UIH ลงทุน R&D เพิ่มเท่าตัว ทุ่ม 200 ล้านเสิร์ฟโซลูชั่นดิจิทัล AI big data บล็อกเชนให้ลูกค้า พร้อมขยับเจาะ SMEs พลิกโฉมจากแค่ให้บริการโครงข่าย ปักธงธุรกิจใหม่ดันรายได้เพิ่ม 10% ทุกปี
นายสันติ เมธาวิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด (UIH) ในกลุ่มบริษัท เบญจจินดา โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า เดิมบริษัทเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งมีจุดแข็งด้านอินฟราสตรักเจอร์ โดยเฉพาะโครงข่ายไฟเบอร์ระดับเทราบิตของ UIH พัฒนาบนเทคโนโลยี DWDM (dense wavelength division multiplexing) ที่ทันสมัยที่สุด แต่ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาได้ประกาศวิสัยทัศน์ชัดเจนที่จะเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายและดิจิทัลโซลูชั่น (digital infrastructure and solution provider) รองรับความต้องการของลูกค้าองค์กรที่มีกว่า 3,000 รายในปัจจุบัน
โดยล่าสุดได้ใช้งบประมาณกว่า 200 ล้านบาทในการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลโซลูชั่น U-smart ที่จะช่วยทรานส์ฟอร์มการทำงานขององค์กรให้ก้าวไปสู่ยุคดิจิทัลได้ง่ายขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีคลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelli-gence : AI) บิ๊กดาต้า (big data) เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของลูกค้า ทั้งลดต้นทุนและสร้างโอกาสธุรกิจใหม่ ๆ ซึ่งจะมีทั้งระบบรองรับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้านภาษี (smart tax) ระบบจัดการทรัพยากรบุคคล (smart people)
รวมไปถึงโซเชียลแพลตฟอร์มที่จะนำ LINE chat bot บริการแชตแพลตฟอร์มบน LINE official account application ที่จะนำแชตบอตมาประยุกต์ใช้เพื่อการสื่อสารทางการตลาด ทั้งในส่วนของคอลเซ็นเตอร์ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ โลจิสติกส์ ด้วยการตอบคำถามลูกค้าอัตโนมัติ การให้ข้อมูลสินค้าใช้ data analytics เพื่อวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า
ทั้งในปลายไตรมาส 3 จะเปิดให้บริการอินเทอร์เน็ตออฟทิงส์ (IOT) แพลตฟอร์ม โดยมุ่งเจาะกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมและการผลิตเพื่อสนับสนุนการสร้างระบบโรงงานอัจฉริยะ และในเร็ว ๆ นี้จะเริ่มนำบล็อกเชนโซลูชั่นที่ได้พัฒนาขึ้นมาให้บริการลูกค้า
“UIH ขยายธุรกิจเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ในเมื่อเรามีลูกค้าในมือกว่า 3,000 รายอยู่แล้ว ซึ่งมั่นใจว่า ไม่ได้ขยับสู่ธุรกิจนี้ช้าไป เพราะทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับจังหวะความต้องการของลูกค้า เพื่อให้มีโอกาสที่จะเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าของเรา จุดนี้ถือเป็นจังหวะที่เหมาะสม ซึ่งในแง่จำนวนลูกค้าใหม่หลังขยายธุรกิจอาจจะไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก เพราะเน้นตอบสนองลูกค้าเดิมที่ตื่นตัวกับการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลอย่างมาก แต่ก็จะขยายไปสู่กลุ่ม SMEs และสตาร์ตอัพเพิ่มขึ้น เพื่อให้เขารับรู้ว่า UIH มีบริการแบบนี้ซึ่งเป็น as a service จ่ายเท่าที่ใช้”
ขณะเดียวกันมั่นใจว่าด้วยธุรกิจใหม่ซึ่งยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก จากที่ผ่านมามีการเติบโตถึง 100% จึงจะช่วยผลักดันให้รายได้เพิ่มขึ้นราว 10% ทุกปี จากปีที่แล้วที่มีรายได้รวมราว 3,000 ล้านบาท และโครงสร้างรายได้ของบริษัทจะถูกปรับให้เข้าสู่ภาวะสมดุล จากเดิมที่ 75% มาจากบริการโครงข่าย มาอยู่ในสัดส่วน 50% เท่ากับรายได้จากธุรกิจใหม่ในปี 2563 ดังนั้นเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ บริษัทจะให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนามากขึ้น เพื่อหาโซลูชั่นบริการใหม่ ๆ ให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ได้เพิ่มงบประมาณส่วนนี้เป็นเท่าตัว นอกเหนือจากงบฯลงทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ 200 ล้านบาท