เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดาต้าเซ็นเตอร์ ดันราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรม พุ่งไร่ละ 6-8 ล้าน
Real Estate ดาต้าเซ็นเตอร์ ดันราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรม พุ่งไร่ละ 6-8 ล้าน
ทรงวาดจ่อปั้น ‘Old Town & Riverside’ เชื่อม 3 ย่านประวัติศาสตร์ ตลาดน้อย-ทรงวาด-จักรวรรดิ
Biz Movement ทรงวาดจ่อปั้น ‘Old Town & Riverside’ เชื่อม 3 ย่านประวัติศาสตร์ ตลาดน้อย-ทรงวาด-จักรวรรดิ
ธอส. ส่งสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ 0.73% เขย่าตลาด พร้อมสลากออมทรัพย์ดอกเบี้ย 1.2%
Finance ธอส. ส่งสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ 0.73% เขย่าตลาด พร้อมสลากออมทรัพย์ดอกเบี้ย 1.2%
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลดล็อกเกณฑ์รับหุ้นใหม่ ดึง New Economy-บริษัทต่างชาติเข้าตลาด เริ่ม 11 ก.ย.นี้
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลดล็อกเกณฑ์รับหุ้นใหม่ ดึง New Economy-บริษัทต่างชาติเข้าตลาด เริ่ม 11 ก.ย.นี้
NC ผนึก Panasonic ตั้งศูนย์วิจัย ‘Lifestyle Labo’ ต่อยอดนวัตกรรมบ้านยุคใหม่ สู่ ‘สภาวะน่าสบาย’
Real Estate NC ผนึก Panasonic ตั้งศูนย์วิจัย ‘Lifestyle Labo’ ต่อยอดนวัตกรรมบ้านยุคใหม่ สู่ ‘สภาวะน่าสบาย’
ศุภจี ถก USTR เร่งปิดดีลการค้า สหรัฐให้ความมั่นใจไทย จะได้อัตราภาษีเป็นธรรม
Politics ศุภจี ถก USTR เร่งปิดดีลการค้า สหรัฐให้ความมั่นใจไทย จะได้อัตราภาษีเป็นธรรม
ไทย-สหรัฐ เร่งปิดดีล ART “ศุภจี” หวังภาษีแข่งขันได้เทียบเพื่อนบ้าน
Economic ไทย-สหรัฐ เร่งปิดดีล ART “ศุภจี” หวังภาษีแข่งขันได้เทียบเพื่อนบ้าน
ปลัดคลังเผยถกบอร์ด EV 10 ก.ย. นี้ ทบทวนทิศทางส่งเสริมการใช้ยานยนต์อีวี
Finance ปลัดคลังเผยถกบอร์ด EV 10 ก.ย. นี้ ทบทวนทิศทางส่งเสริมการใช้ยานยนต์อีวี
ทิฟฟานี่ เตรียมพาอัลบั้มใหม่พบแฟนไทยในคอน ฯ “Tiffany Young: Edge of Calm Tour in Bangkok”
Biz Movement ทิฟฟานี่ เตรียมพาอัลบั้มใหม่พบแฟนไทยในคอน ฯ “Tiffany Young: Edge of Calm Tour in Bangkok”
JMART-SGC รับเกณฑ์คุม Non Bank-BNPL ชี้ช่วยยกระดับอุตสาหกรรม
Finance JMART-SGC รับเกณฑ์คุม Non Bank-BNPL ชี้ช่วยยกระดับอุตสาหกรรม
ดูทั้งหมด

เจาะแนวคิด “ยาดมโป๊ยเซียน” ยุคใหม่ ทำอย่างไรให้คนไทยได้ของดีทั่วถึง

09 ต.ค. 2568 | 06:17น.
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

ท่ามกลางโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยอาจเลือกทางลัดเพื่อความเติบโต แต่ไม่ใช่กับ ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์ ทายาทรุ่นที่ 4 แห่งตำนาน “ยาดมโป๊ยเซียน” ที่ยังยึดมั่นกับแนวทางธุรกิจที่ตั้งอยู่บน “คุณธรรม ความบริสุทธิ์ และความเป็นธรรม” ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงมือผู้บริโภค

ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “คุณภาพ” และ “ความจริงใจ” มากกว่าภาพลักษณ์ของแบรนด์ ประชาชาติธุรกิจ มีโอกาสพูดคุยกับ ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์ กรรมการและที่ปรึกษา บริษัท โกลด์ มิ้นท์ โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรภายใต้แบรนด์ โป๊ยเซียน อาทิ ยาดม พิมเสนน้ำ และยาดมพีเป๊กซ์

ในฐานะทายาทรุ่นที่ 4 ของธุรกิจยาดมสมุนไพรระดับตำนาน ดร.ณัฐพงศ์กำลังขับเคลื่อนแบรนด์ให้อยู่บนเส้นทางที่ยั่งยืน ด้วยแนวคิดธุรกิจที่ไม่เพียงเน้นคุณภาพ แต่ยังยึดมั่นในความบริสุทธิ์ ความซื่อสัตย์ และความเป็นธรรมในทุกขั้นตอน

จากธุรกิจครอบครัวที่เริ่มต้นจากสมุนไพรธรรมชาติ สู่ผลิตภัณฑ์ที่คนไทยรู้จักกันดี วันนี้ ดร.ณัฐพงศ์ กำลังพาแบรนด์สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยไม่ทิ้งหัวใจสำคัญของธุรกิจดั้งเดิม พร้อมภารกิจใหม่ ทำให้ “ของดี” เข้าถึงได้สำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่ผู้มีกำลังซื้อ

สำหรับ โป๊ยเซียน แบรนด์ยาดมสมุนไพรที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 8 ทศวรรษ เริ่มต้นในปี พ.ศ. 2479 จากร้านขายยาสมุนไพรของชาวจีนแต้จิ๋วในย่านเยาวราช โดยเน้นผลิตยาแผนโบราณหลากหลายประเภท ปัจจุบันแบรนด์มีอายุกว่า 89 ปี และกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ “คนรุ่นใหม่” กับการส่งไม้ต่อให้เจเนอเรชันที่ 4 ร่วมขับเคลื่อนแบรนด์สู่อนาคตอย่างยั่งยืน

ด้านผลประกอบการของบริษัทก็สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 967.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 1,087.53 ล้านบาท ในปี 2566 และแตะ 1,155.37 ล้านบาท ในปี 2567 ขณะที่ กำไรสุทธิ เพิ่มจาก 378.76 ล้านบาท ในปี 2565 เป็น 509.77 ล้านบาท ในปี 2566 และ 530.91 ล้านบาท ในปี 2567 สะท้อนการเติบโตอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของความซื่อสัตย์และความไว้วางใจจากผู้บริโภค

เส้นทางชีวิต…จากสายวิชาการสู่โลกธุรกิจสมุนไพร

แม้เส้นทางชีวิตของ ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์ อาจไม่ได้เริ่มต้นจากสายธุรกิจโดยตรง แต่ปัจจุบันเขาคือหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของบริษัท โกลด์ มิ้นท์ โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรแบรนด์ “โป๊ยเซียน” โดยเข้าร่วมงานตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565 ในตำแหน่ง กรรมการและที่ปรึกษาฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์

เส้นทางการศึกษาของเขานั้นน่าสนใจไม่น้อย เพราะเต็มไปด้วยความหลากหลาย ตั้งแต่ด้านภาษา ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงนิเทศศาสตร์ และเภสัชศาสตร์ โดยเขาเป็นผู้ที่คว้าปริญญาตรีถึง 3 ใบ ได้แก่

  • ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์ท่องเที่ยว (เอก) และภาษาไทย (โท) เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง ม.รามคำแหง
  • เภสัชศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาสื่อสารมวลชน ม.รามคำแหง

ต่อเนื่องด้วยระดับปริญญาโท นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต และปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขานิเทศศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

ก่อนเข้ามาร่วมงานกับโป๊ยเซียน ดร.ณัฐพงศ์ผ่านประสบการณ์หลากหลาย ทั้งในฐานะติวเตอร์และวิทยากรพิเศษด้านภาษาไทยและสังคมศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม พิธีกร และผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์

คุณธรรม ความบริสุทธิ์ และความเป็นธรรมคือหัวใจของการผลิต

“ผมคิดว่าถ้าเราอยู่บนพื้นฐานของการสร้างสิ่งที่ดี ผ่านกระบวนการที่ถูกต้องและบริสุทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ กระบวนการผลิต หรือคนที่มีส่วนร่วม เราก็ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้เหมือนกับคนอื่นที่อาจไม่ได้ยืนอยู่บนมาตรฐานเดียวกัน”

ดร.ณัฐพงศ์ เน้นย้ำว่า “ความบริสุทธิ์” ไม่ใช่แค่เรื่องของวัตถุดิบ แต่ยังหมายถึง “ความตั้งใจ” และ “ความจริงใจ” ที่ผู้ผลิตมีให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคมีความคาดหวังสูงขึ้นมาก เขายืนยันว่า “ทุกคนควรมีสิทธิ์ในการบริโภคสินค้าที่ดีที่สุด โดยไม่จำกัดเฉพาะคนที่มีกำลังซื้อ”

“คุณภาพดีอย่างเดียวไม่พอ ถ้าคนไทยไม่ได้มีโอกาสบริโภคสิ่งที่ดีที่สุด เราก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเป้าหมายของเราคือการทำให้คนไทยได้บริโภคสิ่งที่ดีอย่างเสมอภาค ไม่ใช่แค่บางกลุ่มเท่านั้น”

ไม่ใช่แค่ “ดี” แต่ต้อง “เข้าถึงได้” อย่างเสมอภาค

เขากล่าวว่า การจะรักษาคุณภาพในระยะยาว ไม่สามารถทำได้ด้วยการ “บอก” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องลงมือทำและตรวจสอบทุกกระบวนการอย่างเข้มงวด โดยบริษัทของเขามีการตรวจสอบมาตรฐานทั้งในระดับวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และผลลัพธ์ที่ผู้บริโภคสัมผัสได้จริง

“ทุกกระบวนการต้องได้รับการรับรอง และต้องมีทีมงานที่ลงไปตรวจสอบจริงในทุกขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าของเรามีคุณภาพ และที่สำคัญที่สุดคือ เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิต”

 

บทเรียนจากครอบครัว และจุดเริ่มต้นสู่ผู้นำรุ่นใหม่

ในฐานะผู้บริหารที่เข้ารับตำแหน่งตั้งแต่ปี 2561 ดร.ณัฐพงศ์ยอมรับว่า ช่วงเริ่มต้นเป็นความท้าทายไม่น้อย โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค เพราะในตอนนั้น “ยาดมโป๊ยเซียน” ยังไม่ได้เป็นที่รู้จักในโซเชียลอย่างแพร่หลายเหมือนปัจจุบัน

“เราต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าสินค้าของเรามีคุณภาพดีจริง ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ แต่คือของจริงที่คนไทยได้ใช้และรู้สึกถึงประโยชน์จากมัน”

ส่วนเบื้องหลังแนวทางการบริหาร ดร.ณัฐพงศ์ เล่าว่า เขาได้รับคำสอนจากครอบครัวที่ปลูกฝังแนวคิดด้านความซื่อสัตย์สุจริต และการยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งกลายเป็นแนวทางสำคัญของการบริหารองค์กรจนถึงทุกวันนี้

“ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การบริการ หรือการบริหารจัดการ เราต้องยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรมเป็นหลัก”

เมื่อพูดถึงความแตกต่างในการบริหารระหว่าง “ผู้ผลิต” และ “ผู้บริโภค” ดร.ณัฐพงศ์ย้ำว่า ทั้งสองฝ่ายมีมุมมองต่างกัน ผู้ผลิตต้องการความยั่งยืนและกำไร ขณะที่ผู้บริโภคมองหาคุณภาพที่ดี ราคาที่เหมาะสม และการบริการที่จริงใจ

“หัวใจสำคัญคือการทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจและเชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำ เพราะสุดท้ายแล้วเราต้องการให้ทุกคนได้บริโภคสิ่งที่ดี และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความยั่งยืนนี้ไปด้วยกัน”

วิสัยทัศน์สู่อนาคต: เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในและต่างประเทศ

ในมุมมองของเขา อนาคตของธุรกิจในอีก 5-10 ปีข้างหน้าจะยังคงเดินหน้าอย่างมั่นคงบนรากฐานของคุณภาพ และการขยายตลาดไปยังต่างประเทศมากขึ้น โดยไม่ทิ้งหัวใจหลัก คือ “คุณภาพชีวิตของคนไทย”

“ผมเชื่อว่า ถ้าเราทำสิ่งที่ดีและมีประโยชน์ต่อผู้บริโภคจริง ๆ ความยั่งยืนจะตามมาเอง และเราจะได้รับผลตอบแทนกลับมามากกว่าเดิม”

ข้อคิดถึงผู้ประกอบการรุ่นใหม่

ดร.ณัฐพงศ์ฝากถึงผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่อยากสร้างธุรกิจให้ยั่งยืนว่า ต้องมีความมุ่งมั่น ความซื่อสัตย์สุจริต รู้จักปรับตัว และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค

“คุณต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง และต้องไม่ยอมแพ้ ยิ่งถ้าคุณมีเป้าหมายที่อยากให้ผู้บริโภคได้รับสิ่งที่ดีที่สุด นั่นแหละคือเส้นทางสู่ความยั่งยืนที่แท้จริง”

ในยุคที่ “คุณภาพ” ไม่ใช่แค่เรื่องของสินค้า แต่รวมถึง “คุณค่าที่ผู้บริโภครู้สึกได้” ยาดมโป๊ยเซียนในมือของทายาทรุ่นที่ 4 กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า ความตั้งใจที่บริสุทธิ์ และคุณธรรมทางธุรกิจ คือสิ่งที่ไม่มีวันล้าสมัย

ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์