เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ออนิกซ์ชู Festival Tourism เจาะตลาดเที่ยวมาเลเซีย รับ 2 เทศกาลใหญ่
Business ออนิกซ์ชู Festival Tourism เจาะตลาดเที่ยวมาเลเซีย รับ 2 เทศกาลใหญ่
ราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) ปรับลง 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) ปรับลง 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,800 บาท
ญี่ปุ่นตกลงมอบอุปกรณ์ป้องกันประเทศแก่กัมพูชา ครั้งแรก ภายใต้โครงการ OSA
News ญี่ปุ่นตกลงมอบอุปกรณ์ป้องกันประเทศแก่กัมพูชา ครั้งแรก ภายใต้โครงการ OSA
OR ผนึก Minor Food ปักหมุด 150 สาขาใน PTT Station ดัน Non-Oil โต
Biz Movement OR ผนึก Minor Food ปักหมุด 150 สาขาใน PTT Station ดัน Non-Oil โต
ทีทีบี ครึ่งปีกำไรสุทธิ 10,683 ล้านบาท ไตรมาส 2 ตั้งสำรองเพิ่มรองรับความเสี่ยงเศรษฐกิจ
Finance ทีทีบี ครึ่งปีกำไรสุทธิ 10,683 ล้านบาท ไตรมาส 2 ตั้งสำรองเพิ่มรองรับความเสี่ยงเศรษฐกิจ
อมตะ-PTT ลาว เดินหน้า EV Truck Park เชื่อมโลจิสติกส์ไปจีน
Economic อมตะ-PTT ลาว เดินหน้า EV Truck Park เชื่อมโลจิสติกส์ไปจีน
Pax Silica สหรัฐฯ – WAICO จากจีน ศึกชิงระเบียบโลก AI
Tech Pax Silica สหรัฐฯ – WAICO จากจีน ศึกชิงระเบียบโลก AI
‘ศุภจี’ เซ็น 2 MoU ไทย-จีน ดัน MSMEs เข้าห่วงโซ่อุปทาน-คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
Economic ‘ศุภจี’ เซ็น 2 MoU ไทย-จีน ดัน MSMEs เข้าห่วงโซ่อุปทาน-คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
‘วัชระพล’ สั่ง อ.ส.ค.เร่งระบายนมค้างสต๊อก ก่อนของบรัฐ ชูแผนตลาดกู้วิกฤตขาดทุน
Economic ‘วัชระพล’ สั่ง อ.ส.ค.เร่งระบายนมค้างสต๊อก ก่อนของบรัฐ ชูแผนตลาดกู้วิกฤตขาดทุน
อ.ต.ก. ปักหมุด “ตลาดนำการผลิต” เชื่อมสินค้าเกษตรท้องถิ่น สู่ผู้บริโภคไทย-ตลาดญี่ปุ่น
Economic อ.ต.ก. ปักหมุด “ตลาดนำการผลิต” เชื่อมสินค้าเกษตรท้องถิ่น สู่ผู้บริโภคไทย-ตลาดญี่ปุ่น
ดูทั้งหมด

ขายเหล้าช่วงบ่ายคัมแบ็ก ธุรกิจถนนข้าวสาร ชี้เป็นดีลเหมาะสม ช่วยท่องเที่ยวไทยไม่สะดุด

14 พ.ย. 2568 | 15:51น.

สมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร ชี้ธุรกิจท่องเที่ยวไทยเดินหน้าไม่ได้ หากยังใช้กฎหมายล้าสมัย บังคับใช้ยาก ย้ำควรเปิดให้เอกชนร่วมออกแบบนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เผยเป็นข้อเรียกร้องหลัก พร้อมเสนอ 3 ประเด็นแก้กฎหมาย รวมถึงยกเลิกปรับลูกค้านั่งดื่มหลังเที่ยงคืน-อนุญาตขายออนไลน์ ระบุกฎหมายเดิมทำธุรกิจอยู่ใต้ดินกว่า 90% แนะปฏิรูประบบใบอนุญาต-โซนนิ่ง เชื่อช่วยรัฐควบคุมได้จริงและสร้างรายได้เข้าคลัง

ภายหลัง นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลประชุมคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (บอร์ดคุมน้ำเมา) เห็นชอบให้ ปลดล็อกเวลาห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วง 14.00-17.00 น. โดยให้เหตุผลว่าช่วยสนับสนุนภาคท่องเที่ยว โดยเฉพาะเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ และจะมีผลบังคับใช้ภายใน 15 วันหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ล่าสุด นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร ให้สัมภาษณ์กับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงมาตรการดังกล่าว โดยระบุว่านี่คือ “เวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง” ในการแก้ไขกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมจริงของประชาชนและรูปแบบการท่องเที่ยวไทย

3 ข้อเสนอหลักจากเอกชน

นายสง่าระบุว่า เมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา สมาคมเพิ่งยื่นข้อเสนอถึงรัฐบาล 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

  1. ปลดล็อกเวลาห้ามขาย 14.00-17.00 น.
    เป็นกฎหมายที่ควรปรับปรุงมานาน เพราะกระทบผู้ประกอบการรายย่อยโดยไม่จำเป็น และไม่สอดคล้องกับการแข่งขันด้านท่องเที่ยวในเอเชีย

  2. ยกเลิกโทษปรับลูกค้านั่งดื่มหลังเที่ยงคืน 1 นาที
    มองว่า “โหดร้ายเกินไป” และทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหวั่นใจ เนื่องจากมีคำเตือนแพร่ในโซเชียล ส่งผลเชิงลบต่อภาพลักษณ์ประเทศ

  3. อนุญาตให้ซื้อ-ขายแอลกอฮอล์ผ่านออนไลน์
    เพื่อให้ทันกับวิถีการค้าในปัจจุบัน โดยย้ำว่า “มีกฎหมายควบคุมอยู่แล้ว ถ้าผิดก็ตรวจได้ ไม่จำเป็นต้องห้ามทั้งหมด”

ปลดล็อกไม่ใช่กระตุ้นท่องเที่ยว แต่ทำให้ ‘โลกจริง’ ตรงกับกฎหมาย

นายสง่ามองว่า แม้มาตรการปลดล็อกอาจไม่ได้ทำให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นโดยตรง แต่ช่วยให้ร้านค้าดำเนินการได้อย่างถูกต้อง ลดภาระการเลี่ยงกฎหมายของผู้ประกอบการรายย่อย เช่น ร้านอาหารและโชห่วยที่มักต้อง “หาวิธีหลบ” ในช่วงเวลาห้ามขาย

“ที่ผ่านมาร้านค้าเล็ก ๆ เขาไม่มีใครสนใจกฎหมายพวกนี้ เพราะว่าเขาต้องทำมาหากิน ต้องบอกอย่างนี้ดีกว่า ยกเว้นในส่วนของไฮเปอร์มาร์ทเขาปฏิบัติแน่นอน แต่ว่าพวกโชห่วย หรือร้านขายอาหาร ส่วนใหญ่แล้วเขาก็พยายามที่จะหาวิธีหลีกเลี่ยงการคีย์ออร์เดอร์ หรืออะไรทำนองนั้น” นายกสมาคมกล่าว

เขาระบุว่าภาพรวมการท่องเที่ยวปลายปี โดยเฉพาะตลาดยุโรปยังถือว่าแข็งแรง มีไฟลต์ใหม่ทยอยเปิดเพิ่ม ซึ่งสะท้อนดีมานด์จริง ส่วนตลาดจีนยังซบเซาจากผลกระทบความกังวลเรื่องสแกมและการเดินทาง

หนุนทำ ‘โซนนิ่ง’ ตี 4-ปรับกฎหมายให้เจ้าหน้าที่ควบคุมง่าย

ต่อข้อเสนอรัฐบาลเรื่องจัดโซนนิ่งพื้นที่ให้ดื่มได้ถึงตี 4 นายสง่ามองว่าเป็นแนวทางที่ “เหมาะสมและจำเป็น” โดยชี้ว่าโซนนิ่งปัจจุบันถูกกำหนดไว้ตั้งแต่กว่า 20-30 ปีก่อน และไม่เคยปรับให้สอดคล้องกับธุรกิจยุคใหม่

เขาย้ำว่า หากโซนนิ่งชัดเจน เช่น เขตพระนคร เจ้าหน้าที่สามารถตั้งจุดตรวจควบคุมได้ง่าย ร้านอื่นนอกโซนก็ปิดหมด ไม่กระจายตัวเหมือนปัจจุบัน อีกทั้งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้รถส่วนตัว ทำให้บริหารความเสี่ยงได้ดีกว่าเดิม

“เราเริ่มจากโซนนิ่งที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพราะว่านักท่องเที่ยวเขาไม่ใช้รถ แล้วในความเป็นจริงเด็กวัยรุ่นสมัยนี้มีความรับผิดชอบมากขึ้นนะ จากที่สังเกตเหตุเขาใช้รถไฟฟ้า และรถขนส่ง รถสาธารณะมาเที่ยว ถนนหนทางสะอาดมาก ไม่มีใครทิ้งขยะบนถนนแล้ว เพราะฉะนั้น เราต้องปลูกจิตสำนึกตรงนี้ให้กับคน แทนที่จะเอากฎหมายมากดขี่ผู้ประกอบการ” นายสง่ากล่าว

ปฏิรูป “ใบอนุญาตขายสุรา” แก้ปัญหาใหญ่ทั้งระบบ

นายสง่าเปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า ปัจจุบัน กว่า 80-90% ของสถานประกอบการในไทยผิดกฎหมาย เพราะไม่สามารถออกใบอนุญาตสถานบริการได้มานานแล้ว ส่งผลให้ธุรกิจจำนวนมากต้องดำเนินการแบบเทา ๆ

เขาเสนอว่ารัฐควรปฏิรูประบบใบอนุญาตให้โปร่งใส และเก็บค่าธรรมเนียมตามชั่วโมงเปิด-ปิด เช่น

  • เปิดถึงตี 2 : เสีย 500,000 บาท

  • เปิดถึงตี 4 : เสีย 1,000,000 บาท

โดยเชื่อว่ากลไกตลาดจะคัดกรองเอง หากไม่คุ้มทุน ผู้ประกอบการก็จะไม่ต่อใบอนุญาตในปีถัดไป

เอกชนต้องร่วมโต๊ะนโยบาย ไม่ใช่ให้ภาครัฐตัดสินฝ่ายเดียว

ท้ายที่สุด นายสง่าย้ำว่าการออกกฎหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ควรถูกกำหนดโดยภาครัฐฝ่ายเดียว โดยเฉพาะคณะกรรมการที่มีแต่บุคลากรสาธารณสุข เพราะจะสะท้อนมุมมองด้านความปลอดภัยเพียงด้านเดียว

“อยากให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมมากขึ้น เพื่อให้กฎหมายเกิดได้จริงในโลกการทำธุรกิจ และสอดคล้องกับการท่องเที่ยวไทยครับ” นายสง่ากล่าวสรุป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ขายเหล้า ถนนข้าวสาร สุรา