร่งใส ทุกการดำเนินการของรัฐต้องตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนทราบดีว่าการฟื้นฟูโครงสร้างเชิงระบบและหลักนิติธรรมไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลา ต้องอาศัยความต่อเนื่อง แต่อยู่ที่รัฐบาลอย่างเดียวไม่ได้ พวกท่านต้องช่วยกันให้ความร่วมมือ ถ้าเราทำสิ่งเหล่านี้ได้ใน 4 เดือนของรัฐบาลชุดนี้ จะไม่เป็น 4 เดือนที่สูญเปล่า แต่จะเป็น 4 เดือนที่พวกตนตอกเสาเข็มวางฐานราก และสร้างโรดแมปให้รัฐบาลหน้า ซึ่งจะต้องถูกกรอบของระบบที่พวกท่านได้วางไว้ สร้างไว้ บังคับให้รัฐบาลใด ๆ ก็ตามได้เดินต่อไป เพื่อทำให้ประเทศไทยของเรามีรากฐานที่มั่นคง และสามารถแข่งขันได้อย่างมีศักดิ์ศรีในเวทีโลก

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ตนเชื่อว่าทุกคนจะเห็นความสำคัญของการที่ประเทศไทย จะต้องมี Rules of Law หรือหลักนิติธรรม ทุกคนบอกประเทศไทยเป็นนิติรัฐ เราต้องทำให้ประเทศไทยซึ่งเป็นนิติรัฐ มีเสียงเป็นที่ชื่นชม เป็นที่เชื่อมั่นของประชาคมโลก และเราจะไม่มีความกังวลใด ๆ ในการที่จะผลักดันประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าไปในจุดที่พวกเราทุกคนต้องการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และทำให้เกิดความยุติธรรมเกิดขึ้นกับประชาชนทุกคนในประเทศนี้อย่างยั่งยืนต่อไป

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อนุทิน