Skip to content

แสนสิริ สร้างสุขยั่งยืน เปิดตัว valles HAUS บ้านแวดล้อมดี

19 ต.ค. 2568 | 16:19น.
แสนสิริ สร้างสุขยั่งยืน เปิดตัว valles HAUS บ้านแวดล้อมดี

ท่ามกลางแรงกดดันจากปัญหาโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ผสานแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม จึงไม่ใช่ “ทางเลือก” อีกต่อไป แต่กลายเป็น “กลยุทธ์อยู่รอด” ของธุรกิจท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลก

ล่าสุด “แสนสิริ” ประกาศเดินหน้าขับเคลื่อน Sansiri Sustainable Design อย่างจริงจัง ผ่านการต่อยอดบ้านต้นแบบนวัตกรรมยั่งยืนสู่โครงการกว่า 25 แห่งทั้งบ้านและคอนโดฯ พร้อมเปิดตัวโครงการใหม่ “valles HAUS” (วาลเลส เฮาส์) ที่สะท้อนการยกระดับอุตสาหกรรมอสังหาฯไทยไปสู่มาตรฐานใหม่ในเวทีโลก

แสนสิริมองว่า ความยั่งยืนต้องเริ่มจากต้นน้ำ ด้วยการออกแบบที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต โดยหัวใจสำคัญของ Sansiri Sustainable Design อยู่ที่การผสานนวัตกรรมเข้ากับธรรมชาติเพื่อสร้างบ้านที่ช่วยลดการใช้พลังงาน ใช้วัสดุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนสุขภาพกายใจของผู้อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน

แคมเปญ “Sustainable Happiness : สร้างสุขที่ยั่งยืน” จึงถูกวางเป็นเครื่องมือสื่อสาร เพื่อชูภาพลักษณ์ใหม่ของการอยู่อาศัย ที่ไม่ใช่แค่ “มีบ้าน” แต่คือ “การใช้ชีวิต” ที่เชื่อมโยงกับโลกและสุขภาวะระยะยาว

พีร์ โปษยานนท์ เปิดเผยถึงการออกแบบที่ยั่งยืนว่า ในวันนี้ คำว่ายั่งยืนไม่ได้หมายถึงเพียงการใช้วัสดุรักษ์โลก หรือการลดพลังงานเท่านั้น แต่มีความหมายที่ครอบคลุมและลึกซึ้งกว่านั้น เพราะความยั่งยืนต้องอยู่คู่กับธรรมชาติและโลกใบนี้ ปรัชญาของแสนสิริ คือ

“เราไม่ได้แค่สร้างบ้าน แต่เราต้องการสร้างชีวิตที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัย และในมุมมองของผู้ออกแบบต้องตระหนักถึงสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ สภาพแวดล้อม หรือบริบททางสังคมทั้งหมด”

โดยมี Green Architecture & Design เป็นหัวใจสำคัญ เริ่มต้นจากการมองลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ศึกษาไลฟ์สไตล์ ความต้องการของการใช้ชีวิตในแต่ละพื้นที่ และพัฒนาให้เหมาะสมกับลูกค้ากลุ่มนั้น ๆ ผสานเข้ากับการออกแบบที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

เพราะคุณภาพชีวิตและความสุขของผู้อยู่อาศัยต้องสอดคล้องไปกับการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และธรรมชาติก็ต้องดีไปพร้อมกับเรา การออกแบบจึงต้องตระหนักถึงการลดการใช้พลังงาน ลดการสร้างขยะ และลดการปล่อยคาร์บอน เป็นสำคัญ

พีร์กล่าวต่อว่า แสนสิริได้ต่อยอด Sansiri Sustainable Design โดยร่วมมือกับพันธมิตรคู่ค้ามากกว่า 18 ราย ในการพัฒนา Home Prototype 1 ซึ่งถือเป็นบ้านต้นแบบคาร์บอนต่ำ เพื่อปูทางสู่อนาคตที่อยู่อาศัยยั่งยืน โดยยึดแกนหลัก 4 ด้าน ได้แก่ นวัตกรรมบ้านเย็นสู้โลกร้อน (Cooliving Design), ประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรสูงสุด (Resource Efficiency), ใช้วัสดุรักษ์โลก ลดคาร์บอน (Green Materials), ออกแบบเพื่อสุขภาพและสุขภาวะที่ดี (Health & Well-being Design)

“เรื่องของความยั่งยืนไม่ใช่สิ่งไกลตัวอีกต่อไป ทุกคนกำลังสัมผัสอยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะอากาศร้อนจัด ฝุ่นละอองเพิ่มขึ้น หรือฝนตกผิดฤดูกาล สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลมาจากฝีมือมนุษย์ที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ แต่ไม่ได้ดูแลมัน และในที่สุดเรากับลูกหลานก็ต้องเผชิญผลกระทบเหล่านี้ร่วมกัน”

การบรรลุ Net Zero อาจดูเหมือนเป็นเป้าหมายใหญ่ขององค์กร แต่หากมองในระยะยาวแล้ว การลดคาร์บอนคือเป้าหมายร่วมของคนทั้งโลก ไม่ใช่สิ่งที่ใครคนเดียวจะทำได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกคน

สำหรับโครงการใหม่อย่าง วาลเลส เฮาส์ ได้ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย โดยสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ มีพื้นที่รองรับสัตว์เลี้ยง และยังเสริมองค์ประกอบด้าน Well-being ด้วยระบบกรองอากาศและแนวคิดบาลานซ์ที่ผสมผสานลงไปในแต่ละโครงการ

การออกแบบจึงมีความแตกต่างกันไปตามลักษณะของโครงการ โดยยังควบคุมราคาให้สอดคล้องกับเป้าหมายและความต้องการของตลาด สิ่งสำคัญคือการวางผังที่คำนึงถึงการอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ เพิ่มพื้นที่สีเขียวมากกว่าโครงการทั่วไป ซึ่งช่วยให้ประหยัดพลังงานและลดการใช้เครื่องปรับอากาศ

ขณะเดียวกันยังมีการนำระบบต่าง ๆ ที่พัฒนาจาก Home Prototype 1 เช่น ระบบกรองอากาศ กระจกตัดแสง และโซลาร์เซลล์ มาประยุกต์ใช้ในโครงการต่าง ๆ ให้เหมาะสมตามบริบท

สำหรับคอนโดมิเนียมก็มีการส่งเสริมให้ลูกบ้านแยกขยะ ลดของเสีย และมีนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ในรูปแบบที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตแนวดิ่ง

ด้าน อิทธิกร วงศ์ศรีศุภกุล กล่าวเสริมว่า แสนสิริเห็นถึงกระบวนการทำ ESG ที่แท้จริง โดยมุ่งมั่นสู่เป้าหมาย Net Zero ผ่านการพัฒนาองค์กรและผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง จนมาถึงการสร้าง Sustainable Design เพื่อให้ลูกบ้านทุกคนได้เป็นส่วนหนึ่งของความยั่งยืน

การพัฒนาทุกโครงการจึงยึดแกนของการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และมุ่งไปสู่ Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในบ้านและคอนโดฯ เพราะบ้านไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัย แต่ต้องเป็นที่ที่อยู่แล้วสุขกายสุขใจ ยั่งยืนได้ในระยะยาว และสอดรับกับเทรนด์ Well-being ที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น

ปัจจุบัน Sansiri Sustainable Design ถูกนำไปใช้ในโครงการกว่า 25 แห่ง ครอบคลุมทั้งแนวราบและแนวดิ่ง ตั้งแต่เศรษฐสิริ, เดอะ เบส ดีคอนโด, ไวด์เด็น บาย แสนสิริ ไปจนถึงโครงการใหม่อย่าง วาลเลส เฮาส์ โดยจะขยายต่อไปครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ของตลาด เพื่อให้ลูกบ้านทุกกลุ่มเข้าถึงการอยู่อาศัยที่ยั่งยืน

ปิดท้ายด้วย มะนาว-ศรศิลป์ มณีวรรณ์ KOL รุ่นใหม่สาย Healthy ได้สะท้อนมุมมองของผู้บริโภครุ่นใหม่ว่า บ้านคือปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพโดยตรง ตั้งแต่อากาศถ่ายเท พื้นที่สีเขียว ไปจนถึงสิ่งแวดล้อมรอบบ้าน ซึ่งการเลือกโครงการที่ใส่ใจเรื่องเหล่านี้ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ลดปัญหาภูมิแพ้ และส่งเสริมสุขภาวะที่ดีในระยะยาว

พร้อมย้ำว่า สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการได้เห็นพื้นที่สีเขียว ออกกำลังกาย หรือมีนวัตกรรมเสริม เช่น ระบบกรองอากาศและโซลาร์เซลล์ ล้วนช่วยให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นทั้งกายและใจ และเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลโลกไปพร้อมกัน

valles HAUS (วาลเลส เฮาส์) ตั้งอยู่บนทำเลที่ดีที่สุดใน T77 Community คอมมิวนิตี้ต้นแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีที่ช่วยเติมเต็มชีวิตทุกด้าน รองรับทุกไลฟ์สไตล์ ตอบโจทย์ทั้งคนรุ่นใหม่ กลุ่มคนรักสุขภาพและคนที่ชอบการใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ

โดยมาพร้อมกับสังคมคุณภาพ ทั้งโรงเรียนนานาชาติ Bangkok Prep, คอมมิวนิตี้ มอลล์ฮาบิโตะ, Dental Hospital และร้านกาแฟ BEANS Coffee Roaster ทำเลศักยภาพหายากใจกลางกรุงเทพฯ ใกล้กับ BTS และทางด่วน และไม่ไกลจากย่านไลฟ์สไตล์ อย่างเอกมัย ทองหล่อ ราคาเริ่มต้น 4.69 ล้านบาท

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แสนสิริ