โอปอล-สุชาตา เข้าถวายความอาลัย “สมเด็จพระพันปีหลวง” ยกเป็นแรงบันดาลใจหลายด้าน โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านม นอกจากนี้ยังมีคณะบุคคลและพสกนิกรเข้าถวายความอาลัยตลอดทั้งวัน
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 จากประกาศสำนักพระราชวัง ความว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมลงนามถวายความอาลัยในสมุดหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลาเวลา 08.30-16.00 น. นั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในวันนี้มีประชาชนเดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้าอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน พร้อมทั้งคณะบุคคล อาทิ คณะนักเรียนโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ, มหาวิทยาลัยมหิดล, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สมาคมนักศึกษาสถาบันวิทยาการตลาดทุน (สวตท.), คณะมรดกสยาม, นางนวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำคณะสภากรรมการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ พร้อมคณะผู้บริหาร นอกจากนี้ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้บริหารระดับสูง และพนักงาน


และเวลาต่อมา “โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี” มิสเวิลด์ 2025 ได้เดินทางเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมลงนาม ถวายความอาลัย
โดย โอปอล-สุชาตา กล่าวว่า โอปอลทราบข่าวตอนกำลังจะบินไปปฏิบัติภารกิจที่อังกฤษ ก็รีบปฏิบัติภารกิจแล้วแจ้งทางองค์กรมิสเวิลด์ขอเลื่อนตั๋วกลับมา จึงไม่ได้มาในวันแรก ๆ วันนี้ได้มาถวายความอาลัย เป็นความตั้งใจที่รีบเดินทางกลับมา
“พระองค์ทรงเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ของสตรีไทยและคนทั้งโลก ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกร โดยเฉพาะด้านสุขภาพของสตรีไทย พระองค์ท่านทรงมีพระราชดำริในการช่วยเหลือผู้หญิงไทยทุกคน ด้วยการสร้างมูลนิธิมูลนิธิขึ้นมา เพื่อให้เป็นแหล่งพักพิงของผู้หญิงไทย ทรงส่งเสริมให้ผู้หญิงเห็นคุณค่าในตนเอง และตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพ รวมถึงการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านม”

“พระองค์ทรงเป็นผู้นำด้านความงามและศิลปวัฒนธรรม ผู้ทรงยกระดับผ้าไทยและศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านให้เป็นสัญลักษณ์อัตลักษณ์ไทยที่ได้รับการยกย่องไปทั่วโลก ทรงส่งเสริมศิลปาชีพ ชุดไทยพระราชนิยม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ไม่ได้รับการสนับสนุน” โอปอล-สุชาตา กล่าว
โอปอล-สุชาตา กล่าวต่อว่า ในวัยของโอปอลอาจจะไม่ได้เห็นพระองค์ท่านปฎิบัติพระราชกรณียกิจเยอะมากนัก แต่เราได้รับถ่ายทอดมาจากคุณพ่อคุณแม่ถึงสิ่งที่ประองค์ท่านทำ โตมาแล้วก็เห็นสมเด็จพระพันปีอยู่แล้ว ทั้งยังมีช่วงที่เราศึกษาเรื่องการใส่ผ้าไทย การสวมใส่ชุดไทนที่ถูกต้อง เราศึกษาเกี่ยวกับฉลองพระองค์ของพระองค์ท่าน จึงได้ศึกษาพระราชกรณียกิจไปด้วย พระองค์มีความเป็น Star Iconic
“พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างให้เราหลายด้านตั้งแต่ในเรื่องของการช่วยเหลือผู้หญิงที่เป็นผู้ป่วยมะเร็งเต้านม แล้วก็สนับสนุนให้ผู้หญิงให้ทุกคนดูแลสุขภาพร่างกายตัวเอง ทั้งในเรื่องศิลปชีพ ในเรื่องของแนวทางการใช้ชีวิต เพราะพระองค์ท่านทรงเป็นลูกทูต ทั้งการยืน การเดินการนั่ง พระองค์เป็นผู้หญิงไทยที่มีความคลาสสิก สง่างาม เป็นแรงบันดาลใจของเราทั้งหมด
เราอยากจะขอน้อมสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่าน ทั้งเรื่องสุขภาพของสตรีไทย โดยเฉพาะการตระหนักรู้เรื่องมะเร็งเต้านม รวมถึงการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย ผ้าไทย และชุดไทย ให้คงอยู่คู่คนไทยและเป็นที่รู้จักในระดับสากลต่อไปค่ะ”