แก้วจันทร์ สุระพิน
หลาย ๆ คนที่เคยมาเดินเที่ยวในงานอีเวนต์ภายในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คงได้เพลิดเพลินไปกับพื้นที่ และบรรยากาศดี ๆ แต่ “แก้วจันทร์ สุระพิน” มาเดินแล้ว กลับมองเห็นโอกาสในทำเลทองแห่งนี้ จนเกิดเป็นร้านแกงกะหรี่น่ารัก ๆ ที่ชื่อว่า “Mikura Curry”
เธอเล่าให้ “ประชาชาติธุรกิจ” ฟังว่า พื้นเพเดิมเป็นคนจังหวัดสระแก้ว ทำสวนผลไม้ และรู้สึกว่า การมีรายได้ทางเดียวนั้นไม่พอ เธอมีความฝันที่อยากจะเปิดร้านอาหาร เพราะเป็นธุรกิจปัจจัยสี่ที่ทุกคนต้องกิน เมื่อมีโอกาสมาเดินเที่ยวที่ศูนย์สิริกิติ์ เลยปิ๊งไอเดีย
“ที่นี่คนเยอะมากและอยู่ใจกลางเมือง ติดรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ แก้วคิดในหัวตอนนั้นเลยว่า ต้องเปิดร้านใหม่ในฝันที่นี่” เธอบอก
จากนั้น “แก้วจันทร์” ได้ติดต่อทางศูนย์สิริกิติ์ ก่อนที่เธอจะได้รับคำแนะนำจากผู้บริหารศูนย์ว่า ถ้าจะลงทุนเปิดร้านใหม่ ขอให้เป็นร้านอาหารที่ให้บริการลูกค้าได้ในทุกเพศทุกวัย เอาแบบกินได้ ขายง่าย น่าจะเหมาะกับทำเลและกลุ่มลูกค้าทั่วไป

“แก้วเลยเลือกแกงกะหรี่ เพราะคิดว่าเป็นอาหารที่คนไทยและคนต่างชาติรู้จักมักคุ้นกันดี แล้วลูกค้าที่นี่ส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาวทำงานออฟฟิศ เป็นผู้บริหารที่มาติดต่อ ประชุม หรือร่วมงานอีเวนต์ใหญ่ ๆ อีกทั้งลูกค้าที่มาเดินในศูนย์ประชุมต่างมีเวลาจำกัด อาหารที่เสิร์ฟต้องไวและมีคุณภาพ”
เธอเล่ารายละเอียดว่า “สำหรับสูตรอาหารนั้นได้มาจากเชฟรายการเชฟกระทะเหล็ก โดยนำมาต่อยอดและปรับสูตรเล็กน้อยจนออกมาเป็นอาหารที่ถูกปากถูกใจลูกค้า”
“การทำร้านอาหารถือว่ายากที่สุดในชีวิตที่เคยทำมา ไม่ใช่แค่เราเปิดได้ แต่ต้องลงมือทำเอง แก้วทำเองทุกอย่าง เตรียมวัตถุดิบ เลือกซื้อของ ปรุงเอง เพื่อเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เวลาเจอปัญหาอะไร จะได้รู้จริงและแก้ปัญหาได้ตรงจุด”
ขึ้นชื่อว่าอาหาร รสชาติต้องอร่อย และมีคุณภาพมาตรฐานด้วยวัตถุดิบสดใหม่ ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายของสาวเจ้าของร้านนี้

นอกจากลงเงินลงทุนแล้ว เธอย้ำว่า ยังทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจให้กับอาหารที่ทำและการบริการในร้านใหม่แห่งนี้ด้วย โดยพยายามเรียนรู้งานทุกขั้นตอน ในฐานะผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่เคยทำธุรกิจร้านอาหารมาเลย จนรู้ลึกรู้จริงทุกขั้นตอน
“แก้วนั่งดูลูกค้าว่า มีปัญหาอะไรบ้าง ถ้าลูกค้ากินไม่หมด จะถามสาเหตุ แล้วดูว่าลูกค้ากลุ่มไหนชอบอะไร แก้วจะปรับให้ทันที พร้อมสอนลูกน้องให้รับฟังคอมเมนต์จากลูกค้าด้วย”
หลังเปิดให้บริการมา 2 ปี ถือว่าน่าพอใจ เพราะลูกค้าเข้ามาใช้บริการหมุนเวียนตลอดเวลา
“ด้วยมาตรฐานทั้งอาหารและบริการ ทำให้ได้รับการตอบรับ จากประสบการณ์ที่ทำมาระยะหนึ่ง แก้วบอกได้เลยว่า สิ่งที่ยากที่สุดในการทำร้านอาหาร คือ การควบคุมคุณภาพให้เป๊ะทุกครั้งทุกจาน”
“เสน่ห์ของร้านอาหาร แก้วว่าคือการใส่ใจและจริงใจต่อลูกค้า เราอยากได้อาหารที่ดีแบบไหน ลูกค้าก็คงอยากได้แบบนั้น ใจเขาใจเรา”

สำหรับเมนูขายดีของร้าน Mikura Curry คือข้าวแกงกะหรี่หมูทงคัสซึไข่ข้น และข้าวหน้าแกงกะหรี่กุ้งเทมปุระราดชีส
นอกจากนี้ ยังมีเมนูอื่น ๆ ที่เสิร์ฟออกอยู่ตลอดเวลา อาจเป็นเพราะหน้าตาดูดี รสชาติใช้ได้
ที่สำคัญ ยังเป็นร้านที่ “ไม่หวงข้าวและเครื่องเคียง” เพราะทางร้านใจป้ำให้ลูกค้าเติมข้าวได้ไม่อั้น ตอนนี้มีสาขาเดียวที่ศูนย์สิริกิติ์ ชั้น LG หน้า HALL 8 เปิดให้บริการทุกวัน 09.30-20.00 น.

ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ แม้ไม่เคยจับธุรกิจด้านนี้มาก่อน Mikura Curry ก้าวมาได้ถึงจุดนี้ก็ดีใจ และอยากให้ธุรกิจเติบโตแข็งแรงแบบยั่งยืน
“ถ้าเราเลือกทำร้านอาหารแล้วก็ต้องทุ่มเทให้เวลาจริงจัง เพื่อสร้างมาตรฐานให้เป็นบรรทัดฐาน และทำให้ลูกค้าเห็นว่า เราให้สิ่งที่ดีที่สุดกับเขา ลูกค้าจะตอบรับกลับมาเอง” แก้วจันทร์สรุปบทสุดท้าย