กรมอุตุนิยมวิทยา 7 วันข้างหน้า เตือน 13-25 พ.ย.นี้ อากาศเย็น ต่ำสุด 17-18 องศา
กรมอุตุนิยมวิทยา : มวลอากาศเย็น
กรมอุตุนิยมวิทยา 7 วันข้างหน้า เตือนรับมือมวลอากาศเย็นค่อนข้างแรงระลอกใหม่จากจีนช่วง 13-17 พ.ย.นี้ อุณหภูมิลด 2-4 องศาเซลเซียส ขณะที่เพจฟ้าฝนระบุช่วงแรกนี้อากาศจะเย็นยาวถึง 25 พ.ย. ชี้ภาคเหนือ-อีสานเย็นสุด 17-18 องศาเซลเซียส ไม่รวมยอดดอย-ยอดภูที่จะมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8 – 14 องศาเซลเซียส ส่วนพื้นที่กทม.-ปริมณฑลเย็นสุด 22-24 องศา
กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายอากาศทั่วไป 7 วันข้างหน้า หรือระหว่าง วันที่ 11 – 17 พฤศจิกายน 2568 ว่า ในช่วงวันที่ 11 – 12 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือหรือมวลอากาศเย็นกำลังอ่อนปกคลุมภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง
สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ เนื่องจากมีลมตะวันตกและลมตะวันตกเฉียงเหนือพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย
ส่วนในช่วงวันที่ 13 – 17 พ.ย. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลง กับมีอากาศเย็นในตอนเช้า
โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนืออุณหภูมิจะลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส โดยมีลมแรงบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ทั้งนี้สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 14 – 17 พ.ย.68 จะมีอากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 24 องศาเซลเซียส

สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับจะมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง
สำหรับในช่วงวันที่ 11 – 13 พ.ย. คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังอ่อนลง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 14 – 17 พ.ย. คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อนึ่ง พายุโซนร้อนกำลังแรง “ฟงวอง”(Fung-wong) บริเวณทะเลจีนใต้ มีแนวโน้มจะเคลื่อนขึ้นไปทางทะเลจีนใต้ตอนบนและช่องแคบไต้หวัน ในช่วงวันที่ 12 – 13 พ.ย. 68 โดยพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทย ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางในช่วงวันดังกล่าวไว้ด้วย

กรมอุตุนิยมวิทยา:ข้อควรระวัง
ในช่วงวันที่ 13 – 16 พ.ย. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เย็นลง กับมีลมแรง ส่วนประชาชนในภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทย และทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง(ออกประกาศ 11 พฤศจิกายน 2568 12:00 น.)
ทางด้าน เพจฟ้าฝน พยากรณ์อากาศประเทศไทย คาดการณ์สภาพอากาศโดยระบุว่า อากาศเตรียมเย็นลงชัดเจน เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย. 2568 นี้เป็นต้นไป โดยให้สังเกตบริเวณสีน้ำเงินเข้มประกอบ ซึ่งจากกราฟิกจะเห็นว่ามวลอากาศเย็นจะแผ่ลงมาตั้งแต่ช่วงวันที่ 13-14 พ.ย.2568 และอากาศจะเย็นไปจนถึงวันที่ 23 พย. ก่อนจะค่อยๆเย็นลดลงในวันที่ 24-25 พ.ย. ยกเว้นภาคอีสานที่ยังอาจจะเย็นอยู่

คาดหมายอากาศรายภาค
11 – 17 พ.ย. 2568
ภาคเหนือ
ในช่วงวันที่ 11 – 13 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10 – 16 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 14 – 17 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียส โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งส่วนมากทางด้านตะวันตกของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 18 – 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8 – 14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในช่วงวันที่ 11 – 13 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝน/ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20 – 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27 – 33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 14 – 18 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 – 25 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 14 – 17 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 17 – 22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 31 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11 – 16 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม.
ภาคกลาง
ในช่วงวันที่ 11 – 13 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 14 – 17 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งส่วนมากทางด้านตะวันตกของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 19 – 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
ในช่วงวันที่ 11 – 13 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 34 องศาเซลเซียส
ส่วนในช่วงวันที่ 14 – 17 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 20 – 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 33 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
ในช่วงวันที่ 11 – 13 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ ลมตะวันตก ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 14 – 17 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราช ลงไป ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 34 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ตลอดช่วง
ในช่วงวันที่ 11 – 13 พ.ย.
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 14 – 17 พ.ย.
ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดตรังลงไป ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 34 องศาเซลเซียส
กรุงเทพและปริมณฑล
ในช่วงวันที่ 17 – 13 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 14 – 17 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม.

(ออกประกาศ 11 พฤศจิกายน 2568)