เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าว “อย.ยุค 4.0 เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการพิจารณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ” ว่าสภาพการทำงานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ติดกับดักความเป็นหน่วยงานราชการมานาน ไม่สามารถทำงานเชิงรุก การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สุขภาพใช้เวลานาน จนกลายเป็นอุปสรรคให้ของการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้นรัฐบาลจึงมีคำสั่งตามมาตรา 44 ให้ อย.ไปจัดทำมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้เร็วขึ้น โดยมีการเก็บค่าขึ้นทะเบียนจากผู้ประกอบการที่มายื่นคำขอในอัตราที่ขึ้นอยู่กับแต่ละผลิตภัณฑ์ แล้วนำเงินนั้นมาบริหารจัดการเพื่อจ้างผู้เชี่ยวชาญในการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ได้เร็วขึ้น พัฒนาระบบ พัฒนาคน และการคุ้มครองผู้บริโภค ยุคนี้จะมีแต่การพัฒนาและเป็นหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจ ไม่ใช่หน่วยงานที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอีก

ด้าน นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการ อย. กล่าวว่าจากการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางระบบต่างๆ นั้นสามารถลดระยะเวลาในการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สุขภาพลงเฉลี่ยร้อยละ 20 เช่น การขึ้นทะเบียนอาหารเสริมเดิมใช้เวลา 35 วันลดเหลือ 28 วัน ขึ้นทะเบียนยาใหม่ ชีววัตถุ จากที่เคยใช้เวลา 280 วันก็เหลือ 220 วัน วัตถุอันตราย สารใหม่เหลือ 100 วัน จากเดิม 120 วัน เป็นต้น สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนตามระบบเดิมก็ยืนยันว่ายังดำเนินการให้ตามระบบเดิม แต่หากอยากให้มีความรวดเร็วขึ้นก็สามารถถอนเรื่องออกมาแล้วยื่นขอขึ้นทะเบียนใหม่ตามระบบใหม่ได้เลย ซึ่งเปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้เงินที่เก็บจากผู้ประกอบการจะมีการแยกบัญชีต่างหากเป็นเงินนอกงบประมาณที่ไม่ต้องส่งคืนคลัง แต่จะใช้ตามระเบียบกระทรวงการคลังเพื่อการพัฒนาระบบ เป็นค่าตอบแทนผู้เชี่ยวชาญ ค่าห้องแล็บ และใช้เพื่อการตรวจสอบติดตามผลิตภัณฑ์เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค
“เราได้พัฒนาระบบให้สามารถยื่นเอกสารต่างๆ ทางอิเล็กทรอนิกส์ก็จะทำให้มีความสะดวกมากขึ้นเพราะข้อมูลตรงนี้สามารถส่งให้ผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างจังหวัดช่วยดูได้ ก็เท่ากับว่าเรามีผู้เชี่ยวชาญเพิ่มมากขึ้น รวมถึงระบบนี้ยังช่วยให้ผู้ประกอบการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องได้ว่าเป็นใคร อยู่ในขั้นตอนใดแล้ว รวมถึงเราได้เปิดระบบให้คำปรึกษาด้วย” นพ.วันชัย กล่าวและว่า ขณะเดียวกันยังมีการตั้งสถาบันนวัตกรรมผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพแบบครบวงจรเพื่อรองรับนวัตกรรมสุขภาพใหม่ ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ด้วย
ที่มา : มติชนออนไลน์