Skip to content

ค่าเงินบาทผันผวนตามภูมิภาค หลังทรัมป์วิพากษ์วิจารณ์นโยบายเฟด

23 ก.ค. 2561 | 20:15น.
ค่าเงินบาทผันผวนตามภูมิภาค หลังทรัมป์วิพากษ์วิจารณ์นโยบายเฟด

ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (2.3/7) ที่ 33.31/33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (20/7) ที่ 33.40/42 บาท/ดอลลาร์ โดยค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐแสดงความไม่พอใจต่อการแข็งค่าของดอลลาร์ โดยเขาได้กล่าวหาว่าจีนและสหภาพยุโรปได้เข้าแทรกแซงค่าเงินและอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแบบไม่เป็นธรรม และอาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจสหรัฐได้ นอกจากนี้โดนัลด์ ทรัมป์ยังแสดงความกังวลกับการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ และมองว่าการคุมเข้มนโยบายการเงินของเฟดจะกระทบต่อเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตอยู่ ในขณะที่จีนและสหรัฐได้ประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้ามูลค่า 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์ไปแล้วนั้น โดนัลด์ ทรัมป์ ยังขู่ในวันศุกร์อีกว่า เขาจะเก็บภาษีนำเข้าจากสินค้าจีนมูลค่า 5 แสนล้านดอลลาร์ นอกจากว่ารัฐบาลจีนจะยอมปรับเปลี่ยนโครงสร้างครั้งใหญ่ในเรื่องการถ่ายโอนเทคโนโลยี, การให้เงินอุดหนุนอุตสาหกรรม และนโยบายเรื่องกิจการร่วมค้า และในการประชุมในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จี-20 ได้เรียกร้องให้มีการหารือกันมากขึ้นเพื่อให้ความขัดแย้งทางการค้าและการเมืองไม่สร้างความเสียหายต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยวานนี้นายสตีเฟน มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐกล่าวว่า ชาติมหาอำนาจด้านอุตสาหกรรมของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศได้พิจารณาข้อเรียกร้องของเขาที่ต้องการให้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้า, กำแพงภาษีการค้า และเงินอุดหนุน และเสริมว่าฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะกดดันประเด็นเหล่านี้ในการประชุมกับผู้บริหารระดับสูงของสหภาพยุโรป และยังกล่าวอีกว่าจะขอสนับสนุนแนวคิดที่ว่า การค้ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก แต่ต้องมีเงื่อนไขที่เป็นธรรม และเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.31-33.45 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 33.43/45 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้ (23/7) เปิดตลาดที่ระดับ 1.1743/44 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาด (20/7) ที่ 1.1656/57 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วิพากษ์วิจารณ์ถึงนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อีกครั้งหนึ่ง โดยตลาดรอดูการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในวันพฤหัสบดีที่ 26 ก.ค.นี้ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1702-1.1747 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.170/93 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับค่าเงินเยนวันนี้ (23/7) เปิดตลาดที่ระดับ 110.95/96 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (20/7) ที่ระดับ 112.59/60 เยน/ดอลลาร์ ค่าเงินเยนได้รับแรงหนุนจากข่าวที่ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กำลังหารือกันอย่างจริงจังเรื่องการปรับเปลี่ยนนโยบายมาตรการผ่อนคลายครั้งใหญ่ โดยจะมีประชุมกำหนดนโยบายการเงินครั้งถัดไปในวันที่ 30-31 ก.ค. ถึงเรื่องการปรับเปลี่ยนเป้าหมายอัตราดอกเบี้ย และเทคนิคการซื้อหุ้น หลังจากอัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นอยู่ในระดับต่ำมาเป็นเวลานานแล้ว แหล่งข่าวกล่าวว่า การหารือนี้อยู่ในขั้นเริ่มต้นและจะขึ้นอยู่กับตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อใหม่ของสมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายของบีโอเจ รวมถึงจะหารือเรื่องการปรับรายละเอียดในมาตรการผ่อนคลายของฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการบีโอเจ โดยมาตรการนี้ตั้งเป้าหมายไปที่การช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของญี่ปุ่นให้ออกจากภาวะเงินฝืดที่ดำเนินมานานหลายสิบปี การปรับรายละเอียดนโยบายในครั้งนี้จะถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ 2016 ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าในการประชุมที่จะถึงนี้บีโอเจจะปรับลดตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อลงจนถึงปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือน มี.ค. 2021 และตลาดมุ่งความสนใจไปยังวิธีการทำให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่มีความยั่งยืนมากขึ้น เนื่องจากอาจจะต้องใช้เวลานานเกินคาดในการบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 110.17-111.13 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 111.06/10 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสองประจำเดือน มิ.ย. (23/7), ยอดขายบ้านใหม่ประจำเดือน มิ.ย. (25/7), ตัวเลขสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ (25/7), ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือน มิ.ย. (26/7), ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน มิ.ย. (26/7), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (26/7), ตัวเลขประมาณการข้างต้นของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 2/2018 (27/7), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐช่วงท้ายเดือน ก.ค. (27/7)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.40/-2.10 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -0.50/0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

 

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”