ครม.รับทราบตั้ง ‘กอบศักดิ์’ เป็นที่ปรึกษา คกก.เร่งรัดนโยบายสำคัญรัฐบาล
ครม.รับทราบตั้ง 'กอบศักดิ์' เป็นที่ปรึกษา คกก.เร่งรัดนโยบายรัฐบาล
ครม.รับทราบมติแต่งตั้ง คกก.ขับเคลื่อน-เร่งรัดนโยบายสำคัญ 5 ด้านของนายกฯ และ ครม. ‘บวรศักดิ์ ‘ เป็นประธานฯ ‘กอบศักดิ์ ภูตระกูล’ นั่งที่ปรึกษา
น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบตามที่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เสนอคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 377/2568 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน เร่งรัด และติดตามนโยบายสำคัญของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี
ตามที่นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 29กันยายน 2568 ซึ่งจะแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ เพื่อคืนความเชื่อมั่นและความสุขให้กับประชาชนใน 5 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านความมั่นคง ด้านสังคม ด้านภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย รวม 15 ข้อ นั้น
เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีข้างต้นเป็นไปอย่างมีเอกภาพ นำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนบูรณาการการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรี
จึงแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน เร่งรัด และติดตามนโยบายสำคัญของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีโดยมีองค์ประกอบหน้าที่และอำนาจ ดังนี้
1. องค์ประกอบ
1.1 นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ปรึกษา
1.2 รองนายกรัฐมนตรีประธานกรรมการ (ศาสตราจารย์กิตติคุณ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ)
1.3 รองศาสตราจารย์ วรากรณ์ สามโกเศศ รองประธานกรรมการ
1.4 นายนพพล ชูกลิ่นรองประธานกรรมการ
1.5 นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธุ์รองประธานกรรมการ
1.6 นายนิสิต จันทร์สมวงศ์กรรมการ
1.7 เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการกรรมการ
1.8 เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกรรมการ
1.9 เลขาธิการคณะรัฐมนตรีกรรมการ
1.10 ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณกรรมการ
1.11 เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกากรรมการ
1.12 ผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง
1.13 ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กรรมการ
1.14 รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้รับมอบหมาย กรรมการ
1.15 รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ที่ได้รับมอบหมายกรรมการ
1.16 รองปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ได้รับมอบหมายกรรมการ
1.17 รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่ได้รับมอบหมายกรรมการ
1.18 หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีกรรมการ
1.19 รองเลขาธิการ ก.พ.ร. หรือที่ปรึกษาการพัฒนากรรมการและระบบราชการที่ได้รับมอบหมายเลขานุการ
1.20 นายอภิชน จันทรเสนกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
1.21 เจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.พ.ร. ที่ได้รับมอบหมายกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
2. หน้าที่และอำนาจ
2.1 ขับเคลื่อน เร่งรัด และติดตามนโยบายสำคัญของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีไปสู่การปฏิบัติจากการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐในกำกับราชการฝ่ายบริหาร โดยให้ประสานงานกับรัฐมนตรีผู้กำกับดูแลหน่วยงานนั้น หรือประสานงานกับประธานกรรมการในคณะกรรมการซึ่งปฏิบัติงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานนั้น
2.2 เสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา/อุปสรรค เพื่อเร่งรัดดำเนินงานให้เป็นรูปธรรมต่อนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีเพื่อมีคำสั่งหรือมติต่อไป
2.3 ประสานความร่วมมือและเชิญผู้แทนจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือเชิญบุคคลมาชี้แจงข้อเท็จจริง ตลอดจนให้ความเห็นหรือข้อมูล เอกสารหลักฐานที่จำเป็น เพื่อประโยชน์ต่อการดำเนินงานของคณะกรรมการ
2.4 แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อช่วยปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็น
2.5 ดำเนินการอื่น ๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
3. ให้สำนักงาน ก.พ.ร. เป็นหน่วยงานกลางในการประสาน รวบรวมข้อมูล ความคืบหน้าในการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจากผู้ประสานงานของแต่ละส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรายงานผลเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการ
4.ให้สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำนักงาน ป.ย.ป.) สนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการตามที่ประธานกรรมการหรือสำนักงาน ก.พ.ร. ร้องขอ
5.ให้สำนักงาน ก.พ.ร. อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการคณะอนุกรรมการ และคณะทำงานที่ได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่งนี้
6. การเบิกจ่ายเบี้ยประชุมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานที่ได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่งนี้ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือระเบียบของทางราชการแล้วแต่กรณี โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของสำนักงาน ก.พ.ร.
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หลังการเลือกตั้งทั่วไปเข้ารับหน้าที่
สั่ง ณ วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2568