นับเป็นเหตุการณ์สำคัญของประเทศไทยในปี 2568 เมื่อสำนักพระราชวัง ออกประกาศ เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 เวลา 21.21 น. ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย นำมาซึ่งความโศกเศร้าของพสกนิกรไทยทั่วประเทศ
ทั้งนี้ ในการพระราชพิธีพระบรมศพ จะมีคำที่ได้ยินบ่อยครั้งเกี่ยวกับการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ ทั้งคำว่า “สัตตมวาร” “ปัณรสมวาร” “ปัญญาสมวาร” และ “สตมวาร”
สำหรับทั้ง 4 คำดังกล่าว มีความหมายที่เหมือนกัน คือ การทำบุญอุทิศแก่ผู้ล่วงลับ แต่ความต่างคือ เป็นคำที่ใช้ในการเรียกวาระสำคัญของการบำเพ็ญพระราชกุศล โดยแต่ละคำ มีความหมายดังนี้
1. สัตมวาร/สัตตมวาร (สัด-ตะ-มะ-วาน) – วันที่ครบ 7, การบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 7 วันในการเสด็จสวรรคต
2. ปัณรสมวาร (ปัน-นะ-ระ-สะ-มะ-วาน) – วันที่ครบ 15, การบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วันในการเสด็จสวรรคต
3. ปัญญาสมวาร (ปัน-ยา-สะ-มะ-วาน)/ปัณณาสมวาร (ปัน-นา-สะ-มะ-วาน) – วันที่ครบ 50, การบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 50 วันในการเสด็จสวรรคต
4. สตมวาร (สะ-ตะ-มะ-วาน) – วันที่ครบ 100, การบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วันในการเสด็จสวรรคต
หากเป็นภาษาสามัญ ภาษาทั่วไป คือ การทำบุญครบ 7 วัน, ครบ 15 วัน, ครบ 50 วัน และครบ 100 วัน ซึ่งโดยทั่วไป จะทำบุญเพื่ออุทิศแก่ผู้ล่วงลับครบ 7 วัน 50 วัน และ 100 วัน
ข้อมูลจาก : คำศัพท์ที่เกี่ยวเนื่องกับงานพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (กระทรวงวัฒนธรรม โดย กรมศิลปากร), www.thwil.com
มหาเถรสมาคม กำหนดแนวทางประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล
เมื่อวันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม 2568 สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เผยแพร่ มติมหาเถรสมาคม ที่ พิเศษ 7/2568 เรื่อง แนวทางการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีใจความดังนี้
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ พศ 0007/ว332 ลงวันที่ 25 ตุลาคม 2568 แจ้งว่า ตามประกาศสำนักพระราชวัง ว่า ตามที่คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปประทับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน พุทธศักราช 2562 เพื่อติดตามพระอาการทางระบบต่าง ๆ ความทราบทั่วกันแล้วนั้น ในช่วงที่ประทับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระประชวรหลายครั้ง และคณะแพทย์ตรวจพบความผิดปกติทางระบบต่าง ๆ ทำให้คณะแพทย์ต้องถวายการรักษาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระประชวรจากภาวะติดเชื้อในกระแสพระโลหิต
แม้ว่าคณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่าง สุดความสามารถแล้ว แต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับถึงวันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 เวลา 21 นาฬิกา 21 นาที เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ 93
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวัง จัดการพระบรมศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าทูลละอองธุลีพระบาทในพระราชสำนักไว้ทุกข์ถวาย มีกำหนด 1 ปีตั้งแต่วันสวรรคตเป็นต้นไป
เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงขออนุญาตเสนอเป็นเรื่องเวียนเพื่อขอความเห็นชอบ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ทำหนังสือเวียนกรรมการมหาเถรสมาคมเป็นรายรูปแล้ว ทุกรูปเห็นชอบและมีมติให้คณะสงฆ์ วัดทุกวัดทั่วราชอาณาจักรและวัดไทยในต่างประเทศ ดำเนินการดังนี้
1. จัดโต๊ะหมู่บูชาประดิษฐานพระฉายาลักษณ์ หรือพระสาทิสลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมตั้งเครื่องราชสักการะ ประกอบด้วยเครื่องทองน้อย 1 สำรับ หรือกระถางธูป ปักธูปหาง 3 ดอก เชิงเทียน 1 คู่ ก็ได้ ตามบริบทที่วัดสามารถจัดหาได้ พร้อมพุ่มดอกไม้และแจกันดอกไม้ตามความเหมาะสม ภายในพระอุโบสถหรืออุโบสถ หรือสถานที่บำเพ็ญกุศลซึ่งสมพระเกียรติภายในวัด และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถวายบังคม
2. ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระพุทธมนต์ หรือสวดพระอภิธรรม อุทิศถวายพระราชกุศล ตามเวลาที่เหมาะสมของแต่ละวัดและชุมชน ประจำทุกวันเป็นเวลา 30 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป
3. ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานอุทิศถวายพระราชกุศล เมื่อเสด็จสวรรคตครบสัตตมวาร (7 วัน) ในวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ปัณรสมวาร (15 วัน) ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ปัญญาสมวาร (50 วัน) ในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 และสตมวาร (100 วัน) ในวันที่ 31 มกราคม 2569
ด้วยการบำเพ็ญกุศลต่าง ๆ ตามบริบทที่เหมาะสมของแต่ละวัดและชุมชน เช่น การทำบุญตักบาตร การแสดงพระธรรมเทศนา การสวดพระพุทธมนต์และถวายภัตตาหารเช้าหรือเพล การสวดพระพุทธมนต์ และถวายวัตถุปัจจัยสังฆทานในเวลาบ่ายหรือเย็น การสวดมาติกา-สดับปกรณ์พระฉายาลักษณ์หรือพระสาทิสลักษณ์ เป็นต้น
4. ให้สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดจัดกิจกรรมปฏิบัติธรรมถวายพระราชกุศลเป็นกรณีพิเศษ เมื่อเสด็จสวรรคตครบสัตตมวาร (7 วัน) ปัณรสมวาร (15 วัน) ปัญญาสมวาร (50 วัน) และสตมวาร (100 วัน)
5. ให้คณะสงฆ์เจริญจิตตภาวนาเพื่ออุทิศถวายพระราชกุศล ภายหลังทำวัตรสวดมนต์เย็น เป็นประจำทุกวัน ตลอดระยะเวลาตามประกาศไว้ทุกข์ในพระราชสำนัก
6. เชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมบำเพ็ญกุศลด้วยการสวดมนต์ เจริญจิตตภาวนา รักษาศีล ฟังธรรม และปฏิบัติธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศล ตลอดระยะเวลาตามประกาศไว้ทุกข์ในพระราชสำนัก
กำหนดการเปิดถวายสักการะพระบรมศพ
ขณะที่สำนักพระราชวัง เผยแพร่ประกาศ เรื่อง การถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ด้วยสำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตในการเข้าถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดังนี้
1. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน เวลา 08.30 น. – 16.00 น. เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ ที่ 27 ตุลาคม 2568
ในการนี้ ได้จัดสมุดหลวงลงนามถวายความอาลัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย
2. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนได้เข้าเฝ้า ฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ทุกวัน เวลา 09.00 น. – 21.00 น. เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน 2568
3. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ราชสกุล คณะองคมนตรี คณะรัฐบาล คณะบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วัน
