ส.ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย จี้ขยายเวลาขายเหล้า-เบียร์ถึงตี 2 ทั่วประเทศ-ตี 4 พื้นที่ท่องเที่ยว
ส.ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทยชี้ การปลดล็อกเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงบ่ายเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการปลดล็อกธุรกิจท่องเที่ยว อาหาร และเครื่องดื่ม ชงให้พิจารณาต่ออีก 4 ประเด็นใหญ่ ทั้งขยายเวลาขายหลังเที่ยงคืนไปถึงตี 2 ทั่วประเทศ และถึงตี 4 ในพื้นที่ท่องเที่ยว ยกเลิกคำสั่งการห้ามขายในช่องทางออนไลน์ ปรับเกณฑ์การจัดโซนนิ่งการขายให้สอดคล้องกับบริบททางสังคม รวมถึงเร่งออกใบอนุญาตจากกรมสรรพสามิตให้แก่ผู้ประกอบการที่ยื่นคำขอ
จากประเด็นที่คณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ ครั้งที่ 2/2568 ประชุมเร่งด่วนเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากการประกาศใช้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป
ที่มีสาระสำคัญคือ ห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่หรือบริเวณที่จัดบริการในเวลาห้ามขาย (ช่วงเวลา 00.00-11.00 น. และช่วง 14.00-17.00 น.) นั้น ล่าสุดได้ข้อสรุปว่ารัฐบาลมีมติยกเลิกการกำหนดเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในเดือนธันวาคม 2568
นายกวี สระกวี นายกสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย (TABBA) เปิดเผยว่าสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทยขอบคุณรัฐบาลที่รับฟังเสียง และให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและประชาชน โดยได้ประกาศยกเลิกเวลาห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 14.00-17.00 น. และขยายเวลาบริโภคหลังเที่ยงคืนไปถึง 01.00 น. อย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ สมาคมเห็นว่าเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการปลดล็อกธุรกิจท่องเที่ยวภาคอาหารและเครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในระยะยาว ส่งเสริมผู้ประกอบการอย่างรับผิดชอบ และลดปัญหาการทำธุรกิจที่ไม่ถูกต้อง
โดยนอกเหนือจากเวลาจำหน่ายแล้ว สมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทยขอเสนอให้รัฐบาลพิจารณาอีก 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
1.ขยายเวลาจำหน่ายหลังเที่ยงคืนไปถึง 02.00 น. ทั่วประเทศ และถึงตี 4 ในพื้นที่ท่องเที่ยว
2.เพื่อเป็นการส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตรายเล็ก ยกเลิกคำสั่งการห้ามจำหน่ายในช่องทางออนไลน์
3.ปรับปรุงเกณฑ์การจัดโซนนิ่งการจำหน่าย ให้สอดคล้องกับบริบททางสังคมและพฤติกรรมการบริโภคในปัจจุบัน
4.เร่งรัดการออกใบอนุญาตจากกรมสรรพสามิต ให้แก่ผู้ประกอบการที่ยื่นคำขอ ภายหลังการปรับปรุงโซนนิ่งแล้วเสร็จ
“สมาคมตระหนักถึงความจำเป็นในการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและความรับผิดชอบต่อสังคม ภาคธุรกิจจึงพร้อมเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อร่วมกำหนดมาตรการป้องกันการดื่มที่เป็นอันตรายอย่างเป็นรูปธรรม” นายกวีกล่าว