สภาคองเกรสสหรัฐเปิดสอบ “Starlink” ของอีลอน มัสก์ พัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์เมียนมา “เป็นเรื่องน่ารังเกียจ”
ประเด็นร้อนระดับโลกอีกครั้ง เมื่อสภาคองเกรสสหรัฐเปิดการสอบสวนบริษัท Starlink เครือข่ายอินเทอร์เน็ตดาวเทียม SpaceX ของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) หลังมีรายงานว่าเทคโนโลยีนี้อาจถูกนำไปใช้ใน “ศูนย์หลอกลวง” หรือ Scam Centers ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา
สื่อนอกเปิดเผยว่า บรรดาศูนย์ต้มตุ๋นรอบเมืองเมียวดี ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมียนมา ได้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตจาก Starlink อย่างกว้างขวาง เพื่อหลอกเหยื่อทั่วโลกและกอบโกยเงินหลายพันล้านดอลลาร์
ภาพถ่ายดาวเทียมและโดรนชี้ชัด ภายในคอมพาวนด์ขนาดใหญ่ที่มีรั้วลวดหนามและระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา มีจานรับสัญญาณของ Starlink ปรากฏอยู่เต็มพื้นที่
คณะกรรมาธิการร่วมด้านเศรษฐกิจของสภาคองเกรส (U.S. Congress Joint Economic Committee) ยืนยันว่าได้เริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการ เพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่าง Starlink กับศูนย์ต้มตุ๋นในเมียนมา และมีอำนาจเรียกตัว “มัสก์” มาให้ปากคำได้โดยตรง
ขณะที่บริษัทแม่ SpaceX ยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต่อข้อกล่าวหานี้
ก่อนหน้านี้ จีน ไทย และเมียนมา เคยร่วมกันบุกกวาดล้างศูนย์หลอกลวงในพื้นที่ชายแดนเมียนมาเมื่อช่วงต้นปี ส่งผลให้มีผู้ถูกปล่อยตัวกว่า 7,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์และถูกบังคับใช้แรงงานในคอลเซ็นเตอร์
แต่แม้จะมีการกวาดล้าง ข้อมูลจาก APNIC (Asian Pacific Network Information Centre) กลับพบว่า “Starlink” กลายเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ที่สุดของเมียนมาในเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น
จับภาพดาวเทียมได้ คอมพาวนด์ใหม่ผุด
สื่อนอกระบุเพิ่มเติมว่า ระหว่างเดือนมีนาคม-กันยายนที่ผ่านมา มีการก่อสร้างคอมพาวนด์ใหม่จำนวนมากในพื้นที่ KK Park (เคเคพาร์ก) และ Shwe Kokko (ชเวโก๊กโก่) ซึ่งเป็นจุดร้อนของแก๊งหลอกลวง โดยพบอุปกรณ์ Starlink ถูกติดตั้งอย่างแพร่หลาย
คองเกรสกดดัน “มัสก์” ให้หยุดบริการ
วุฒิสมาชิกแม็กกี้ ฮัสซัน (Maggie Hassan) จากพรรคเดโมแครต เรียกร้องให้มัสก์ยุติการให้บริการ Starlink กับกลุ่มอาชญากรรมเหล่านี้โดยทันที
“คนส่วนใหญ่อาจจะแค่รำคาญข้อความหรือสาย โทร.หลอกลวง แต่ใครจะรู้เลยว่าเบื้องหลังนั้นคือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ที่ใช้อินเทอร์เน็ตของ Starlink เป็นเครื่องมือก่ออาชญากรรม”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Starlink ถูกตั้งคำถาม หากย้อนกลับไปเมื่อเดือนกรกฎาคม ฮัสซันเคยส่งจดหมายถึงมัสก์มาแล้ว ขอให้ระงับการให้บริการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังมีรายงานจากกระทรวงการคลังสหรัฐ ว่ากลุ่มมิจฉาชีพในภูมิภาคนี้โกงเงินชาวอเมริกันไปหลายพันล้านดอลลาร์
“น่ารังเกียจสิ้นดีที่บริษัทสัญชาติอเมริกันกลับเป็นฟันเฟืองให้การค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้เกิดขึ้นได้” เอริน เวสต์ (Erin West) อดีตอัยการจากรัฐแคลิฟอร์เนียกล่าวเสริม